จับตา “ประวิตร” นั่งหัวโต๊ะถกแก้ปัญหาพีมูฟ เร่งตัดไฟแต่ต้นลม

จับตา "ประวิตร" นั่งหัวโต๊ะถกแก้ปัญหาพีมูฟ เร่งตัดไฟแต่ต้นลม

คงต้องรอดูการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ กลางสัปดาห์นี้ ที่จะมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธาน จะสามารถ “ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม” ไม่เพิ่มเชื้อให้กับการชุมนุมในขณะนี้ ได้หรือไม่

โดยเฉพาะบทบาท ของ “บิ๊กป้อม” ที่มานั่งหัวโต๊ะทำหน้าที่ ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ครั้งแรกในการประชุมวันที่ 12 พ.ย.นี้

เพื่อเร่งหาคำตอบให้กับกลุ่มพีมูฟ หลังได้รับการทวงถามความคืบหน้าการแก้ปัญหาครั้งล่าสุด พร้อมยื่น 17 ข้อเสนอมายังรัฐบาล ระหว่างประชุม ครม.สัญจรภูเก็ต เมื่อวันที่ 2-3 พ.ย.ที่ผ่านมา

ด้วยเหตุนี้ ทำให้การประชุมถูกกำหนดขึ้นมาอย่างเร่งด่วน เหมือนต้องการ “ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม” ท่ามกลางกระแสการชุมนุมทางการเมือง ที่กำลังถาโถมอยู่ในขณะนี้ เพราะหากทำ “หูทวนลม” ไม่สนใจเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา ปมเหล่านี้อาจจะบานปลายนำไปขยายผล กลายเป็นแนวร่วมกลุ่มผู้ชุมนุมได้อีก

รัฐบาลต้องการเร่งดำเนินการหาคำตอบให้กลุ่มพีมูฟ เดิมรองนายกฯ พล.อ.ประวิตร จะเรียกประชุมตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. แต่ติดภารกิจ จึงเลื่อนมาเป็นวันที่ 12 พ.ย. แทน

แต่ที่สำคัญกว่านั้น อาจจะเป็นเพราะพีมูฟถือเป็นกลุ่มที่ “เสียงดัง” มีพลังมวลชนกลุ่มใหญ่ที่มีเครือข่ายทุกภูมิภาค และจัดอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมอันดับต้นๆ ที่ทุกรัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการ มาติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้อง

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) มีประชุมมาแล้ว 8 ครั้ง ซึ่งคณะกรรมการฯ จะมีตัวแทนจากกลุ่มพีมูฟ ร่วมเป็นกรรมการมากถึง 21 คน จากทั้งหมด 44 คน โดยวาระการประชุมจะกำหนดร่วมกัน ระหว่างสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ กับกลุ่มพีมูฟ

ในการประชุมขปส.วันที่ 12 พ.ย.นี้ มีเรื่องเข้าสู่การพิจารณา 6 เรื่อง ได้แก่ การปรับปรุงองค์ประกอบคณะทำงานติดตามการแก้ปัญหาระดับนโยบาย, การคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชน, ทบทวนมติ ครม.พ.ย. 61 เกี่ยวกับปัญหาการอยู่อาศัยที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าไม้ทุกประเภท

ทบทวน กฏหมาย 3 ฉบับได้แก่ พ.ร.บ.ป่าชุมชน ปี 62, พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ปี 62 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี 62, การแก้ปัญหาเรื่องคดีความของ ขปส., การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน, ขปส.ขอติดตามความคืบหน้าในเรื่องจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน

และเรื่องที่ ขปส.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ตามข้อเรียกร้อง อาทิ เรื่องที่ดินทำกินตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในพื้นที่ชุมชน จ.สุราษฎร์ธานี, เรื่องดำเนินคดีเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ที่ อ.งาว จ.ลำปาง, เรื่องปัญหาที่ดิน ที่ประชาชนถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ จ.ระนอง ร้องทุกข์

ปัญหาที่ดิน ที่โคกภูพระ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร, เรื่องประชาชนถูกแจ้งความในข้อหาบุกรุก อ.นาน้อย จ.น่าน และกรณีที่ดินชุมชุนไทยดำ ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา

ส่วน 17 ข้อเสนอ จาก จ.ภูเก็ต ถูกบรรจุอยู่ในวาระเพิ่มเติม ซึ่งแยกได้ 4 ประเด็น มีเรื่องที่เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมอยู่แล้ว 7 ข้อ และมีประเด็นใหม่เพียง 6 ข้อเท่านั้น

“ส่วนใหญ่เป็นเรื่องปัญหาที่ทำกิน ความเดือดร้อนประชาชนเรื่องต่างๆ ช่วงหลังที่มีการเพิ่มอย่าง เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนมาปนๆ อยู่ด้วย จึงดูแปลก ๆ เหมือนจะเชื่อมโยงกับการชุมนุม ทำให้เราจับตาความเคลื่อนไหวในส่วนนี้

และเพื่อป้องกันการยืดเยื้อจากกรณีสมาชิกกลุ่มพีมูฟ มารอฟังคำตอบที่หน้าทำเนียบรัฐบาล อย่างทุกครั้งที่ผ่านมา ในครั้งนี้ทางรัฐบาล จึงได้จัดเตรียมที่พัก ที่นอนบริเวณ อาคารสำนักงาน กพ.เก่า ตรงข้ามทำเนียบฯ ไว้ให้โดยเฉพาะ

งานนี้จะลด หรือเพิ่มเชื้อไฟ ให้กับกระแสการเมืองที่ร้อนในขณะนี้ ไม่เกินสัปดาห์นี้คงรู้คำตอบ

Next Post

"บีโอไอ" ออกมาตรการใหม่ผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า

จันทร์ พ.ย. 9 , 2020
ที่ผ่านมา รัฐบาลอนุมัติมาตรการส่งเสริม ยานยนต์ไฟฟ้ […]