กทม.เผยจุฬาฯ พบติด COVID-19 รวม 22 คน มั่นใจควบคุมได้

กทม.เผยจุฬาฯ พบติด COVID-19 รวม 22 คน มั่นใจควบคุมได้

กทม.เผยจุฬาฯ พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รวม 22 คน ตรวจพบเชื้อบนเครื่องสแกนนิ้ว-ใบหน้าเจ้าหน้าที่ รปภ. 1 จุด ขณะที่การค้นหาเชิงรุกในตลาดสวนหลวง 437 คน ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม

วันที่ 15 ก.พ.2564 ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีพบบุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยติดเชื้อ COVID-19 ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) กรุงเทพมหานคร (ศบค.กทม.) ได้รายงานไปเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งผลการตรวจขณะนั้นพบติดเชื้อรวม 13 คน โดยจากการสอบสวนโรคพบว่า มี 1 คนเป็นบุคคลภายนอก ซึ่งได้มาเยี่ยมพ่อที่พักในหอพักของจุฬาฯ ทุกเสาร์-อาทิตย์ ส่วนอีก 12 คน เป็นเจ้าหน้าที่ของจุฬาฯ ประกอบด้วย พนักงานส่งเอกสาร 2 คน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 8 คน และพนักงานทำความสะอาด 2 คน

 

นอกจากนี้ ผลการสอบสวนโรคพบผู้สัมผัสใกล้ชิดเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 230 คน และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 389 คน กรณีดังกล่าวกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขยายผลโดยร่วมกันตรวจหาเชื้อผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำเพิ่มเติม ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อทั้งสิ้นรวม 22 คน เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานทำความสะอาดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคนใกล้ชิดของกลุ่มบุคคลดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ได้นำผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาเรียบร้อยแล้ว

พบเชื้อบนเครื่องสแกนนิ้วมือ-ใบหน้า

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกที่บริเวณตลาดสวนหลวง ซึ่งเป็นแหล่งที่บุคลากรของจุฬาลงกรณ์ฯ นิยมไปซื้ออาหารและของใช้จำเป็น เป็นการตรวจเชิงรุกแล้ว 437 คน ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม

 

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครได้ SWAB สิ่งแวดล้อม โดยเก็บตัวอย่างบริเวณจุดสัมผัสร่วมต่าง ๆ จำนวน 20 จุด พบเชื้อ COVID-19 จำนวน 1 จุด คือ บริเวณเครื่องสแกนนิ้วมือและใบหน้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จึงได้ประสานจุฬาลงกรณ์ฯ ทำความสะอาดเครื่องสแกนฯ ดังกล่าว รวมถึงร้านค้า ตึกแถว ทางเท้า และสวนหลวงสแควร์เรียบร้อยแล้ว

 

ปรับมาเซ็นชื่อเข้างาน-พกปากกาส่วนตัว

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ศูนย์บริการสาธารณสุข 5 และสำนักงานเขตปทุมวัน ได้เข้าไปแนะนำมาตรการทำความสะอาดสถานที่เสี่ยง ประกอบด้วย จุดสแกนใบหน้า จุดสแกนลายนิ้วมือทั้ง 3 อาคาร ได้แก่ อาคารบริการ 1 อาคารบริการ 2 และอาคารจามจุรี 5 ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกจุดได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยที่อาคารบริการ 1 ได้มีการงดใช้การสแกนใบหน้าเปลี่ยนเป็นการให้หัวหน้างานเช็คชื่อแทน สำหรับอาคารบริการ 2 ให้เปลี่ยนเป็นเซ็นชื่อเข้างานโดยนำปากกาส่วนตัวมาเอง และมีจุดตั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือสำหรับให้เจ้าหน้าที่ใช้ทำความสะอาดมือก่อนและหลังการเซ็นชื่อ ส่วนอาคารจามจุรี 5 ยังคงใช้การสแกนลายนิ้วมือ แต่ได้มีการประชาสัมพันธ์เน้นย้ำให้ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ล้างมือก่อนและหลังสแกนทุกครั้ง

 

Next Post

เลือดร้อน! ชาย 2 คนไล่ยิงกระบะคู่กรณีกลางถนนชลบุรี

อังคาร ก.พ. 16 , 2021
ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนไล่ยิงรถยนต์กระบะคู่กรณี บริเ […]