ด่านตรวจแอลกอฮอล์รูปแบบใหม่ บันทึกภาพเพิ่มความโปร่งใส

ด่านตรวจแอลกอฮอล์รูปแบบใหม่ บันทึกภาพเพิ่มความโปร่งใส

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำแผนปรับเปลี่ยนรูปแบบตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ใหม่ โดยเน้นนำเทคโนโลยีบันทึกภาพไว้ตรวจสอบมาใช้และให้ประชาชนตรวจสอบความโปร่งใสได้

หลังจากที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งให้ทบทวนการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ และทำแผนการตั้งด่านตรวจให้เป็นไปตามหลักสากลหลังพบปัญหาการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการเรียกรับสินบนหลายครั้ง

 

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ทำแผนการตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์และมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในด่านตรวจ โดยเริ่มตั้งแต่การตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ที่ขับรถผ่านด่านตรวจ ไปจนถึงพบบุคคลขัดขืนการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ หรือการพบอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายในรถยนต์ โดยตำรวจที่ปฏิบัติงานจะปฏิบัติตามแผนการที่เตรียมไว้

 

 

สำหรับการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ของสถานีตำรวจ แบ่งเป็น 3 ขนาด คือ สถานีตำรวจขนาดใหญ่ ใช้กำลัง 12 นาย มีหัวหน้าชุด 1 นาย , ชุดคัดเลือกรถเพื่อมาตรวจสอบ 2 นาย , ชุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 3 นาย , ชุดป้องกันการหลบหนี 4 นาย , ชุดคุ้มกันเจ้าหน้าที่ตรวจวัดแอลกอฮอล์ 1 นาย และชุดควบคุมผู้ต้องหา 1 นาย

สถานีตำรวจขนาดกลาง ใช้กำลัง 9 นาย มีหัวหน้าชุด 1 นาย , ชุดคัดเลือกรถเพื่อมาตรวจสอบ 2 นาย , ชุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 2 นาย , ชุดคุ้มกันเจ้าหน้าที่ตรวจวัดแอลกอฮอล์ 1 นาย , ชุดป้องกันการหลบหนี 2 นาย และชุดควบคุมผู้ต้องหา 1 นาย

 

 

สถานีตำรวจขนาดเล็ก ใช้กำลัง 7 นาย มีหัวหน้าชุด 1 นาย , ชุดคัดเลือกรถมาตรวจสอบ 1 นาย , ชุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 1 นาย , ชุดคุ้มกันเจ้าหน้าที่ตรวจวัดแอกอฮอล์ 1 นาย , ชุดป้องกันการหลบหนี 2 นาย และศูนย์ควบคุมผู้ต้องหา 1 นาย

พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า จากนี้ไปการตั้งจุดตรวจต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ การสาธิตครั้งนี้จะนำไปปรับปรุงแก้ไขในข้อผิดพลาดที่ยังพบอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การจัดหาอุปกรณ์ที่ใช้ และการระบายรถยนต์ก่อนถึงด่านตรวจ

 

 

ขณะที่ พล.ต.อ.ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หากแนวปฏิบัติได้ออกมาอย่างชัดเจน ตำรวจทั่วประเทศต้องนำไปปฏิบัติ หากพบว่าไม่ปฎิบัติตามจะต้องดำเนินการทางวินัย และการตั้งด่านตรวจจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับการของแต่ละพื้นที่ก่อน การจัดตั้งป้ายแสดงการตรวจวัดแอลกอฮอล์ กล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกและตรวจสอบย้อนหลังได้ 3 วัน และขอให้ประชาชนเชื่อมมั่นในการทำงานของตำรวจ และสามารถบันทึกภาพได้ขณะที่รับการตรวจเพื่อใช้เป็นหลักฐานกรณีที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

 

ขณะที่ นพ.แท้จริง ศิริพานิชย์ เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว หากมีการบังคับใช้อย่างจริงจังเชื่อว่า จะสามารถลดอุบัติเหตุจากผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับได้ เพราะในช่วงงดการตั้งด่านตรวจที่ผ่านมาก็พบว่า มีอุบัติเหตุในช่วงกลางคืนรุนแรงขึ้นมากแม้ว่าวิธีการตั้งด่านตรวจจะไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก แต่เห็นว่ามีการนำเทคโนโลยีมาใช้ประกอบเพื่อให้มีความโปร่งใสในการทำงานของตำรวจมากขึ้น แต่ก็อยากให้ผู้ที่เข้ารับการตรวจถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐานของตัวเองด้วย

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิเมาไม่ขับยังพร้อมร่วมที่จะขับเคลื่อนการรณรงค์แก้ไขปัญหาเมาไม่ขับ และพร้อมนำผู้เสียหายจากการถูกรถชนจากเหตุผู้ขับรถที่เมาแล้วขับมาร่วมสังเกตการณ์ทำงาน หรือเป็นตัวอย่างให้ผู้ขับขี่มีจิตสำนึกมากขึ้นด้วย และทางมูลนิธิฯ พร้อมที่จะออกค่าใช้จ่ายเอง

 

Next Post

พายุ "โคนี" ขึ้นฝั่งเวียดนามคืนนี้ เตือนอีสาน-ตะวันออกฝนตกหนัก

พฤหัส พ.ย. 5 , 2020
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดพายุโซนร้อน “โคนี” เคลื่อนขึ้น […]