ปล่อยตัว 4 แกนนำกลุ่มราษฎร

ปล่อยตัว 4 แกนนำกลุ่มราษฎร

เมื่อเวลา 00.00 น. แกนนำราษฎร 4 คน ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแล้ว โดยยืนยันในข้อเรียกร้อง 3 ข้อเช่นเดิม พร้อมขอให้รัฐบาลสร้างบรรยากาศที่ดีก่อนที่เข้าสู่การสมานฉันท์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.00 น.ที่ผ่านมา เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ปล่อยตัวนายอานนท์ นำภา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันชุมนุมที่ท้องสนามหลวง และถูกออกหมายจับในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายสุรนาท แป้นประเสริฐ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันประทุษร้ายพระราชินี ที่ศาลออกหมายจับในข้อหาร่วมกันประทุษร้ายพระราชินี กรณีที่ร่วมกันปิดล้อมขบวนเสด็จพระราชดำเนิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110

หลังจากศาลอาญายกคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ระหว่างการสอบสวน โดยศาลให้เหตุผลว่า การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วจึงไม่มีความจำเป็นต้องควบคุมตัวและให้ยกคำร้องฝากขังและปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข

นายอานนท์ เปิดเผยหลังจากออกมาจากเรือนจำว่า เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นสังคมได้พิพากษาแล้วว่า กลุ่มมวลชนได้เดินทางมาอย่างถูกต้อง แม้ว่าที่ผ่านมาจะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำและได้ทราบข่าวภายนอกน้อยมาก แต่ยังได้เห็นภาพของการต่อสู้ที่มาไกลเหนือความคาดหมาย และทุกคนเป็นแกนนำของการเคลื่อนไหวตลอดมาที่มีอุดมการณ์เรียกร้อง 3 ข้อ ที่ถือว่าเป็นขั้นต่ำที่สุดในกระบวนการยุติธรรม

นายอานนท์ ยังเห็นว่า ทุกคนได้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมแล้วและต้องการที่จะต่อสู้ถึงความเหลื่อมล้ำในทุก ๆ ด้าน และยังต้องต่อสู้ไปอีกเยอะ พร้อมยืนยันว่า เป็นการต่อสู้อย่างสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง ส่วนหากรัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ในการรับฟังปัญหาอย่างจริงใจก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้แต่ต้องสร้างบรรยากาศในการแก้ปัญหาให้ดีขึ้นก่อน ไม่ใช่ออกหมายจับและหมายเรียกผู้ชุมนุมอยู่อย่างต่อเนื่องและหากมีการชุมนุมที่ไหนอีกก็พร้อมเข้าไปร่วมชุมนุมอย่างแน่นอน

ขณะที่นายสมยศ กล่าวว่า การดำเนินคดีกับกลุ่มแกนนำที่เรียกร้องไม่ได้มีไว้แก้ไข แต่มีไว้แก้แค้น แต่ก็ไม่มีผลอะไรกับการที่จะต่อสู้เพื่อประชาชน ที่ผ่านมาเสียงเรียกร้องจากมวลชนบนท้องถนนได้ดังมาถึงห้องขัง และทำให้ได้ออกมานอกเรือนจำได้ในวันนี้ พร้อมยังเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะเรื่องการออกหมายจับที่เน้นการปิดกั้นเสรีภาพของประชาชนมากกว่า

ด้านนายเอกชัย ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันประทุษร้ายต่อพระราชินี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นการสร้างสถานการณ์ให้มีความวุ่นวายเกิดขึ้น และตัวเองก็ไม่ทราบว่าจะมีขบวนเสด็จฯ ผ่านมาที่บริเวณที่ชุมนุมอยู่ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด แต่มีการขอศาลออกหมายจับในข้อหาที่ร้ายแรงเพื่อที่จะนำสถานการณ์นี้ไปออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และเมื่อทราบว่า มีการออกหมายจับก็กำลังจะไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ดุสิต ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ แต่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว เข้ามาจับกลางทางก่อน พร้อมระบุว่าจะดำเนินคดีกับนายสมยศ ในข้อหาพาผู้ต้องหาหลบหนีอีก ซึ่งการเข้ามาจับนั้นก็เป็นการสร้างเงื่อนไขไม่ให้ประกันตัว

ภายหลังที่ทั้ง 4 คนได้รับการปล่อยตัว ก็ได้ออกมาปราศรัยกับมวลชนที่มารอให้กำลังในอยู่ด้านหน้าเรือนจำ ริมถนนงามวงศ์วาน และบอกว่าจะเดินทางไปเยี่ยมนายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิ้น น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ที่โรงพยาบาลพระราม 9 หลังจากเข้ารักษาอาการบาดเจ็บในวันที่ถูกอายัดตัวมาที่ สน.ประชาชื่น

Next Post

พายุโซนร้อน “โคนี” ขึ้นฝั่งเวียดนาม 5 พ.ย. เตือนอีสานมีฝน-ลมแรง

อังคาร พ.ย. 3 , 2020
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดพายุโซนร้อน “โคนี” เคลื่อนขึ้น […]