เร่งอพยพชาวบ้านริมสาละวิน “ทหารเมียนมา – KNU” ปะทะยืดเยื้อ

ทหารและฝ่ายปกครอง เร่งช่วยอพยพชาวบ้านชายแดนสาละวิน ทั้งใน อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยไม่อนุญาตให้ใครกลับเข้าพื้นที่ หลังทหารเมียนมากับกะเหรี่ยง KNU ยังปะทะกันอย่างยืดเยื้อ

วันนี้ (29 เม.ย.2564) ผลกระทบจากการปะทะของทหารเมียนมากับกะเหรี่ยง KNU ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มีผู้อพยพหนีภัยสู้รบเพิ่มมากขึ้น ในจำนวนนี้มีชาวบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ต้องเดินทางออกจากหมู่บ้าน หลังทหารและฝ่ายปกครองของความร่วมมือให้ย้ายของจากหมู่บ้าน และไม่อนุญาตให้ใครกลับเข้ามาในพื้นที่ 

ขณะที่บ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง เป็นอีกจุดต้องอพยพจากพื้นที่ และถือว่าเป็นจุดที่ยังมีการสู้รบ เพราะอยู่ใกล้กับฐานด๊ากวิน ที่ทหารเมียนพยายามปกป้องฐานที่มั่นจากกะเหรี่ยง KNU จากการสู้รบ ปัจจุบันมีชาวบ้านจากหมู่บ้านแม่ตาฝั่ง จำนวน 70 คน อพยพไปพักอาศัยริมลำห้วยกองคา

ขณะที่ ชาวบ้านจากแม่สามแลบที่อพยพไปอยู่ในพื้นที่พักรอ บ้านห้วยกองก้าด ขณะนี้เหลืออยู่ 208 คน จากวันแรกที่มีการปะทะกันและทำให้ชาวบ้าน 450 คน ต้องย้ายออกจากหมู่บ้าน โดยบางส่วนไปพักอาศัยที่บ้านญาติ

ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน จ.แม่ฮ่องสอน รายงานว่า ผลจากการสู้รบในครั้งนี้ มีชาวเมียนมาหนีภัยเข้ามาพักอาศัยอยู่ชั่วคราวในเขต ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 3 แห่ง จุดแรกอยู่ที่ห้วยอีนวล จำนวน 39 คน จุดที่สอง บริเวณห้วยโกเฮ 72 คน และจุดสุดท้ายมีผู้หนีภัย 68 คน รวม 179 คน

ทีมข่าวไทยพีบีเอส ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวพื้นที่ว่า ตั้งแต่การโจมตีทางอากาศครั้งก่อนในช่วงปลายเดือน มี.ค. – เม.ย. มีชาวบ้านบางส่วนที่ข้ามแม่น้ำสาละวิน มาอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ยังคงหนีภัยอยู่ เพราะไม่มั่นใจความปลอดภัย ขณะที่ส่วนใหญ่ได้ข้ามกลับไปหมดแล้ว และการสู้รบครัั้งนี้อาจทำให้มีการเคลื่อนย้ายอีกครั้ง

ด้านกองร้อยทหารพรานที่ 3606 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ฐานฯ แม่สามแลบ ได้จัดกำลังพล ลาดตระเวนทางน้ำ ตั้งแต่ท่าเรือจุดผ่อนปรนแม่สามแลบถึงท่าเรือ บ.สบเมย เพื่อตรวจสอบและสกัดกั้น สิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งมีรายงานว่า ไม่พบสิ่งผิดปกติ

จับชาวเมียนมาหนีภัยเข้าไทยเกือบ 200 คน

ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจวัดอุณหภูมิกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาทั้งชาย-หญิง จำนวน 72 คน หลังถูกทหารจากกองกำลังสุรสีห์ นำกำลังไปดักซุ่มจับไว้ได้ ขณะเดินลงจากเขา เมื่อช่วงบ่ายวันนี้

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เดินทางมาจากเมืองทวาย ใช้เวลาเดินเท้า 4 -7 วัน ลัดเลาะตามเส้นทางตามธรรมชาติ เข้าพักอยู่ในป่าฝั่งประเทศไทยได้ 3 วันแล้ว แต่ไม่มีน้ำและอาหารจึงตัดสินใจเดินลงมาแล้วจากบนเขาเพื่อหาน้ำและอาหาร จนกระทั่งถูกจับกุม

ก่อนมาได้จ่ายเงินให้นายหน้าฝั่งเมียนมาไปแล้วคนละ 12,000 – 15,000 บาท เพื่อพาเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย เป้าหมายคือ จ.สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และราชบุรี

ทั้งนี้ ตลอดช่วง 4 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมชาวเมียนมาลักลอบเข้าไทยได้เกือบ 200 คน ส่วนใหญ่ให้เหตุผล ต้องการหนีการสู้รบในเมียนมา เพราะทหารออกไล่ จับกุม ปราบปรามผู้ชุมนุมและการต่อสู้กับชนกลุ่มน้อย ขณะที่บางหมู่บ้านกลายเป็นหมู่บ้านร้างไปแล้วขณะนี้

 

 

Next Post

ตำรวจสมุทรสงครามปฏิเสธฉีดวัคซีนโควิด 60 นาย

ศุกร์ เม.ย. 30 , 2021
ตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สมุทรสงคราม 60 […]