เครือข่ายองค์กรทนายความ เรียกร้องเพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เครือข่ายองค์กรทนายความ เรียกร้องเพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เครือข่ายองค์กรทนายความ เรียกร้องให้รัฐบาลเพิกถอนการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และปล่อยตัวและยุติดำนินคดีผู้ถูกควบคุมตัวทั้ง 86 คน เหตุเป็นการชุมนุมโดยเสรีภาพโดยสงบและไร้อาวุธ

วันนี้ (19 ต.ค.63) เครือข่ายองค์กรกฎหมายสิทธิมนุษย์ชน และศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมแถลงการณ์ร่วมต่อการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงโดยเรียกร้องให้รัฐบาลเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ต.ค.63 เนื่องจากไม่มีเหตุเพียงพอในการประกาศสถานการณ์ดังกล่าว และให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 80 คน จากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกในทันทีเนื่องจากผู้ถูกควบคุมตัวใช้เสรีภาพชุนนุมโดยสงบและปราศอาวุธ

น.ส.คอรีเยาะ มานุแช ทนายความอิสระ สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุยษชน เปิดเผยถึงแถลงการณ์ว่า การชุนนุมตั้งแต่วันที่ 13 – 18 ต.ค.ที่ผ่านมาเป็นการชุนนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายแก่บ้านเมือง ซึ่งการชุนนุมดังกล่าวต้องได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญและตามข้อบทที่ 21 กติการะหว่างประเทศว่าสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

 

การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการชุนนุมไม่ปรากฎว่า เป็นภัยต่อความอยู่รอดของรัฐและไม่ปรากฎมีการก่อการร้าย ทำลายทรัพย์สินหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่า มีการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ แต่การใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเห็นได้ชัดว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเพื่อขยายอำนาจเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการตรวจสอบตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 เพื่อยกเว้นยกเว้นความผิดทั้งทางแพ่งและอาญาและทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินคดีมาตรา 110 ประทุษร้ายพระราชินี เป็นการตั้งข้อกล่าวหา ที่เกินความเป็นจริงเพราะขบวนเสด็จฯสามารถดำเนินไปได้โดยเรียบร้อยไม่มีผู้ใดพยามขวางขบวนหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย แม้จะดำเนินผ่านโดยไม่มีการแจ้งให้ผู้ชุมนุมทราบล่วงหน้า

นอกจากนี้ ยังจำกัดสิทธิผู้ถูกควบคุมตัวเข้าถึงสิทธิกระบวนการยุติธรรม เช่น สิทธิในการมีทนาย สิทธิการปล่อยตัวชั่วคราว เป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ถูกจับกุม

 

ผศ.กรศุทธิ์ ขอพ่วงกลาง ผู้อำนวยศูนย์การนิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ได้ประกาศแจ้งทนายอาสาที่เป็นศิษย์เก่าและผู้ที่ต้องการช่วยเหลือผู้ที่ถูกจับกุม ล่าสุด มีทนายที่ร่วมลงชื่อแล้วจำนวน 300 คน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ถูกจับกุมและกระทบสิทธิกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ข้อมูลผู้ถูกจับกุมและดำเนินคดี ตั้งแต่เริ่มการชุนนุม จนถึงวันที่ 18 ต.ค.จำนวนทั้งสิน 86 คน เยาวชน 2 คน

Next Post

มธ.ขออภัยเหตุชุมนุมแฟลชม็อบ มธ.ศูนย์ลำปาง

อังคาร ต.ค. 20 , 2020
มธ.ออกแถลงการณ์ ขออภัยและแสดงความเสียใจเหตุการณ์ชุ […]