กห.ยันงบฯปี 65 ลดลงทุกเหล่าทัพ รวม 1.1 หมื่นล้านบาท

“รมช.กลาโหม” ยืนยันตั้งงบประมาณปี 65 ลดลง 1.1 หมื่นล้านบาท หรือ ร้อยละ 5.4 ลดงบฯทุกเหล่าทัพ ระบุมีแผนลดกำลังพลกว่า 1.2 หมื่นคน ย้ำงบประมาณจัดหายุทโธปกรณ์จัดหาไม่เกิน 1 ใน 3 เพื่อเตรียมพร้อมเนื่องจากไทยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

วันนี้ (31 พ.ค.2564) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2565 โดยระบุว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบนโยบายให้ทุกเหล่าทัพใช้ทรัพยากร บุคลากร และโรงพยาบาลทหารในการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 มาอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดตั้งสถานกักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine) รวมถึงการจัดตั้งกองกำลังป้องกันชายแดน ป้องกันการลักลอบเข้าประเทศและจัดตั้งโรงพยาบาลสนามใน 21 จงหวัด ร่วมจัดยานพาหนะสนับสนุนการรับ-ส่งผู้ติดเชื้อ COVID-19 ไปยังสถานพยาบาลต่าง ๆ ไปจนถึงการจัดกำลังพลช่วยบริจาคโลหิต 

 

พล.อ.ชัยชาญ ยังระบุว่า งบประมาณปี 2563 จำนวน 231,745 ล้านบาท ได้ส่งคืน 18,022 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 7.78 ขณะที่งบประมาณกระทรวงกลาโหมปี 2564 จำนวน 214,530 ล้านบาทปรับลดลงจากปี 2563 จำนวน 17,215 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.43 และในปี 2565 ได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ 203,281 ล้านบาทลดลง 11,249 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 5.24

 

เมื่อจำแนกงบประมาณปี 2565 จำนวน 203,281,969,300 ล้านบาท มีการปรับลดใน 3 แผนงานคือ 1.แผนงานพื้นฐาน จำนวน 29,431 ล้านบาทลดลง 524 ล้านบาท 2.แผนงานยุทธศาสตร์จำนวน 66,548 ล้านบาทลดลง 11,235 ล้านบาท 3.แผนงานบูรณาการ 2,267 ล้านบาท ลดลง 1,229 ล้านบาท ขณะที่มีการปรับขึ้น 1 แผนงานคือ แผนงานบุคลากรภาครัฐจำนวน 105,034 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 1,740 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องของสิทธิ์กำลังพลในเรื่องของวันหยุดประจำปีซึ่งกระทรวงกลาโหมได้รวมในส่วนนี้ไว้ด้วยซึ่งจะแตกต่างจากส่วนราชการอื่น ๆ จึงทำให้มีงบประมาณเพิ่มขึ้นในส่วนดังกล่าว นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมมีแผนในการปรับลดกำลังพลตั้งแต่ปัจจุบันไปจนถึงปี 70 จำนวน 12,000 คน ซึ่งจะทำให้ลดงบประมาณด้านบุคลากรได้ในอนาคต

ขณะที่หากพิจารณาสัดส่วนของงบประมาณกระทรวงกลาโหมตามงบประมาณปี 65 แบ่งเป็นการพัฒนากองทัพร้อยละ 17 เป็นกาารจัดการยุทโธปกรณ์เพื่อทดแทนบางส่วนและและซ่อมบำรุง ก่อสร้างปรับปรุงอาคาร สถานที่ร้อยละ 9 และค่าใช้จ่ายการปฏิบัติภารกิจของหน่วย ร้อยละ 74

 

รมช.กลาโหม ยังระบุว่า ทุกหน่วยงานมีการปรับงบประมาณลดลง เช่น สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ลดลง 448 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทยลดลง 1,948 ล้านบาท กองทัพบกลดลง 6,603 ล้านบาท กองทัพเรือลดลง 1,129 ล้านบาท และกองทัพอากาศลดลง 688 ล้านบาทซึ่งจะเห็นได้ว่าการเสนองบประมาณในปี 2565 ลดลงทุกเหล่าทัพ

 

พล.อ.ชัยชาญ ยังระบุว่า กรณีมีการอภิปรายถึงงบประมาณการพัฒนากองทัพโดยเฉพาะยุทโธปกรณ์ที่อาจมองว่ายังไม่มีการรบหรือสถานการณ์ ยืนยันว่ากองทัพมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติในการเตรียมรับสถานการณ์และมีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา และการที่ประเทศไทยตั้งอยู่ในยุทธศาสตร์ที่สำคัญโดยเฉพาะจุดเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย มีเขตทางทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามันซึ่งมีพื้นที่กว่า 32,000 ตร.กม.และอาณาเขตทางทะเลยาวถึง 3,193 ตร.กม. และผลประโยชน์ทางทะเลปีละกว่า 24 ล้านล้านบาท ทั้งประมง ทรัพยากรทางทะเล และบางพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิทับกันอยู่ รวมถึงสถานการณ์ในภูมิภาคที่ยังมีความขัดแย้งกันอยู่

 

ดังนั้น กองทัพจะต้องป้องกันและเตรียมกำลังไว้ส่วนหนึ่งซึ่งไม่ใช่การเตรียมกำลังไว้ทั้งหมดและหากจัดหายุทโธปกรณ์จะจัดหาไม่เกิน 1 ใน 3 เท่านั้นเพื่อให้ยุทโธปกรณ์มีความต่อเนื่องและยุทโธปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ นอกจากนั้นจะเป็นการซ่อมบำรุงเพื่อยืดอายุการใช้งานและลดงบประมาณในการจัดหาใหม่ และทุกกองทัพเข้าใจดีถึงสถานการณ์งบประมาณกองทัพจึงได้ปรับปรุงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ขณะนี้สามารถผลิตยางรถยนต์ได้เองโดยผลิตจำนวน 16,600 เส้นต่อปี รวมถึงกระสุนปืนเล็กที่ใช้ในการซ้อมและเพียงพอในการใช้ในทุกเหล่าทัพปีละกว่า 50 ล้านนัด

 

 

 

 

Next Post

ศบค.ชะลอมติ กทม. ให้ปิด 5 กิจการอีก 14 วัน

อังคาร มิ.ย. 1 , 2021
ศบค.ชะลอมติ กทม. ให้ปิดสถานประกอบการ 5 ประเภทต่ออี […]