“ไทยพีบีเอส” ย้ำเป็นกลางช่วงวิกฤต-เดินหน้าทำหน้าที่สื่อสาธารณะ

"ไทยพีบีเอส" ย้ำเป็นกลางช่วงวิกฤต-เดินหน้าทำหน้าที่สื่อสาธารณะ

ไทยพีบีเอส รายงานผลการปฏิบัติงานของ ส.ส.ท. ประจำปี 2562 ต่อที่ประชุมวุฒิสภา ยืนยันจะเป็นสื่อที่นำพาประเทศข้ามฝ่าวิกฤต มีจุดยืนเป็นกลางในสถานการณ์ความขัดแย้ง และเปิดพื้นที่การเรียนรู้สำหรับทุกคน

วันนี้ (3 พ.ย.2563) รศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผอ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส รายงานผลการปฏิบัติงานของ ส.ส.ท. ประจำปี 2562 ต่อที่ประชุมวุฒิสภา ตอนหนึ่งว่า ด้วยตัวเร่งทางสถานการณ์ COVID-19 วิกฤตทางเศรษฐกิจ วิกฤตทางการเมือง ภัยพิบัติและควาเมหลื่อมล้ำทางสังคม สถานการณ์บอกว่าสถานการณ์นี้สื่อสาธารณะไทยพีบีเอส ต้องมีความจำเป็นที่ และไทยพีบีเอส มีการเตรียมความพร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหาให้สังคม โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานรุ่นใหม่ที่เผชิญความเปราะบางมากที่สุด

ขณะเดียวกันไทยพีบีเอส จะเสริมจุดแข็งของการเป็นสื่อสร้างความรู้ผ่านช่องทาง ALTV เสริมความรู้ให้กับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย จนถึงความรู้สำหรับผู้สูงวัย และการขยายบริการสื่อออนไลน์ เพื่อให้ข่าวสารที่มีคุณค่าเข้าถึงกลุ่มรุ่นใหม่มากขึ้น 

ไทยพีบีเอสจะใช้ทุกช่องทางสื่อเพื่อเสริมการปฏิรูปประเทศแบบมีส่วนร่วมและสร้างสรรค์ เถือเป็นความรับผิดชอบที่ไทยพีบีเอส จะนำพาประเทศข้ามฝ่าวิกฤตไปพร้อมกับทุกภาคส่วน  

 

นอกจากนี้ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ส.ว. อภิปรายว่า เห็นด้วยกับการวางจุดยืนของไทยพีบีเอสที่เป็น พื้นที่เรียนรู้สำหรับทุกคน เพราะไทยพีบีเอส ไม่ใช่สื่อสารมวลชนทั่วไป แต่เป็นสื่อสาธารณะ ภาพรวมขอชื่นชมผลงาน และการทำงานที่พัฒนาทั้ง “On air-Online-On ground” และต้องวางน้ำหนักว่าเราจะให้ความสำคัญกับข่าวสารการเรียนรู้ใน 3 ระดับ ระดับโลก ต้องเรียนรู้ ระดับประเทศ ต้องให้ความสำคัญ และระดับภูมิภาค ชุมชน ท้องถิ่น ก็ต้องหนุนเสริม

นายนิพนธ์ นาคสมภพ เผยผลการประเมินไทยพีบีเอส จากกมธ.สิทธิมนุษยชน และ กมธ.เทคโนโลยีฯ วุฒิสภา ระบุเชื่อถือ 50% ศรัทธา 27% ไว้วางใจ 20.31% ส่วนคะแนนความน่าเชื่อถืออยู่ที่ 97.31% และความคิดเห็นในการเป็นสื่อสาธารณะอยู่ที่ 98%

 

ไทยพีบีเอส ย้ำจุดยืนในสถานการณ์ขัดแย้ง  

นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. ลุกขึ้นชี้แจงตอนหนึ่งว่า ไทยพีบีเอส เปรียบเสมือนประภาคาร ที่เมื่อเกิดวิกฤตคนจะหันมาหาไทยพีบีเอส  เพราะเป็นสิ่งน่าเชื่อถือ จะทำอย่างไรให้ไทยพีบีเอส ไม่เป็นแค่สื่อเฉพาะยามวิกฤต และเป็นแค่ประภาคารที่น่าเชื่อถือได้ หรือกระจกที่สะท้อนความจริง แต่ต้องการให้เป็นสปอตไลน์นำทาง การที่จะเป็นสปอตไลน์ ตะเกียงหรือแสงเทียนก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง คนทำสื่อต้องระมัดระวังตรงจุดนี้

การมีจุดยืนเป็นกลางในสถานการณ์ความขัดแย้ง ไม่ใช่เพียงแค่รายงานข่าวให้มีน้ำหนักเท่ากัน เสนอให้ใช้บทบาทหลักของไทยพีบีเอส เรื่องการเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับทุกคน เปิดเวทีเรียนรู้ร่วมกันสำหรับทุกคน สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันด้วยสันติวิธี

 

นายเจิมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในอีก 15 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเผชิญกับสังคมผู้สูงอายุ มีสัดส่วนข้าง 30 % หรือ 1 ใน 3 ของประชากรของไทย ทำให้สัดส่วนคนทำงานน้อยลง เด็กเกิดน้อยลง คนท้องไม่พร้อม แต่คนพร้อมไม่ท้อง ขณะที่อายุเฉลี่ยคนไทยมีอายุยืนขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 59 ปี แต่ปัจจุบัน 70 ปี ดังนั้นทิศทางจึงมีนโยบายรองรับสังคมผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันยังส่งเสริมด้านการศึกษาผ่านทางช่อง ALTV  จะช่วยทางด้านการศีกษา

มีการกำหนดนโยบายให้ไทยพีบีเอส เป็นโรงเรียนของสังคมทุกวัย และเรียนรู้ตลอดชิวต และทำให้คุ้มค่ากับเงินทีได้รับ ทำให้ทุกคนร่วมกำหนดทิศทางกับไทยพีบีเอส คนตัวเล็กๆได้มีโอกาสแสดงความเห็นในสื่อให้คนได้เห็น

และสุดท้ายหวังว่าไทยพีจะสร้างสติปัญญาให้รู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม คนที่จะพัฒนาตัวเองได้อย่างมีความสุขต้องเปลี่ยนแปลงให้ทัน

 

 

 

Next Post

รู้หรือไม่? ชาวอเมริกันเลือก "ประธานาธิบดี" อย่างไร

พุธ พ.ย. 4 , 2020
การเลือกตั้งผู้นำสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นแล้วบางพื้นที […]