ชาวไทยมุสลิม ประกาศเจตนารมณ์ปกป้อง “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”

ชาวไทยมุสลิม ประกาศเจตนารมณ์ปกป้อง "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์"

ชาวไทยมุสลิม ประกาศเจตนารมณ์ปกป้อง สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย นับจากอดีตจนถึงปัจจุบันได้สร้างความร่มเย็นเป็นสุขให้ประชาชนชาวไทยทุกชื้อชาติ ศาสนา และทุกอุดมการณ์ ได้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นปกติสุข

วันนี้ ( 10 พ.ย.63) ในงาน “รวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชำติ ศาสน์ กษัตริย์” นายอรุณ บุญชม ประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี, รองประธาน กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ในนามคณะกรรมการร่วม ได้แก่ จุฬาราชมนตรี, คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย,คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงทพมหานคร และคณะกรรมการอิสลามประจังหวัด ได้ประกาศเจตนารมณ์ของชาวไทยมุสลิมในประเทศไทย ดังนี้

1.พี่น้องชาวไทยมุสลิมขอยืนยันว่า สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย นับจากอดีตจนถึงปัจจุบันได้สร้างความร่มเย็นเป็นสุขให้ประชาชนชาวไทยทุกชื้อชาติ ศาสนา และทุกอุดมการณ์ ได้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นปกติสุขเสมอมา ดังนั้น กิจกรรมในวันนี้ จึงจัดขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่มีต่อประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า

2. หากพิจารณาประวัติศาสตร์การสร้างชาติไทย จะพบว่า มุสลิมได้มีส่วนร่วม เคียงบ่าเคียงไหล่กับคนไทยศาสนิกอื่นในการร่วมกันสร้างชาติ ปกปักรักษาผืนแผ่นดินไทยภายใต้การปกครองของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยธิราชอย่างสมัครสมานสามัคคี ทำให้ประเทศชาติ ดำรงความเป็นเอกราชสืบมา สถาบันพระมหากษัตริย์จึงเป็นสถาบันที่มีความสำคัญในการธำรงรักษาเอกราชของประเทศชาติสืบมา

3. พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ที่ให้การสนับสนุน ส่งเสริมพสกนิกรทุกศาสนาให้สิทธิและเสรีภาพในการปฏิบัติศาสนกิจอย่างเท่าเทียม สำหรับมุสลิม พระราชกรณียกิจสำคัญ ได้แก่ ทรงมีพระราชดำริให้แปลคัมภีร์อัลกุรอานเป็นภาษาไทย ทรงเสด็จเยี่ยมพสกนิกชาวไทยสลิมในภาคใต้ที่ได้รับความเดือดร้อนและห่างไกล ให้ได้รับความช่วยเหลือเฉกเช่นประชาชนชาวไทยในส่วนต่าง ๆ ของประเทศ นอกจากนี้ พระองค์ ได้ทรงเสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นงานสำคัญของชาวไทยมุสลิมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นตัน พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อสังคมมุสลิมเป็นที่ประจักษ์ สร้างความปลาบปลื้มให้แก่ชาวไทยมุสลิมเป็นล้นพัน ดังนั้น ศาสนาอิสลามจึงส่งเสริมให้รำลึถึพระมหากรุณาธิคุณและคุณงามความดีของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีต่อการทำนุบำรุงศสนาอิสลามในประเทศไทย

4. ชาวไทยมุสลิมตระหนักดีว่า จารีตประเพณีอันดีงามของชาวไทยทุกศาสนาและชาติพันธุ์ที่สืบทอดกันมาช้านาน อันป็นดอกผลสำคัญของการธำรงรักษาสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นครื่องงชี้ถึความป็นสังคมที่มีอารยะ มีจริยธรรมที่วางอยู่บน รากฐานความเชื่อของศาสนาต่าง ๆ เป็นครรลองในการดำเนินชีวิตให้ชาวไทยได้ตำรงอยู่ร่วมกับสังคมอารยประเทศอย่างลงตัว

5. จุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และองค์กรศาสนา อิสลามทุกระดับตระหนักดีว่า ปัจจุบันมีความขัดแย้งและเห็นต่างทางการเมืองสูง อันเป็น ธรรมชาติของสังคมประชาธิปไตย แต่ความขัดแย้งและเห็นต่างทวีความรุนแรงจนมีผลกระทบ ต่อต้นทุนสำคัญของสังคมไทยอย่างน่าวิตก องค์กรศาสนาแม้จะต้องดำรงความเป็นกลางทางการเมือง แต่ก็มีความห่วงใยต่อสถานการณ์และความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น การจัดงานในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสค์เพื่อปลุกจิตสำนึกของทุกภาคส่วนให้ระลึกถึงรากเหง้าของความเป็นไทย ที่สร้างความร่มเย็นเป็นสุขแลความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติสืบมาจนถึงปัจจุบัน
ดังนั้น ขาวไทยมุสลิมจึงมีเจตนารมณ์ร่วมกันโดยถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องปกป้องสถาบันชาติศาสน์ กษัตริย์ ให้คงอยู่ตลอดไป

Next Post

ครม.เห็นชอบตั้ง "ธนพร ศรีวิราช" นั่งข้าราชการการเมือง

พุธ พ.ย. 11 , 2020
ครม.เห็นชอบแต่งตั้ง “ธนพร ศรีวิราช” เป […]