กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ปมร้องเรียนร้านค้าคนละครึ่ง “โก่งราคา”

กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ปมร้องเรียนร้านค้าคนละครึ่ง "โก่งราคา"

กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนร้านค้าในโครงการคนละครึ่งฉวยขึ้นราคาสินค้า บางแห่งไม่ติดป้าย เบื้องต้นยังไม่พบปัญหาโก่งราคา แต่บางแห่งผิดเงื่อนไขไม่แจ้งราคาสินค้าครบ ถูกเปรียบเทียบปรับ 1,000 บาท โดยภาพรวมมีร้าน 557,000 เข้าร่วมโครงการ

กรณีโครงการคนละครึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีการลงดาบร้านค้าโดยตัดสิทธิ์ 2 ร้านค้าผู้สวมรอยโครงการคนละครึ่ง ล่าสุดมีการร้องเรียนจากผู้ใช้สิทธิ์ในโครงการเจอการโก่งราคาของร้านค้า หรือร้านค้า ขายราคาเงินสดกับราคาในโครงการคนละครึ่งไม่เท่ากัน

กรมการค้าภายใน ทำการตรวจสอบระหว่างวันที่ 6-8 พ.ย.นี้ ในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่ามีการร้องเรียนนับสิบร้านค้า ซึ่งเป็นร้านธงฟ้า เช่น จำหน่ายสินค้าราคาแพง  มีการปรับเพิ่มราคา จำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับป้ายแสดงราคา และไม่ปิดป้ายแสดงราคา เจ้าหน้าที่ได้มีการไปตรวจสอบ ซึ่งพบว่าบางร้านทำความผิดจริง โดยเฉพาะการไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีต่อไป อย่างการปรับ 1,000 บาท 

นอกจากนี้ ยังพบการขายสินค้า 2 ราคา เช่น น้ำมันพืชขนาด 1 ลิตร ราคาเงินสดขาย 42 บาท ราคาโครงการคนละครึ่งขาย 45 บาท หรือปลากระป๋อง เงินสดขายกระป๋องละ 19 บาท โครงการคนละครึ่ง ขาย 20 บาท เป็นต้น

ยังไม่พบโก่งราคา-แต่ไม่แสดงราคาสินค้า 

วันนี้กรมการค้าภายใน ลงพื้นย่านสุทธิสาร หลังมีผู้ร้องเรียนว่าร้านค้าแห่งหนึ่ง คิดราคาสินค้าเพิ่มขึ้น หากลูกค้าใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบ โดยทดลองซื้อด้วยเงินสดและใช้สิทธิในโครงการฯ พบว่าขายในราคาเดียวกัน จึงไม่ผิดเงื่อนไข

นางนภสนันท์ บุญยรัตพันธ์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ กรมการค้าตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการให้แสดงรายละเอียด และราคาสินค้าเป็นภาษาไทยและมีหน่วยเป็นจำนวนเป็นบาทซึ่งจะมีภาษาอื่นๆด้วยก็ได้ และจากการตรวจสอบทางร้านจำหน่ายตรงตามราคาที่ป้ายแสดง แต่แสดงราคาเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียวจึงเปรียบเทียบปรับ

ร้านค้า มีความผิดไม่ได้แสดงราคาเป็นภาษาไทย จึงเปรียบเทียบปรับ 1,000 บาท  พร้อมแนะนำผู้ใช้บริการ เก็บหลักฐานไว้ เพื่อเปรียบเทียบว่าร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ขายเกิน ราคาขายปกติหรือไม่

ด้านน.ส.นุชรัตน์ ทวีสุทธิเวช ผู้ประกอบการขณะที่เจ้าของร้านดังกล่าว ยืนยันว่า ขายในราคาปกติ แต่หากลูกค้าต้องการเมนูพิเศษ เช่น เพิ่มกาแฟ 1 ช็อต ก็จะต้องจ่ายอีก 10 บาท และจะแสดงราคาให้เห็นทุกครั้ง ทั้งนี้ตั้งแต่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ยอดขายสูงขึ้น ร้อยละ 40

คลังจับตาผู้ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า

ขณะที่น.ส.สุภัค ไชยวรรณ รอง ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ประสานกระทรวงพาณิชย์ ติดตามปัญหาการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า ในร้านธงฟ้า ส่วนร้านค้าทั่วไป หาบเร่แผงลอย จะอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย แต่เชื่อว่าการแข่งขันและกลไกตลาด จะช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวพร้อมเตือนร้านค้าว่า การฉวยโอกาสดังกล่าว อาจไม่คุ้มค่า กับยอดขายที่เพิ่มขึ้น หรือ ความเสี่ยงถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการรัฐ จึงเชิญชวนประชาชน ที่พบเบาะแส ร้องเรียนผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับข้อมูลวันที่ 9 พ.ย.นี้ เวลา 12.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 557,000 แห่ง และผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 7,352,274 คน มียอดการใช้จ่ายสะสม 10,155 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 5,178 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 4,977 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 214 บาทต่อครั้ง โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ

ในวันที่ 11 เดือน 11 นี้ ธนาคารกรุงไทย เตรียมเปิดระบบลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่ง” อีกครั้ง หลังกระทรวงการคลัง ตัดสิทธิ์ผู้ลงทะเบียนสำเร็จ แต่ไม่ใช้สิทธิ์ตามเงื่อนไข จำนวน 2,300,000 คน

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“คลัง” ลงดาบ 2 ร้านค้าทุจริตโครงการคนละครึ่ง

 

 

Next Post

“วราวุธ” ยอมถอยชงครม.ยืดอายุแท็กซี่เก่าเป็น 12 ปี

อังคาร พ.ย. 10 , 2020
“วราวุธ “เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติขยายอา […]