ตร.กวาดล้างหนี้นอกระบบ 7 วัน จับผู้ต้องหาเกือบ 300 คน

ตร.กวาดล้างหนี้นอกระบบ 7 วัน จับผู้ต้องหาเกือบ 300 คน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปผลการกวดล้างกลุ่มธุรกิจหนี้นอกระบบเพียง 7 วัน จับผู้ต้องหา 297 คน พร้อมตรวจยึดเงินสด 333,126 บาท เตรียมเร่งขยายผลเส้นทางการเงินผู้เกี่ยวข้อง

วันนี้ (28 ธ.ค.2563) พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลกวาดล้างหนี้นอกระบบทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 18-24 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 587 เป้าหมาย จับผู้ต้องหา 297 คน ตรวจยึดเงินสด 333,126 บาท บัญชีลูกหนี้ 3,280 รายชื่อ/สมุดบัญชี และบัตร ATM 47 รายการ

 

ทลายแก๊งแอปฯ RICH MONEY

คดีที่สำคัญ คือการบุกทลายแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบ ซึ่งเป็นเงินทุนต่างชาติ ที่เรียกว่า RICH MONEY ซึ่งมีการให้ผู้กู้ติดตั้งแอปพลิเคชัน ลงในโทรศัพท์มือถือ มีการเรียกดอกเบี้ยร้อยละ 2,000 บาทต่อปี เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เมื่อกู้ผ่านจะถูกหักค่าบริการออกจากเงินกู้ แต่ลูกหนี้ยังต้องชำระหนี้เต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระตามกำหนดจะถูกทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ ด่าทอ คุกคาม และส่ง SMS ประจานไปยังบุคคลที่สาม โดยเมื่อคิดดอกเบี้ยแล่ว คิดเป็นร้อยละ 39.35 ต่อ 7 วัน หรือร้อยละ 5.66 ต่อวัน หรือร้อยละ 2,067 ต่อปี

โดยตำรวจนำหมายเข้าค้นบริษัทที่ตั้งอยู่ย่านพระราม 3 ซึ่งสามารถจับกุมผู้บริหารบริษัทที่เป็นนายทุนต่างชาติ พร้อมด้วยพนักงานรวม 6 คน ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” ดำเนินการอายัดบัญชีเงินฝาก จำนวน 4 ธนาคาร รวมทั้งสิ้น 15 บัญชี รวมเงินที่อายัดกว่า 6 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทดังกล่าวมีเงินทุนหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท มีบัญชีผู้กู้กว่า 10,000 ราย

 

จับนายทุนเงินกู้รายใหญ่อีสาน

อีกคดีตำรวจจับกุม 3 นายทุนเงินกู้รายใหญ่ภาคอีสานใน จ.ขอนแก่น ซึ่งมีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้ โดยให้ผู้กู้นำรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์มาค้ำประกัน โดยไม่ทำสัญญาเงินกู้ แต่ทำสัญญารับฝากขายรถยนต์ และให้ผู้กู้ลงลายมือชื่อไว้ไม่ลงยอดจำนวนเงิน ซึ่งจำนวนเงินที่ผู้กู้จะได้อยู่กับสภาพรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์นั้นๆ โดยกลุ่มนายทุนจะคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน ชำระจนกว่าจะครบยอดเงินที่กู้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนเพื่อขยายผลติดตามตัวผู้ครอบครองรถมาทำการสอบสวน โดยเบื้องต้นยึดรถรวม 67 คัน รถยนต์ 17 คัน รถจักรยานยนต์ 60 คัน ซึ่งพบว่ารถบางคันมีการแจ้งหายไว้ หรือยังอยู่ระหว่างเช่าซื้อกับบริษัทไฟแนนซ์

บ.เงินกู้ ทำร้าย พนง.ยักยอกเงิน

ส่วนคดีที่มีคลิปวิดีโอทำร้ายร่างกายชายคนหนึ่งต่อหน้าพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร และเมื่อตรวจสอบทราบว่าเป็นบริษัทรับปล่อยเงินกู้ แต่ชายที่ถูกทำร้ายร่างกายยักยอกเงินที่ไปเรียกเก็บจากผู้กู้มา เมื่อถูกจับได้จึงถูกทำร้ายร่างกายต่อหน้าพนักงานคนอื่นเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่าง และจากการสืบสวนยังพบว่ามีพนักงานคนอื่นที่เคยถูกกระทำการเช่นเดียวกันมาแล้ว จึงได้สอบสวนและพบผู้กระทำความผิดร่วมด้วยในคดีนี้รวม 13 คน และศาลได้ออกหมายจับไว้ทั้งหมด และได้จับทุกคนดำเนินคดี ฐานร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด

 

เตือนระวังธุรกิจเงินกู้นอกระบบ

พล.ต.อ.ปิยะ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบทั้งเส้นทางการเงิน และข้อมูลต่างๆ ที่ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกลุ่มธุรกิจเงินกู้นอกระบบทั้งหมดว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใดบ้าง และเข้าข่ายความผิดฟอกเงิน หรือสิ่งผิดกฎหมายชนิดอื่นๆ อีกหรือไม่ พร้อมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ที่จะเข้าถึงประชาชนได้ง่าย และรวดเร็วประกอบกับในช่วง COVID-19 ที่หลายคนมีความต้องการใช้เงิน ทำให้อาจจะเกิดหนี้โดยที่ไม่รู้ตัว และหากต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ทุกสถานีตำรวจ หรือโทรศัพท์ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

Next Post

“ธรรมนัส” ลงจะนะดูพื้นที่ผุดนิคมฯ หลังครม.ตั้ง กก.ศึกษา

จันทร์ ธ.ค. 28 , 2020
รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่จะนะรับฟังความเห็น ดูพื้นที่ก่ […]