คนส.ขู่หยุดสอนหากรัฐบาลไม่ทำตาม 3 ข้อเรียกร้องภายใน 7 วัน

คนส.ขู่หยุดสอนหากรัฐบาลไม่ทำตาม 3 ข้อเรียกร้องภายใน 7 วัน

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ยื่นหนังสือแถลงการณ์ และรายชื่อนักวิชาการ รวม 1,118 คน ต่อนายกฯ เรียกร้องให้หยุดสลายการชุมนุมและขจัดผู้เห็นต่าง พร้อมขีดเส้น 7 วัน หากไม่ทำตามข้อเรียกร้องจะประกาศหยุดสอนทั่วประเทศ และเปิดทางนักศึกษาชุมนุมใหญ่

วันนี้ (20 ต.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง หรือ คนส.รวมตัวกันที่ลานปรีดี พนมยงค์ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นำโดย รศ.อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ก่อนจะเดินเท้าจากมหาวิทยาลัย ไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นรายชื่อเครือข่ายนักวิชาการ รวม 1,118 คน ต่อนายกรัฐมนตรี โดยได้ยื่นหนังสือแถลงการณ์ขอให้หยุดสลายการชุมนุม ขจัดผู้เห็นต่าง และสร้างทางออกให้ประเทศไทย

ชี้ไทยมีปัญหาซับซ้อนหลายด้าน

สำหรับแถลงการณ์ของเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง เรื่องหยุดสลายการชุมนุมและขจัดผู้เห็นต่าง สร้างทางออกให้ประเทศไทย ซึ่งระบุว่า การชุมนุมของนักเรียนนิสิตนักศึกษารวมถึงประชาชนตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีปัญหาหลายด้านที่ซับซ้อนและโยงใยกันอย่างแน่นหนา จำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไขในระดับรากฐาน และกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้เสนอแนวทางแก้ไขมาโดยลำดับ บนฐานของข้อเท็จจริง หลักการ และเหตุผล โดยมีผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นตัวตั้ง อีกทั้งยังเป็นไปอย่างสงบและปราศจากอาวุธ

 

 

 

ทว่ารัฐบาลไม่เพียงแต่ไม่รับข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมไปพิจารณา หากแต่ยังขัดขวางในลักษณะต่างๆ ทั้งการตั้งข้อหาและจับกุมคุมขังแกนนำและผู้เข้าร่วม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงและการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมคืนวันที่ 16 ต.ค.2563 ที่ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บและสถานการณ์บานปลาย ไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลายลงแต่อย่างใด

 

 

 

ทั้งนี้ ก็เพราะว่าปัญหาที่ประเทศไทยประสบเป็นผลมาจากความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรม กลุ่มคนที่มีความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นชาติสกุล เชื้อชาติ ศาสนา อุดมการณ์ อาชีพ เพศ ภูมิลำเนาฯลฯ ไม่ได้รับการจัดสรรประโยชน์ ทรัพยากร สิทธิ และอำนาจกันอย่างเท่าเทียม จะแก้ปัญหาอย่างแท้จริงได้ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงออกและต่อรองกันอย่างเสมอหน้า ไม่ใช่โดยการปกปิดหรือบิดเบือนผ่านการหว่านล้อมกล่อมเกลา หรือโดยการใช้กำลังเข้ากดปราบหากไม่สยบยอม ดังที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้เห็นต่างตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2550 เป็นต้นมา

ยื่นแสดงจุดยื่น-ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) พร้อมกับนักวิชาการรวมถึงผู้ห่วงใยที่มีรายชื่อแนบท้าย จึงขอแสดงจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลดังนี้ 1. ขอประณามการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของนักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชนบริเวณแยกปทุมวันคืนวันที่ 16 ต.ค.2563 เพราะเป็นการจัดการกับการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามหลักการและขั้นตอนที่เป็นสากล อีกทั้งยังเป็นการใช้กำลังที่ไม่ได้สัดส่วนหรือเกินกว่าเหตุ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้มีอาวุธ ไม่ได้มีพฤติการณ์รุนแรง และจำนวนมากเป็นเยาวชน รัฐบาลจะต้องยุติการสลายการชุมนุมและต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดนี้

 

 

 

2. รัฐบาลต้องยุติการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการขจัดผู้เห็นต่าง ต้องยกเลิกการตั้งข้อหาและต้องปล่อยตัวผู้ชุมนุมทุกคนอย่างไม่เงื่อนไข เพราะผู้ชุมนุมได้ใช้สิทธิตามที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศที่ประเทศไทยลงสัตยาบัน รวมถึงต้องยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงและการบังคับใช้กฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนเกินกว่าเหตุ

 

 

 

3. รัฐบาลต้องรับข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมไปพิจารณาอย่างจริงจัง ทั้งการลงจากอำนาจ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย โดยจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาและให้ข้อเสนอแนะที่มาจากตัวแทนฝ่ายต่างๆ ในภาควิชาการ ประชาชน และนักเรียนนิสิตนักศึกษา เพราะปราศจากการเขียนกติกาหลักที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น และปราศจากการจัดระเบียบอำนาจและประโยชน์ที่เป็นธรรมกับทุกคน โอกาสที่ประเทศไทยจะพ้นจากวิกฤติที่ดำเนินมาอย่างยืดเยื้อยาวนานได้นั้นแทบจะไม่มี

ขีดเส้น 7 วันพร้อมยกระดับ 

ทั้งนี้ หากไม่สามารถดำเนินการตาม 3 ข้อเรียกร้อง ภายใน 7 วัน ( นับตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.63) อาจารย์และ นักวิชาการ พร้อมยกระดับการต่อสู้กับรัฐบาล ด้วยการประกาศหยุดสอนทั่วประเทศ และเปิดทางนักศึกษาชุมนุมใหญ่

 

Next Post

"ทัตเทพ" เชื่อเปิดประชุมสภาฯ ยังไม่ใช่ทางออกประเทศ

อังคาร ต.ค. 20 , 2020
แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก เชื่อเปิดประชุมสภาสมัยวิสาม […]