เปิดทางสแกน “บัตรประชาชน” ใช้จ่าย “เราชนะ”

เปิดทางสแกน  "บัตรประชาชน" ใช้จ่าย "เราชนะ"

โครงการ “เราชนะ” กลุ่มเก็บตก ที่จะเปิดรับลงทะเบียน ที่สาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ ในวันที่ 15 ก.พ.นี้ จะได้ใช้สิทธิ์ ใช้จ่ายโครงการรัฐ ผ่านบัตรประชาชนเป็นครั้งแรก

วันนี้ (10 ก.พ.64) น.ส.กุลยา ตันติเตมิท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟนขาดการเข้าไม่ถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตลอดจน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดรอบใหม่ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “เราชนะ” ที่สาขาธนาคารกรุงไทย และจุดให้บริการเคลื่อนที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 – 25 ก.พ.64

หากผ่านการคัดกรองคุณสมบัติตามเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ “เราชนะ” ต้องนำบัตรประชาชนแบบสมาร์ตการ์ดไปบันทึกข้อมูลกับเครื่องอีดีซี ที่สาขาธนาคาร พร้อมกับ สแกนภาพบัตรและตั้งรหัสเมื่อใช้จ่ายสินค้าและบริการร้านค้าในโครงการเหมือนการใช้จ่ายของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งถือเป็นโครงการรัฐ โครงการแรกที่ใช้จ่ายผ่านบัตรประชาชน

 

การดำเนินการดังกล่าวอยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ ตาม พ.ร.ก.และคณะรัฐมนตรี เพื่อขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขวิธีการจ่ายเงินเยียวยา จากเดิมใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการฯ และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น โดยไม่เปลี่ยนแปลงกรอบการใช้เงินกู้ที่ 200,000 ล้านบาท ครอบคลุมประชากรที่ได้รับผลกระทบ 31.1 ล้านคน

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะโอนเงินเยียวยาผู้ผ่านเกณฑ์งวดแรกซึ่งรวมเงินตกเบิกจำนวน 4,000 บาท ในวันที่ 5 มี.ค.64 และสัปดาห์ถัดไป งวดละ 1,000 บาท จนครบสิทธิ์จึงขอให้ประชาชนรักษาสิทธิของตัวเองและอย่ากระทำการผิดวัตถุประสงค์โครงการซึ่งต้องระวางโทษตามกฎหมาย

 

ส่วนผู้ทบทวนสิทธิ “เราชนะ” ขณะนี้มีมากกว่า 3.9 แสนคนจากจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น 28.5 ล้านคน โดยขอให้ยื่นแแบบเสียภาษีออนไลน์ภายใน 7 วัน นับจากวันลงทะเบียนทบทวนสิทธิ์ โดยจะประกาศผลการทบทวนสิทธิ์ กรณีเกณฑ์ประเมินรายได้ ปีภาษีล่าสุด 19 มี.ค.และโอนเงินงวดแรก 25 มี.ค.64

ส่วนปัญหาระบบชำระเงินโครงการ “เราชนะ” ในวันแรกที่เปิดใช้จ่ายนั้น นายผยง ศรีวนิช กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย ชี้แจงว่า ปัญหาการที่เกิดขึ้นเกิดจากการทำงานระบบบัตรสวัสดิการที่จำกัดระยะเวลาการใช้เงินและการใช้สิทธิ์ “เราชนะ” ซึ่งสามารถสะสมวงเงินและใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 31 พ.ค.64 โดยในช่วงระบบอินเทอร์เน็ตกระตุกทำให้ชุดข้อมูลทั้งสองทำงานผิดพลาด ส่งผลให้เกิดปัญหาการใช้วงเงินเกินสิทธิ์จำนวน 2.5 หมื่นคน ซึ่งต้องถูกปรับลดวงเงินตามสัดส่วนในงวดถัดไปแต่ไม่รับปากว่าการใช้จ่ายในรอบ “เป๋าตัง” ครั้งแรก จะเกิดปัญหาระบบล่มอีกหรือไม่ แต่ธนาคารได้ปรับปรุงระบบใหม่ให้มีสเถียรภาพสูงสุดแล้ว

นอกจากนี้ ระบบธนาคารกรุงไทยยังตรวจพบพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เข้าข่ายทุจริตจากร้านค้าในโครงการ 152 แห่ง และผู้ใช้สิทธิ์ 167 คน คิดเป็นวงเงินรวมประมาณ 300,000 บาท ซึ่งธนาคารกำลังตรวจสอบอย่างรัดกุม เช่น พฤติกรรมการใช้สิทธิซื้อก๋วยเตี๋ยวทุกๆ 3-5 นาที ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง รวม 30-40 ชาม จึงกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลให้กระทรวงการคลังเอาผิดตามกฎหมาย

Next Post

"มหาสารคาม" เปิดไทม์ไลน์เพิ่ม 1 หญิงวัย 33 ปีโยงโต๊ะแชร์

พฤหัส ก.พ. 11 , 2021
เปิดไทม์ไลน์หญิงชาวมหาสารคาม อายุ 33 ปี คนที่ 19 ต […]