คพ.จ่อฟ้องแพ่งบริษัทเอกชน ทิ้งกากน้ำเสียซึมอ่างลุ่มน้ำโจน

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) สรุปผลตรวจสอบคุณภาพน้ำอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนแห่งที่ 16 พบโลหะหนักเกินมาตรฐาน ค่าน้ำมีค่ากรดสูงจนใช้งานไม่ได้ สาเหตุพบกากของเสียจากบริษัทเอกชนซึมลงแหล่งน้ำใต้ดิน ไหลลงอ่าง เตรียมฟ้องแพ่งเพื่อนำเงินฟื้นฟูอ่างและชดเชยชาวบ้าน

กรณีชาวบ้านร้องเรียนปัญหาน้ำในอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนแห่งที่ 16 พื้นที่ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ที่มีกลิ่นเหม็นสนิม ใช้งานแล้วคันตัวและยังไม่สามารถนำไปใช้กับพืชผลการเกษตรได้ 

วันนี้ (27 พ.ค.2564) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ ว่า คพ.ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนแห่งที่ 16 มีปัญหาการปนเปื้อนกากอุตสาหกรรม ซึ่งเกิดจากกากของเสียรั่วไหล และซึมลงสู่น้ำใต้ดินมาเป็นระยะเวลานาน

ผลตรวจสอบคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน มีสารโลหะหนัก แมงกานีส สูงเกินมาตรฐาน ความเป็นกรดด่าง(PH) ระดับ 3 ถือว่ามีค่าความเป็นกรดสูงไม่สามารถใช้บริโภค อุปโภค และทำการเกษตรได้

อธิบดี คพ.กล่าวว่า สอดคล้องกับผลการตรวจสอบน้ำใต้ดิน ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พบความเชื่อมโยงว่า มีการปนเปื้อนของเสียในชั้นน้ำใต้ดิน ซึ่งอยู่ใกล้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนหน้านี้ เคยเข้าตรวจสอบแล้ว พบการระบายน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ออกสู่ภายนอก และการประกอบกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน

สำหรับผลตรวจสอบคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน มีสารโลหะหนัก แมงกานีส สูงเกินมาตรฐาน ความเป็นกรดด่าง (PH) ระดับ 3 ถือว่ามีค่าความเป็นกรดสูงไม่สามารถใช้บริโภค อุปโภค และทำการเกษตรได้

พบน้ำเสียปนเปื้อนในอ่างเก็บน้ำ-เตรียมฟ้องแพ่ง

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้รายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ทราบแล้วได้มีคำสั่งให้ บริษัทเอกชนดังกล่าว หยุดประกอบกิจการชั่วคราวจนกว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาต โดย คพ.ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี และขอให้จังหวัด และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมาย

เบื้องต้นขอให้บริษัทหยุดประกอบกิจการชั่วคราว พร้อมทั้งเตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งข้อหาก่อมลพิษ ให้ฟื้นฟูการปนเปื้อนในอ่างเก็บน้ำ และเยียวยาชาวบ้าน 2 ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าฟ้องแพ่ง

จากข้อมูลการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรม บริเวณอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน แห่งที่ 16 รายงานผลตรวจสอบคุณภาพน้ำ ระหว่าง เม.ย.62-ก.พ.64 พบดังนี้ สารทองแดง 0.14-24.76 มิลลิกรัมต่อลิตร ไม่เกิน 0.1 มิลลิกรัมต่อลิตร แมงกานีส 14-15 มิลลิกรัมต่อลิตร ไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อลิตร PH 2.91-4.18 ไม่เกิน 5-9 ตะกั่ว 0.113-0.124 มิลลิกรัมต่อลิตร ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร และสังกะสี 5.0-5.3 มิลลิกรัมต่อลิตร ไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อลิตร

โรงงานใกล้เคียง-พบกองตะกอนขี้เถ้า 

อธิบดี คพ.กล่าวอีกว่า เนื่องจากมีบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกัน และประกอบกิจการในลักษณะเดียวกัน จึงได้ให้ชุดปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พล.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจขยายผลมีการกระทำผิดและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พบเป็นโรงงานประกอบกิจการผลิตโมลิบดินัมเข้มข้นด้วยการอบมีขั้นตอนการผลิตโดยนำโมลิบดินัมเข้มข้นร้อยละ 50 มาอบ ที่อุณหภูมิ 570–680 องศาเซลเซียส แล้วใช้ถ่านหินบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิง ระบบเปิดใช้งานตามปกติ ไม่พบเขม่าควันที่ปลายปล่องขณะตรวจสอบ

โรงงานมีถังเก็บของเสีย 2 ถังมีปริมาณเล็กน้อย แต่โรงงานไม่แสดงเอกสารหลักฐานการได้รับอนุญาตให้กักเก็บน้ำเสียไว้ภายในโรงงาน และนำน้ำเสียไปกำจัดภายนอกโรงงานตั้งแต่เริ่มประกอบกิจการ

 

นอกจากนี้ ยังพบตะกอนขี้เถ้าจากการเผาไหม้กองไว้ภายนอกอาคาร เป็นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงาน และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2548

รวมทั้งไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงควบคุมการปนเปื้อนในดิน และน้ำใต้ดินภายในบริเวณโรงงาน พ.ศ. 2559 ทาง คพ.จะมีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบไปยังอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา เพื่อให้ตรวจสอบกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และดำเนินคดีทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

 

Next Post

ศาลปกครอง สั่งกองสลากฯ จ่ายค่าเสียหาย "ล็อกซเล่ย์" 1,654 ล้านบาท

พฤหัส พ.ค. 27 , 2021
ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ใ […]