THE EXIT : สอบทุจริตจัดซื้อถุงมือยาง

THE EXIT : สอบทุจริตจัดซื้อถุงมือยาง

ตรวจสอบสัญญาซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง มูลค่ากว่า 1 แสนล้าน ขององค์การคลังสินค้า พบพิรุธหลายจุด ที่ตั้งของบริษัทที่ทำสัญญากับ อคส.พบเป็นที่ตั้งของบริษัทผลิตสื่อ ไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์

สำเนาเช็คการสั่งจ่ายเงินมูลค่า 2,000 ล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ผู้ลงนามสั่งจ่าย คือ องค์การคลังสินค้า (อคส.) กระทรวงพาณิชย์ เงินจำนวนนี้ถูกระบุว่าโอนให้ บริษัท การ์เดียน โกลฟส์ จำกัด หลักฐานชิ้นนี้นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า รัฐบาลต้องติดตามอายัดเงินในบัญชี เมื่อพบว่าการทำสัญญามูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้ามีพิรุธ เซ็นสัญญาเกินอำนาจ

 

วันที่ 31 ส.ค.2563 องค์การคลังสินค้า ที่มี พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า เซ็นสัญญาซื้อขายถุงมือยางไนไตรบรรจุกล่อง กล่องละ 100 ชิ้น รวม 500 ล้านกล่อง กล่องละ 225 บาท รวมเป็นเงิน 112,500 ล้านบาท
ขั้นตอนการทำสัญญาที่เกิดขึ้นถูกตั้งข้อสังเกตว่ารวบรัดไม่สมเหตุสมผล

ไทยพีบีเอสตรวจสอบ บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าจดทะเบียนเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2563 มีรายชื่อกรรมการบริษัท 1 คน คือ นายธณรัสย์ หัดศรี ทุนจดทะเบียนล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2563 มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท 

 

ไทยพีบีเอสเดินทางไปตรวจสอบพบสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เช่าของเอกชนโลโก้หน้าบริษัท ขึ้นชื่อบริษัทผลิตสื่อ ภายในโกดังพบมีเครื่องจักรสำหรับผลิตสื่อ ไม่มีอุปกรณ์การผลิตเครื่องมือแพทย์ หรือ ถุงมือยาง เจ้าของบริษัทผลิตสื่อยืนยันกับสำนักข่าวไทยพีบีเอส ว่า เช่าโกดังแห่งนี้มานานแล้วว่า 3 เดือน

ไทยพีบีเอสประสานขอข้อมูลการเช่าพื้นที่กับสำนักงานใหญ่กับบริษัทเอกชนที่ปล่อยเช่าพื้นที่แต่ถูกปฏิเสธ

สำหรับนายธณรัสย์ หัดศรี กรรมการบริษัทพบว่ามีหมายจับอยู่หลายพื้นที่ เช่น ปี 2554 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรศรีราชา ออกหมายจับฐานความผิดคดีฉ้อโกง ในปีเดียวกันถูกออกหมายจับที่สถานีตำรวจภูธรนครปฐม ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ 

ทีมข่าวเดินทางไปตามที่อยู่ในหมายจับตั้งอยู่ในพื้นที่พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อไปถึงพบว่าที่อาศัยเป็นตึกแถว 2 คูหา หน้าบ้านปิดประตูเหล็ก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงให้ข้อมูลว่านายธณรัสย์ไม่อยู่บ้านและไม่ทราบว่าเดินทางไปที่ไหน 

 

นายวิลาศ ตั้งข้อสังเกตว่า พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ใช้อำนาจในการจัดซื้อจัดจ้างถุงมือยางมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท โดยไม่ผ่านบอร์ด อคส. พร้อมอ้างถึงข้อบังคับกรณีการทำสัญญาวงเงินสูงกว่า 50 ล้านบาท ที่ต้องเสนอเรื่องผ่านคณะกรรมการองค์การคลังสินค้าว่า ข้อบังคับดังกล่าวไม่ได้ประกาศอยู่ในราชกิจจานุเบกษา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง จึงมีอำนาจการทำสัญญาอาจเข้าข่ายพัวพันกับการทุจริต

 

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้รับเอกสารและหลักฐานโครงข่ายของผู้กระทำความผิด ทั้งตัวการตัวการร่วมและผู้สนับสนุน ซึ่งนายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช ระบุว่าพบมูลความผิดชัดเจนแล้ว และสั่งตั้งคณะกรรมการในการไตร่สวน นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง). เพื่ออายัดทรัพย์บริษัทฯ

ขณะที่ประธานสหภาพ อคส ระบุถึงความกังวลใจเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างถุงมือยางว่าจะไม่สามารถติดตามเงินคืนให้กับ อคส.ได้ เพราะที่ผ่านมา อคส. เองก็ประสบปัญหาการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกรงว่ากรณีนี้จะทำให้ขาดดุนในองค์กร พร้อมทั้งเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติกับ 7 บริษัท ที่ทำสัญญาจะซื้อถุงมือยางว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

 

 

 

 

Next Post

"เต๋า ภูศิลป์" พลาดตกบันไดกระดูกก้นกบแตก แฟนๆ แห่ส่งความห่วงใย

เสาร์ พ.ย. 14 , 2020
นักร้องลูกทุ่งหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ “เต๋า ภูศิ […]