อาฒยา นำรอบแรก เมืองไทยประกันภัย ไทยแลนด์ แอลพีจีเอ มาสเตอร์ส 2020

อาฒยา นำรอบแรก เมืองไทยประกันภัย ไทยแลนด์ แอลพีจีเอ มาสเตอร์ส 2020

วันนี้ ( 19 พ.ย.63 ) การแข่งขันกอล์ฟอาชีพสตรีรายการ “เมืองไทยประกันภัย ไทยแลนด์ แอลพีจีเอ มาสเตอร์ส 2020” สนับสนุนการแข่งขันโดย สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี, บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด(มหาชน) การกีฬาแห่งประเทศไทยและกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด แข่งขันที่ สนามวอเตอร์มิลล์ กอล์ฟคลับ แอนด์ รีสอร์ท จ.นครนายก

จบการเล่นรอบแรกปรากฏว่า “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล เจ้าของมือ 1 เงินรางวัลสะสมไทยแอลพีจีเอ 2020 โชว์ฟอร์มร้อนแรงเปิดรอบแรกด้วยการขึ้นนำที่ 6 อันเดอร์พาร์ 66 ขึ้นนำเดี่ยวแต่เพียงผู้เดียว พร้อมรับรางวัลตีดีประจำวันเป็นบัตรของขวัญจาก บริษัท ลีโอเนียน (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่า 15,000 บาท

 

อาฒยา ฐิติกุล ผู้นำรอบแรกกล่าวว่า

 

วันนี้ช่วงแรกออกไปตีเหล็กค่อนข้างโอเคค่ะ แต่วันนี้ก็มีพัตต์ใกล้ๆไม่ลงบ้าง แต่รอบหลังก็พยายามทำความมั่นใจกับพัตต์มากขึ้น ก็เลยตีดีขึ้น อีเกิ้ลที่หลุม4 พาร์ 5 วันนี้ช็อตสองใช้หัวไม้3ตีเข้าไปดีมาก อยู่ในระยะที่สามารถทำได้ ประมาณสองคันธง และบวกกับเพิ่งได้เบอร์ดี้มาก็เลยมีกำลังใจและความมั่นใจมากขึ้น

 

ขณะที่”โปรไบร์ท”ภิญญาดา คุวานันท์ วัย 25ปี จากขอนแก่น และ”โปรกรีน”วันชนา โพธิ์เรืองรอง วัย26 ปีจากสุรินทร์ โดยทั้งคู่ทำได้ 6 เบอร์ดี้เสีย 1 โบกี้ สวิงเข้ามาคนละ 5 อันเดอร์พาร์ 67 ตามหลังผู้นำสโตรกเดียว

ส่วนอันดับสี่ ที่ 4 อันเดอร์พาร์ 68 ได้แก่ “โปรนุ๊ก”บุษบากร สุขพันธ์ สาวเหนือวัย 23ปี จากเชียงราย เจ้าของ 4 แชมป์เจแปนสเต็ปอัพทัวร์ และมือ1 เงินรางวัลสะสมเจแปนสเต็ปอัพทัวร์ 2019 ทำให้คว้าทัวร์การ์ด เจแปนแอลพีจีเอทัวร์ 2020 และ ”น้องปาล์มมี่” พิมพ์ขวัญ ชูแก้ว สวิงขาอ่อนทีมชาติวัย 16 ปี จากปทุมธานี

 

 

ตามมาด้วยอันดับ6 ที่ 3 อันเดอร์พาร์ 69 ที่มีด้วยกัน 6 รายได้แก่ ชนกพิสุทฑ์ เจริญพัฒนาสถิตย์ ,ปวริศา ยกทวน,ตรีฉัฐ จีนกลับ,ภรณีย์ ชุติชัย,ชมพัช พงศ์ธนารักษ์ และทิพอาภา มานิตย์ ด้าน”โปรสายป่าน”ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์ จากร้อยเอ็ด ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกา และเข้าดักตัวครบ14วันแล้ว ในฐานะแชมป์เก่ารายการนี้เมื่อปี 2017 ทำได้ 2 อันเดอร์พาร์ 70 ส่วน”โปรเบสท์”ปรินดา โพธิ์กัณฑ์ จากขอนแก่น แชมป์เก่าปี 2018 ทำได้ 2 โอเวอร์พาร์ 74 

 

 

รายการนี้มีนักกอล์ฟสตรีเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น จำนวน 114 คน ทำการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์ 3 วัน วันละ 18 หลุม รวม 54 หลุม ผู้ที่ทำคะแนนเกิน 88(+16)จะไม่ได้เข้าไปเล่นในรอบต่อไป โดยนักกอล์ฟสตรีที่มีคะแนนรวม 50 อันดับแรกและเสมอ(ไม่รวมนักกอล์ฟสมัครเล่น) หลังจากจบการแข่งขัน 36 หลุม หรือ 2 รอบแรกของการแข่งขัน จะผ่านการตัดตัวเข้าสู่การแข่งขันรอบที่ 3 ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 4 ล้านบาท โดยนักกอล์ฟอาชีพที่เป็นผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 600,000 บาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลโฮลอินวันมูลค่า 100,000 บาท

Next Post

ประท้วง บ.ให้โบนัสไม่เป็นธรรมทั้งที่ได้กำไรสูง

พฤหัส พ.ย. 19 , 2020
พนักงานบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กว่า 2,000 […]