รายงานอนามัยโลกชี้ COVID-19 แพร่จากสัตว์สู่คน

คณะสอบสวนขององค์การอนามัยโลกสรุปว่า COVID-19 น่าจะมีที่มาจากสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาว ก่อนจะแพร่ระบาดในมนุษย์ และไม่น่าจะระบาดก่อนช่วงปลายปี 2562 เกิน 1 ถึง 2 เดือน

วันนี้ (30 มี.ค.2564) ร่างรายงานการสอบสวนต้นกำเนิดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรค COVID-19 ซึ่งจัดทำโดยองค์การอนามัยโลกร่วมกับทางการจีน ชี้ว่าต้นตอการระบาดที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดน่าจะเกิดจากการแพร่เชื้อจากค้างคาวมายังมนุษย์ผ่านสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นพาหะ โดยยังไม่สามารถระบุสัตว์ตัวกลางได้

ข้อสรุปนี้ไม่แตกต่างไปจากข้อมูลที่ทราบกันก่อนหน้านี้มากนัก และยังมีข้อกังขารวมถึงคำถามอีกมากที่ยังไม่ได้รับคำตอบ หลังจากก่อนหน้านี้มีการเลื่อนการสรุปผลการสอบสวนต้นตอ COVID-19 มาแล้วหลายครั้ง นับตั้งแต่คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกลงพื้นที่เมืองอู่ฮั่นเพื่อเปิดการสอบสวนเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ผลการสอบสวนยังระบุที่มาของเชื้อที่อาจเป็นไปได้อีก 3 กรณี คือการแพร่ระบาดจากค้างคาวสู่มนุษย์โดยตรง ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ การแพร่ระบาดผ่านผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งที่มีความเป็นไปได้ต่ำ และการรั่วไหลจากห้องทดลองซึ่งเป็นไปได้น้อยที่สุด

ขณะที่ในประเด็นระยะเวลาซึ่งพบการระบาดครั้งแรกเมื่อปลายปี 2562 คณะสอบสวนระบุว่าไม่พบหลักฐานว่าไวรัสระบาดก่อนหน้านั้นเกินกว่า 1 หรือ 2 เดือน โดยร่างรายงานฉบับนี้ยังไม่ได้มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าน่าจะเผยแพร่เป็นสาธารณะในเร็ววันนี้ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดส่วนใดหรือไม่

 

 

 

 

 

Next Post

นักเรียนตรังทำ "ทาร์ตไข่มะม่วงเบา" สร้างรายได้

อังคาร มี.ค. 30 , 2021
โรงเรียนเทศบาล 6 วัดตันตยาภิรม จ.ตรัง สนับสนุนให้น […]