ตะลึง! วิจัยเด็กติดเกม 5 ชั่วโมงต่อวัน สูญค่าใช้จ่าย 5 พันต่อเดือน

ตะลึง! วิจัยเด็กติดเกม 5 ชั่วโมงต่อวัน สูญค่าใช้จ่าย 5 พันต่อเดือน

ผลวิจัยชี้เด็กไทยเล่นเกมกว่า 85% เพื่อความสนุกสนาน ชี้ 1 ใน 3 เล่นทุกวันเฉลี่ย 5 ชั่วโมงต่อวันบางส่วนเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าเดือนละ 5,000 บาท ในจำนวนนี้ยอมรับว่าอารมณ์รุนแรง ทะเลาะกับครอบครัว หยาบคาย แนะชงมาตรการคุมแข่งเกมออนไลน์

วันนี้ ( 29 ม.ค.2564) สมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เผยผลวิจัยเกี่ยวกับเด็กติดเกม :สถานการณ์ความรับผิดชอบทางสังคมและข้อเสนอนโยบาย พบว่าพฤติกรรมการเล่นเกมของเด็กไทยส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและสุขภาพ อาทิ เนื้อหาเกมที่รุนแรงไม่เหมาะสมตามช่วงวัย การเล่นเกมที่ใช้เวลามากเกินพอดี

ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก นายก สสดย. ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติด้านเด็กกับสื่อ กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ตลอดจนปวส. และปริญญาตรี 3,292 คน เด็กกว่า 85% ที่ตอบว่าเคยเล่นเกม พบอีกว่าเกือบ 1 ใน 3 เล่นเกมเป็นประจำทุกวัน และมีถึง 10% ที่เล่นมากกว่าวันละ 5 ชั่วโมง บางส่วนเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าเดือนละ 5,000 บาท 

ในวันหยุดมีกลุ่มตัวอย่าง 18.05% ที่เล่นมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน และหากพิจารณาเป็นรายภูมิภาคจะพบว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เล่นเกมมากกว่าวันละ 5 ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าภาคอื่นอย่างมีนัยสำคัญ 

60% ระบุเล่นเกมเพราะไม่มีอะไรทำ

ดร.ธีรารัตน์ กล่าวว่า เด็กกว่า 80% ที่ตอบว่าเคยเล่นเกมในรอบ 12 เดือน เล่นเกมเพราะความสนุกสนานเพลิดเพลิน และ 60% เล่นเพราะไม่มีอะไรทำที่ดีไปกว่านี้ ทั้งนี้ การเล่นเกมส่งผลต่อพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญ

จากการวิจัยพบว่า 32.56% แสดงอาการหงุดหงิดไม่พอใจเมื่อถูกห้ามเล่นเกม อีก 8.1% เถียงกับคนที่ห้ามเล่นเกมแต่ยังไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ และน่าเป็นห่วงที่สุดคือ 5.71% ที่มีพฤติกรรมเก็บตัว ไม่ไปโรงเรียน หรือไม่พูดจากับใคร หากถูกห้ามไม่ให้เล่นเกม

นักวิจัย ระบุอีกว่า เมื่อถามกลุ่มตัวอย่างว่า คุณติดเกมหรือไม่ เมื่อเล่นเกมแล้วออกไปทำกิจกรรมทางกายน้อยลงหรือไม่ มีกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 40% ที่ตอบว่า ใช่ และเมื่อถามต่อไปว่าผลการเรียนตกต่ำตั้งแต่เริ่มเล่นเกมออนไลน์หรือไม่ มีอารมณ์รุนแรงขึ้นหรือไม่ ทะเลาะกับครอบครัวบ่อยขึ้นหรือไม่ ใช้ภาษาที่หยาบคายขึ้นหรือไม่ และเงินส่วนใหญ่หมดไปกับการเล่นเกมและเติมเกมหรือไม่ กลุ่มตัวอย่างเกือบ 20% ตอบว่า ใช่

ดร.ธีรารัตน์ กล่าวว่า นอกจากการเล่นเกมออนไลน์แล้ว การจัดแข่งขันวิดีโอเกมเพื่อชิงรางวัล หรืออีสปอร์ต ก็กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่เยาวชนทั้งในและต่างประเทศ มีผู้ประกอบการไทยได้จัดให้มีการแข่งขันกันอย่างกว้างขวางในทุกระดับ มีการโฆษณาเชิญชวนหลายรูปแบบอย่างไร้การควบคุม พบว่าเกิดการพนันแฝงมากับเกมมากมายหลายรูปแบบและเปิดเผย จึงนำมาสู่การจัดทำข้อเสนอทางนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาด้วยเช่นกัน

ชงมาตรการคุมแข่งเกมออนไลน์

ทั้งนี้ในงานวิจัย สสดย. ระบุถึงข้อเสนอทางนโยบายต่อการจัดการแข่งขันเกมออนไลน์ ประกอบด้วย ควรให้มีการกำกับไม่ให้มีการพนันในเกมหรือพนันทีมที่แข่งขัน ไม่ควรมีสปอนเซอร์เป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง ควรจัดหาเกมที่มีเนื้อหาเหมาะกับช่วงวัย ไม่ลามกอนาจาร ไม่รุนแรงเกินวัย ไม่ควรจัดการแข่งขันในโรงเรียน และผู้ที่จะลงแข่งขันได้ควรได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน และควรกำหนดอายุผู้เข้าแข่งขันตามกติกาสากล คือ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

โดยส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อให้เกิดการกำกับดูแลการประกอบกิจการเกี่ยวกับเกมในประเทศ ไทย ต่อรองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และคณะทำงานเพื่อเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์สำหรับเด็กและเยาวชน วุฒิสภา เพื่อร่วมขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป

 

Next Post

"อนุทิน" หนุนวิสาหกิจชุมชนลำปาง ปลูก-เก็บเกี่ยวกัญชา

เสาร์ ม.ค. 30 , 2021
“อนุทิน” สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนเกษตรอิน […]