ทลายแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ ช่วย 2 ทารก พบจ้างรายละ 5 แสน

ทลายแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ ช่วย 2 ทารก พบจ้างรายละ 5 แสน

ตำรวจเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ ช่วยเหลือเด็กวัย 6-8 เดือน 2 คน พบมีนายหน้าต่างชาติหาหญิงอุ้มบุญผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เร่งขยายผลจับเครือข่ายที่เหลือต่อ

วันนี้ (5 ก.พ.64) นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงจับขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ หลังตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ได้รับการประสานจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ว่าพบการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ประกาศเชิญชวนรับสมัครหญิงที่ต้องการหารายได้จากการรับจ้างตั้งครรภ์แทน

พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการ สอท. เปิดเผยว่า วันนี้ มีการสนธิกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หนึ่งในนั้น เปิดเป็นบริษัททำความสะอาดบังหน้าโดยใช้ชื่อหญิงชาวจีน สามารถช่วยเหลือเด็ก 2 คน อายุประมาณ 6 เดือน และ 8 เดือน ตรวจดีเอ็นเอแล้วพบว่าพ่อเด็กเป็นคนสัญชาติจีน โดยพบผู้ดูแลมีสัญชาติฟิลิปปินส์ 2 คน

 

นอกจากนี้ ยังพบหญิงที่ยอมรับเป็นผู้อุ้มบุญ 3 คน อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าจะเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือเป็นการซื้อขายปลูกถ่ายอวัยวะหรือไม่ และจะต้องมีการดำเนินคดีกับแม่อุ้มบุญเพื่อให้เข็ดหลาบ พร้อมเชื่อว่าขบวนการนี้มีการกระทำมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีการขยายผลจับกุมให้ได้ทั้งเครือข่าย

 

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากแพทย์จากโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง แจ้งว่ามีเด็กทารกอายุประมาณ 4 เดือน เข้ารับการรักษาตัว เนื่องจากได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จากการสอบปากคำผู้ดูแลทารกดังกล่าว ยอมรับว่าเด็กเกิดจากการอุ้มบุญ และรอส่งมอบให้ผู้ว่าจ้างชาวต่างชาติ โดยจะมีนายหน้าหาแม่อุ้มบุญ ส่วนใหญ่จะมีการฝังตัวอ่อนในต่างประเทศ ก่อนกลับเข้ามาในไทย เมื่อถึงกำหนดคลอดก็จะเดินทางไปคลอดยังประเทศที่ 3 และทำการส่งมอบทารกในคราวเดียวกัน แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้แม่อุ้มบุญ ไม่สามารถเดินทางออกไปคลอดนอกประเทศได้ จึงจำเป็นที่จะต้องคลอดและส่งมอบทารกให้นายจ้างชาวต่างชาติ และจะได้ค่าตอบแทน 500,000 บาท

 

ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า จากพัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าสำหรับผู้มีบุตรยากของไทย อาจทำให้มีนายหน้าเห็นช่องทางหาประโยชน์ จึงมีการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558

การอุ้มบุญโดยผิดกฎหมาย นอกจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อแม่และเด็กแล้ว ยังจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย

นอกจากนี้ หากพบสถานพยาบาลใดหรือแพทย์คนใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการอุ้มบุญผิดกฎหมายจะมีต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน

 

 

 

Next Post

สปสช.จ่อแจ้งความผู้ใช้ไลน์ @Check sith หลอกขอเลขบัตรประชาชน

ศุกร์ ก.พ. 5 , 2021
สปสช.เตรียมแจ้งความดำเนินคดีผู้ใช้ไลน์ @Check sith […]