THE EXIT : สวมชื่อค้ำกู้เงิน กยศ. ตอน 1

THE EXIT : สวมชื่อค้ำกู้เงิน กยศ. ตอน 1

THE EXIT ติดตามปัญหาการปลอมใช้บัตรประชาชนไปค้ำเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แต่เรื่องแดงขึ้นเมื่อผู้ค้ำได้รับจดหมายทวงหนี้กว่า 100,000 บาททั้งที่ไม่เคยคำประกันให้ใคร

ปัญหาการชำระเงินคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) บางคนที่ผิดนัดชำระหนี้ จนกยศ.ต้องฟ้องร้องทั้งผู้กู้ และผู้ค้ำประกัน ล่าสุดชาวบ้านอ.หนองนาคำ จ.ขอนแก่น ได้รับหนังสือทวงหนี้ทั้งที่ไม่เคยค้ำประกันเงินกู้กยศ.

หนังสือทวงหนี้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ทั้ง 2 ฉบับ ถูกส่งไปยังบ้านของนายสังหาร วิถีเทพ ที่อ.หนองนาคำ จ.ขอนแก่น ในฐานะผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้กับน.ส.สุภาภรณ์ เนื้อหาใน หนังสือทวงหนี้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ระบุว่า มีหนี้ที่ต้องปิดบัญชีภายในวันที่ 30 ก.ย.2563 เป็นเงินกว่า 110,000 บาท

หลังจากได้รับหนังสือทวงหนี้ นายสังหาร ตัดสินใจไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน อ้างว่าไม่เคยค้ำประกันเงินกู้ กยศ.ให้กับ น.ส.สุภาภรณ์ และไม่รู้จักบุคคลชื่อนี้มาก่อน

งงและตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ในชีวิตไม่เคยเจอและไม่รู้จักคนนี้มาก่อน แต่ช่วงแต่ก่อน 5-6 ปีที่แล้วเขาจะมาขอเฮ็ดประกันภัย

 

นายสังหาร ยอมรับว่า เมื่อประมาณปี 2552 เคยให้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านให้กับ นางสาวสุภาภรณ์ เพื่อทำประกันชีวิต แต่ไม่คิดว่าจะถูกนำไปสวมเพื่อเป็นหลักฐานในการค้ำประกันเงินกู้ กยศ.

แต่ก่อนเคยเห็นเขาซื้อรถซื้อรา กะค้ำประกัน ซึ่งเตือนชาวบ้านมา 10 ปี แต่ก็มาเจอเสียเอง และค่อนข้างเครียด ผมเป็นความดัน

 

ในหนังสือทวงหนี้จาก กยศ.ที่บอกเพียง ชื่อและนามสกุลของผู้กู้เท่านั้น ทำให้ สังหาร ตัดสินใจไปติดต่อประสานงานกับฝ่ายปกครองเพื่อให้ตรวจสอบรายชื่อ ผลการตรวจชื่อจากฝ่ายปกครอง พบว่า มีบุคคลที่มีชื่อนามสกุลซ้ำกัน 4 คน แต่หลักฐานที่ได้ก็ไม่เพียงพอที่จะตามหาบุคคลที่กู้เงิน กยศ.ตัวจริง 

อยากขอร้องไปทางผู้หลักผู้ใหญ่ให้ตรวจสอบว่ามันเป็นมาอย่างไร เพราะเขาแจ้งว่าให้ไปตามหาน.ส.สุภาภรณ์ เหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทร ยืนยันไม่รู้จักคนนี้ และเอาะไรมาบอกว่าไปค้ำเงินกู้ 

ผู้กู้ยอมรับใช้เอกสารค้ำเงินกู้ กยศ.

THE EXIT เดินทางไปที่ธนาคารกรุงไทย สาขาภูเวียง เพื่อตรวจสอบประวัติการกู้เงินของ น.ส.สุภาภรณ์ และที่พักพิงในปัจจุบัน ผู้จัดการสาขาให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.สุภาภรณ์ได้เปลี่ยนชื่อ จึงทำให้ผู้ค้ำประกันจำชื่อไม่ได้ ปัจจุบันผู้กู้มีภูมิลำเนาในเขตอ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

เมื่อทราบชื่อสกุลเดิมของ น.ส.สุภาภรณ์ และทราบว่าปัจจุบัน เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายสังหาร จึง ตัดสินใจเดินทางไปพบฝ่ายปกครอง อ.โพนพิสัย เพื่อช่วยประสานและเจรจาหนี้ที่เกิดขึ้น

ผลการพูดคุย น.ส.สุภาภรณ์ ยอมรับว่า ได้นำเอกสารทางราชการของนายสังหาร ไปใช้ในการกู้เงิน กยศ.จริง พร้อมกับปลอมลายเซ็นในสัญญาเงินกู้ ยินยอมจะปิดยอดหนี้แต่ขอเวลา 15 วัน เมื่อถึงเวลานัดหมาย น.ส.สุภาภรณ์ กลับผ่อนผัน ขอเวลาสัก 2-3 วัน

 

THE EXIT  ได้ติดต่อไปยัง น.ส.สุภาภรณ์ เพื่อสอบถามถึงการปิดยอดชำระหนี้ กยศ. พร้อมกับสอบถามว่า ที่นัดจะจ่ายเพราะเห็นว่าเลื่อนไป 2 เดือน ถัดมาเพียงวันเดียว ภายหลังทีมข่าว THE EXIT  ได้ติดต่อประสานงานกับผู้กู้ ได้รับการเปิดเผยจาก นายสังหารว่า น.ส.สุภาภรณ์ ได้นำเงินไปปิดยอดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เขาคลายความกังวล หลังจากตลอด 2 เดือนต้องตกอยู่ในภาวะเครียด

พร้อมอยากให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ควรเพิ่มความรอบคอบก่อนทำสัญญา ตรวจสอบลายมือชื่อทั้งผู้กู้ และผู้ค้ำประกัน เพื่อป้องกันการปลอมแปลงเอกสารในการกู้ยืมเงิน

ขณะที่ กยศ.ชี้แจงว่า หากผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดี กยศ.ก็จะจำหน่ายการเป็นหนี้ของ นายสังหาร ออกจากระบบ และดำเนินคดีกับ น.ส.สุภาภรณ์ ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอม แต่เมื่อผู้กู้ชำระหนี้ทั้งหมด และนายสังหารไม่ติดใจเอาความ เรื่องจึงยุติ

 

 

Next Post

ราชกิจจาฯ เผยกฎกระทรวง อนุญาตจำหน่าย ครอบครองโคเคน-มอร์ฟีน-ฝิ่น

ศุกร์ พ.ย. 20 , 2020
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวง การอนุญาต […]