สำรวจราคา “พริกขี้หนู” พุ่ง หลังผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย

สำรวจราคา "พริกขี้หนู" พุ่ง หลังผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย

ผู้บริโภคหลายคนวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์กรณีราคาพริกขี้หนูเม็ดใหญ่ หรือ พันธุ์ซุปเปอร์ฮอตสูงขึ้นถึงเม็ดละ 1 บาท ล่าสุดพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีราคาดังกล่าว แต่ยอมรับว่าพริกมีราคาสูงจริง

วันนี้ (27 ม.ค.2564) จากกรณีผู้บริโภคใน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ระบุว่า พบพริกแดงเม็ดละบาท สอบถามหลายคนบอกสาเหตุต่างกัน ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง และเพราะ COVID-19 โดยเจ้าของร้านอาหารใน อ.พิมาย บอกว่า ราคาพริกแพงขึ้น โดยพริกที่แพงที่สุด คือพริกแดงพันธุ์ฮอตเตอร์ 2 ราคาขึ้นอยู่กับขนาด ถ้าเม็ดสั้น 24 เม็ด 10 บาท แต่ถ้าเม็ดยาว ขาย 8 เม็ด 5 บาท และถ้าขนาดใหญ่ ราคา เม็ดละ 1 บาท

พริกแดงพันธุ์ฮอตเตอร์ 2 ราคาแพงที่สุด แต่ได้รับความนิยม เพราะเมื่อนำไปประกอบอาหาร จะมีสีสันสวยงาม สาเหตุที่พริกแพง เพราะภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกพริกแดงแหล่งใหญ่ประสบภัยน้ำท่วมปลายปีที่แล้ว ทำให้ผลผลิตเสียหาย พริกแดงจึงขาดตลาด

ขณะที่ นายศารุมภ์​ โหม่งสูงเนิน​ พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา​ ลงพื้นที่ตลาดสุรนารี หรือ ตลาดสุรนคร เขตเทศบาลนครราชสีมา​ เพื่อตรวจสอบราคาพริกขี้หนู โดยระบุว่า ผู้ประกอบการซื้อพริกมาจาก จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และตลาดไทย ซึ่งการระบาดของ COVID-19 ทำให้ขนส่งยาก ประกอบกับช่วงปลายเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา อากาศเย็นทำให้ผลผลิตออกน้อย และสุกช้า ราคาจึงสูง

นอกจากนี้ นายศารุมภ์ ยังยืนยันว่า กรณีมีข่าวออกมาว่า พริกขี้หนูในตลาดสดพิมายเมืองใหม่ ราคาพุ่งสูง เม็ดละ 1 บาท ยืนยันว่า ตรวจสอบแล้ว ไม่เป็นความจริง รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการให้ขนส่ง​สะดวกขึ้น​แล้ว ทำให้​ราคากลับเข้าสู่ภาวะปกติ​ ขายส่งกิโลกรัมละ 140-150 บาท ขายปลีก กิโลกรัมละ 160-170 บาท และมีแนวโน้มราคาลดลง 

ทั้งนี้ พริกขี้หนูไม่ใช่สินค้าควบคุม แต่หากพบการขายที่เอาเปรียบประชาชน สามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หากร้านค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าเกินจริง มีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำและปรับ และกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท

สำรวจราคาพริกขี้หนูในเมืองกรุง

ทีมข่าวไปสำรวจราคาพริกที่ตลาดไท พบว่าราคาพริกหลายชนิดมีราคาสูงขึ้น ซึ่งผู้ค้าส่งพริกระบุว่าเป็นไปตามกลไกตลาด ที่ผลผลิตอออกสู่ตลาดน้อยสูง แต่ราคาพริกก็เคยตกต่ำลงเหลือเพียงกิโลละ 20 บาท

ขณะที่บางร้านพบแรงงานข้ามชาติช่วยกันบรรจุพริกพันธุ์ซุปเปอร์ฮอทลงในถุง ก่อนรถเร่จะนำไปขายต่อ โดยน้ำหนัก 80 กรัม ขายในราคาถุงละ 20 บาท เมื่อลองแกะถุงนับจำนวนพริก ที่อยู่ในถุงอยู่ที่ 23 เม็ด หรือเฉลี่ยเม็ดละ 80 สตางค์

พ่อค้ารถเร่ ยอมรับว่า ราคาพริกปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นจริง แต่ก็ไม่ถึงเม็ดละ 1 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของพริกหากมีขนาดใหญ่ก็จะได้ปริมาณน้อย ซึ่งพ่อค้าแต่ละคนก็จะขายต่างกัน บางคนขายถุงละ 20 บาท บางคนก็ขายถุงละ 10 บาท

เมื่อสอบถามพ่อค้าแม่ค้าที่ขายส่งพริก ยอมรับว่า ราคาพริกปรับตัวสูงขึ้นจากปีที่แล้วจากกิโลกรัมละไม่ถึง 100 บาท เป็น 130-150 บาท แล้วแต่เบอร์

เมื่อสำรวจราคาขายปลีกในตลาดไท พบว่าขายอยู่ที่ขีดละ 20 บาท แต่หากซื้อ 1 กิโลกรัมอยู่ที่ 160-170 บาท พ่อค้าร้านขายส้มตำยอมรับว่าราคาพริกปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ได้รับผลกระทบบ้าง

ขณะที่ราคาพริกหน้าสวนที่กลุ่มปลูกพริกบ้านโนนโก ต.สระโพนทอง อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ เกษตรกรขายได้อยู่ที่กิโกกรัมละ 140-150 บาท โดยต้นปีถึงกลางปี 2563 ราคาอยู่ที่ 20-40 บาท ก่อนจะปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี

ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก.รายงานราคาพริกเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี พบว่าราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่ปี 2561 อยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท และปี 2563 อยู่ที่กิโลกรัมละ 59 บาท ขณะที่พื้นที่ปลูกพริกทั้งประเทศ ในปี 2562 อยู่ที่ 50,000 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ประมาณ 20,000 ไร่ 

 

 

Next Post

รู้แล้ว! "ข้าวโอ๊ต" วง AXIS บอยแบนด์ 23 ปี ติดโควิด โยงดีเจมะตูม

พฤหัส ม.ค. 28 , 2021
วันนี้ (27 ม.ค.2564) จากกรณีนายเตชินท์ พลอยเพชร หร […]