กลุ่มราษฎร ผ่านแนวกั้น-รถฉีดน้ำ ถึงหน้ารัฐสภา

กลุ่มราษฎร ผ่านแนวกั้น-รถฉีดน้ำ ถึงหน้ารัฐสภา

ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรเคลื่อนผ่านแนวกั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งหน้าไปยังรัฐสภาเกียกกาย ขณะที่ รอง ผบช.น. ระบุฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มชุมนุมเพราะเตือนแล้วหลายครั้ง

วันนี้ (17 พ.ย.2563) ที่หน้าอาคารรัฐสภา มีการนัดรวมตัวทั้งกลุ่มคัดค้านการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญและกลุ่มสนับสนุน ประกอบด้วย 4 กลุ่ม คือ กลุ่มไทยภักดี, กลุ่มปกป้องสถาบันฯ, กลุ่มการเมืองภาคประชาชน และกลุ่มราษฎร

โดยเมื่อ เวลา 14.00 น. มวลชนกลุ่มราษฎรพยายามฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ ขณะเจ้าหน้าที่ได้ใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง โดยผู้ชุมนุมได้ขว้างพลุควันเข้าใส่เจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นทีมการ์ดผู้ชุมนุมถอยร่นออกไปเล็กน้อยหลังการฉีดน้ำแรงดันสูง 

ขณะที่ตำรวจระบุว่าการฉีดน้ำเพื่อแจ้งเตือนเท่านั้น ขอให้มวลชนอยู่ในความสงบและหยุดความพยายามฝ่าแนวกั้นและรื้อแนวลวดหนาม เนื่องจากต้องป้องกันระวังแนว หลังมีการทำลายแนวกั้นที่ 1 แล้ว

หลังเหตุชุลมุนหยุดลงเจ้าหน้าที่ได้เจรจากับการ์ดผู้ชุมนุม โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ชุมนุมถอยออกจากแนวกั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็จะถอยเช่นกัน 

ต่อมาเวลา 15.13 น. รถฉีดน้ำแรงดันสูงบริเวณแยกเกียกกาย เริ่มฉีดน้ำอีกครั้ง โดยน้ำที่ฉีดมีสีม่วง 

เตือนหลายครั้ง แต่ผู้ชุมนุมไม่หยุด

ต่อมา พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่ากลุ่มราษฎรไม่ได้แจ้งการชุมนุมกับตำรวจถือว่าผิดเงื่อนไขการชุมนุมและฝ่าฝืนกฎหมาย หลังเคลื่อนตัวมายังแนวกำบังของเจ้าหน้าที่ โดยมีการจัดตั้งแนวเครื่องกีดกั้นไม่สามารถเข้ามาในระยะ 50 เมตรจากรัฐสภาได้ เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมทำลายสิ่งกีดกั้น ตำรวจได้เจรจาและแจ้งเตือน 3-4 ครั้ง ว่ากระทำผิดกฎหมาย จึงฉีดน้ำ 3-4 ครั้ง โดย 3 ครั้งแรกเป็นน้ำเปล่าแต่ผู้ชุมนุมไม่หยุดทำลายสิ่งกีดกั้น จึงฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาในครั้งที่ 4 ยืนยันดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายตามปกติ

15.15 น. มีรายงาน ผู้ชุมนุม ผู้สื่อข่าว ช่างภาพ ต้องนำน้ำมาช่วยกันล้างหน้า ล้างตา หลังตำรวจฉีดแก๊สน้ำตาเข้าใส่

เวลาเดียวกัน กลุ่มคนสวมเสื้อเหลืองเคลื่อนมาชุมนุมอยู่ถนนทหาร หน้ากองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานและวัดใหม่ทองเสน และประกาศจะปักหลักชุมนุมบนพื้นถนน โดยมีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรค พปชร. เจรจาตำรวจอำนวยความสะดวก

โดยแกนนำกลุ่มคนเสื้อเหลืองประกาศค้างคืนชุมนุมต่อแยกเกียกกายถึงวันพรุ่งนี้ (17 พ.ย.)

15.30 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรเดินมาจากแยกบางโพตั้งแนวเตรียมความพร้อมเเละเสริมมวลชนเพิ่มขึ้น

ขอเจ้าหน้าที่อย่าใช้ความรุนแรง

เวลาเดียวกัน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเหตุการณ์ระงับการชุมนุมหน้ารัฐสภาที่มีการฉีดน้ำใช้แก๊สน้ำตาว่า พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา หากใช้กระสุนยางก็เกินกว่าเหตุแต่ต้องย้อนดูเหตุการณ์ด้วย จึงขอส่งสัญญาณถึงรัฐบาลให้หยุดใช้ความรุนแรง ส่วนกระแสวิจารณ์ว่าเจ้าหน้าที่สองมาตรฐานผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม ระหว่างกลุ่มไทยภักดีและราษฎรว่า เจ้าหน้าที่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ยึดความเสมอภาค คำนึงถึงข้อกังวลที่อาจเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ได้

16.00 น. นายรังสิมันต์ โรม เดินออกมาจากที่ประชุมรัฐสภา หลังอภิปรายเสร็จเพื่อสังเกตการณ์การชุมนุม หลังมีรายงานเจ้าหน้าที่ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม และมีการเตรียมใช้กระสุนยาง ระบุ หากเป็นไปได้ก็พร้อมเจรจากับตำรวจเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง

 

เวลาใกล้กัน เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำอีกรอบขณะฉีดน้ำเกิดกลุ่มควันสีขาวเข้ม ลอยคลุ้งพร้อมกันประชาชนส่งสัญญาณให้ถอยห่างออกจากแนวปฏิบัติของตำรวจ เหตุการณ์นี้ทำให้ประชาชนหลายคนมีอาการแสบตา ระคายเคืองทางเดินหายใจ ไอ สำลัก โดยได้เริ่มถอยห่างจากแนวปฏิบัติของตำรวจ

16.30 น. ตำรวจเสริมรถฉีดน้ำแรงดันสูงอีก 3 คัน รวมเป็น 4 คัน และมีการฉีดน้ำเป็นระยะ ๆ ไปทางมวลชนบริเวณใกล้รัฐสภา

บริเวณถนนประชาราษฎร์สาย 1 มวลชนได้เคลื่อนย้ายรถตู้ตำรวจ 3 คัน ออกจากแนวกั้น ขณะที่ตำรวจประกาศแจ้งเตือน ก่อนฉีดน้ำผสมสารเคมีสกัดเมื่อมีการตัดลวดหนามหีบเพลง ส่วนแกนนำประกาศให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ 

จัดเรือรับ ส.ส.-ส.ว.ออกจากรัฐสภา

ขณะเดียวกัน ที่ท่าเรือวัดแก้วฟ้าจุฬามณี ส.ส.-ส.ว.รวมถึงเจ้าหน้าที่สภาบางส่วน ใช้เส้นทางนี้ทยอยเดินทางออกจากสภา โดยเรือที่ทางตำรวจน้ำจัดเตรียมไว้ให้ โดยเฉพาะนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 ที่ต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ออกมา เนื่องจากเพิ่งผ่าตัดเท้า

รวมทั้ง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย, นายกล้าณรงค์ จันทิก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว, นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย, นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้โดยสารทั้งหมดถูกพาไปขึ้นที่ท่าสโมสรกองทัพเรือ

 

ขณะที่มี ส.ส.บางส่วนเดินทางด้วยเรือด่วนเจ้าพระยาออกมาจากรัฐสภา 

ขณะที่ท่าเรือเกียกกายและท่าเรือใก้ลเคียง วันนี้ยังเปิดให้บริการประชาชนตามปกติ แต่มีเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าและตำรวจตระเวนชายแดน ประจำดูแลความปลอดภัย ซึ่งในช่วงเย็นที่ผ่านมา หลังมีเหตุผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่เผชิญหน้ากัน กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนไปรวมตัวที่ท่าน้ำ บางกลุ่มเดินทางมาสมทบ บางกลุ่มใช้เส้นทางนี้ออกจากพื้นที่ เช่นเดียวกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในสภาฯ ก็ใช้เส้นทางนี้

 

ใช้แก๊สน้ำตา หยุดผู้ชุมนุม ยึดกฎหมาย 

ต่อมา พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ให้สัมภาษณ์กรณีการชุมนุมใกล้รัฐสภาและตำรวจฉีดน้ำและน้ำผสมแก๊สน้ำตาสกัดผู้ชุมนุมเป็นระยะ ๆ ว่า ขณะนี้ตำรวจยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ส่วนสาเหตุที่ใช้แก๊สน้ำตาเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย โดย พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ประกาศห้ามชุมนุมในระยะ 50 เมตรจากรัฐสภา และตำรวจตั้งแนวตั้งเหนียวรั้ง แต่กลุ่มผู้ชุมนุมบางกลุ่มฝ่าฝืนและใช้กำลังฝ่าแนวที่ 1 และ 2 พยายามละเมิดเข้ามาในระยะ 50 เมตร ด้วยรื้อลวดหนามและสิ่งกีดขวาง

ผู้บัญชาการเหตุการณ์ได้แจ้งเตือนและฉีดน้ำเตือน กระทั่งใช้แก๊สน้ำตา โดยมีผู้ชุมนุมบางกลุ่มพยายามใช้พลุควัน พลุสี ขว้างปามาทางฝั่งแนวเจ้าหน้าที่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าจะแนวโน้มใช้กระสุนยางหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ ระบุว่า ยังไม่มีแนวโน้มจะใช้กระสุนยาง และต้องประเมินตามสถานการณ์ ยึดระเบียบและขั้นตอนตามกฎหมาย ส่วนการใช้แก๊สน้ำตาเป็นการใช้กระป๋องปา และผสมน้ำ เนื่องจากมีการเจรจาแล้วหลายครั้ง ยืนยันว่าไม่อนุญาตให้ชุมนุมหน้ารัฐสภา

รอง ผบช.น. ระบุว่าตำรวจเตรียมกำลังรับมือการชุมนุมทั้งทางบก โดยการปิดเส้นทางจราจรโดยรอบอาคารรัฐสภา ทางน้ำ ได้มีการประสานกรมเจ้าท่าดูแล ส่วนทางอากาศไม่อนุญาตให้นำโดรนขึ้นบินโดยรอบ ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมประกาศพักค้างคืนตำรวจยืนยันไม่อนุญาต

เกียกกายชุลมุน 2 กลุ่ม เผชิญหน้า

เวลา 17.06 น.กลุ่มผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้นบริเวณแยกเกียกกาย และเกิดเหตุชุลมุนขึ้น ระหว่างมวลชนสวมเสื้อสีเหลืองและกลุ่มราษฎร โดยมีการขว้างปาสิ่งของใส่กัน โดยการ์ดทั้ง 2 ฝ่ายพยายามห้ามปรามและกั้นแนวป้องกันเผชิญหน้า

 

ด้านนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ” เพนกวิน” ประกาศชัยชนะบนรถปราศรัยระบุ แยกเกียกกายเป็นของราษฎร เพราะสามารถฝ่าแนวกั้นมาได้

ขณะที่ตำรวจได้เสริมแนวบริเวณหน้ารัฐสภา หลังนายพริษฐ์นำมวลชนฝ่าแนวกั้นบริเวณแยกเกียกกาย

เวลาเดียวกันนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง “ไบรท์” กระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยาและปีนขึ้นไปบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง

 

ขณะที่ ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ รายงาน ผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมเข้ารับการรักษาที่ รพ.วชิรพยาบาล จำนวน 9 คน

ต่อมาเวลา 18.00 น. มวลชนพยายามเคลื่อนย้ายแนวกั้นรถเมล์บริเวณแยกเกียกกาย ขณะตำรวจฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาเป็นระยะ เพื่อสกัดมวลชน

19.33 น. กลุ่มผู้ชุมนุมผลักดันแนวกั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผ่านไปถึงบริเวณอาคารหน้ารัฐสภา โดยมีรถปราศรัยของ “เพนกวิน” และแกนนำเคลื่อนตามมา

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 ประกาศเจรจากับ “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว ตัวแทนกลุ่มราษฎร โดยมีนายรังสิมันต์ โรม เข้ามาสังเกตการณ์ด้วย ต่อมาตำรวจยอมถอยร่น 10 เมตร จากนั้นมวลชนได้ผลักดันแนวตำรวจไปจนถึงหน้าประเข้าออกรัฐสภา ก่อนจะปักหลักปราศรัยผ่านรถขยายเสียง

โดย ครูใหญ่ อรรถพล ประกาศให้ผู้ชุมนุมแนวหน้านั่งลง พร้อมขอให้ตำรวจนั่งลงด้วย ก่อนจะเริ่มปราศรัยบนรถขยายเสียงหน้าประตูทางเข้า-ออก รัฐสภา

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.ฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาสกัดมวลชน หลังประชิดแนวกั้นใกล้รัฐสภา

ชุลมุนแยกเกียกกาย มวลชนเสื้อสีเหลือง-กลุ่มราษฎร เผชิญหน้า

“เพื่อไทย” โหวตรับร่างแก้ไข รธน. 7 ฉบับ รวมร่างไอลอว์ วาระแรก

 

 

Next Post

"ไพบูลย์" เสนอคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์

พุธ พ.ย. 18 , 2020
“ไพบูลย์ ” ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ประกาศ […]