Google Wallet เปลี่ยนบัตรทุกใบเป็นดิจิทัล ไม่ต้องพกกระเป๋าสตางค์

นับถอยหลังไปเมื่อราว ๆ สิบกว่าปีก่อน สมัยที่สมาร์ทโฟนไร้ปุ่มกดจอทัชสกรีนยังไม่แพร่หลายเท่าในปัจจุบัน สมัยที่เราเริ่มได้ยินคนพูดถึง 4G แล้วแต่ยังไม่มีให้ใช้ (4G ในไทย ทรูมูฟเอชเปิดให้บริการเป็นเจ้าแรกเมื่อปี 2013) สมัยที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ยังไม่ว้าวแบบทุกวันนี้ (แต่ก็ว้าวในแบบของมันตามช่วงเวลานั้น) เมื่อนำมาเทียบกับปัจจุบันที่เวลาล่วงเลยมากว่าสิบปี ก็ค่อนข้างชัดเจนว่าเรามากันไกลพอสมควรเลยทีเดียว

ในสมัยนั้น เวลาที่เราจะออกไปทำงานหรือไปทำธุระนอกบ้าน อย่างน้อยที่สุดต้องมีของติดตัวออกไป 2 สิ่ง คือโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ แค่ 2 สิ่งที่ขาดไม่ได้และมีแค่ 2 สิ่งนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะใช้ชีวิตนอกบ้านในยุคนั้น แต่เมื่อตัดกลับมาที่ช่วงเวลาปัจจุบัน เราท่านทั้งหลายต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ต้องพกถึง 2 สิ่งหรอก แค่มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็เพียงพอแล้ว! กระเป๋าสตางค์ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องพกไปไหนมาไหนอีกต่อไป

ที่พูดเช่นนี้ทุกคนทราบดีว่าไม่ได้หมายความว่าการออกไปทำธุระนอกบ้านทุกวันนี้ไม่ต้องใช้เงิน แต่เป็นเพราะว่าทุกวันนี้เงินที่เราใช้ใช้จ่ายซื้อสิ่งต่าง ๆ นั้นได้ย้ายร่างจากกระเป๋าสตางค์ธรรมดา ๆ ไปอยู่ในกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์แทน โดยเราพกกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบของแอปพลิเคชันต่าง ๆ บนสมาร์ทโฟน แม้แต่บัตรที่ใช้ทำธุรกรรมทางการเงินหลาย ๆ ใบก็สามารถทำรายการผ่านแอปพลิเคชันในมือถือได้เหมือนกัน เราไม่จำเป็นต้องพกตัวบัตรไปไหนมาไหนอีกต่อไป ทุกอย่างเริ่มและจบได้ด้วยมือถือเครื่องเดียวเท่านั้น

ไม่เพียงเท่านั้น ในอนาคตอันใกล้เราอาจไม่จำเป็นต้องพกบัตรประชาชน ใบขับขี่ บัตรรถโดยสารรายเดือน บัตรฉีดวัคซีน ตั๋วคอนเสิร์ต หรือบัตรโดยสารขึ้นเครื่องบินไปไหนมาไหนอีกแล้วเช่นกัน ในเมื่อกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือได้รวมร่างเป็นหนึ่งเดียวแล้วอย่างสมบูรณ์

Google Wallet กำลังจะคืนชีพ เวอร์ชันอัปเดตจากกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ธรรมดา

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมากูเกิลได้จัดงานประชุม Google I/O ซึ่งเป็นงานประชุมนักพัฒนาประจำปี ในงานมักจะมีการอัปเดตถึงซอฟต์แวร์และและฮาร์ดแวร์กูเกิลกำลังทำ เช่น การสร้างเว็บไซต์ โทรศัพท์มือถือ โปรแกรมประยุกต์ รวมไปถึงการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในปี 2022 กูเกิลได้เผยถึงแผนงานหลายอย่าง โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ การเปิดตัว Google Wallet แอปฯ สำหรับ Android และ Wear OS ที่จะเปิดให้ดาวน์โหลดใน 40 ประเทศทั่วโลก ในเร็ว ๆ นี้

Google Wallet ที่คืนชีพกลับมาเป็นเวอร์ชันใหม่นี้ไม่ได้เป็นแค่กระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ธรรมดา ๆ อีกต่อไป เพราะมันออกแบบมาให้เก็บได้เกือบทุกอย่างที่ปกติเราจะยัดมันไว้ในกระเป๋าสตางค์ ตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมจึงพูดว่า Google Wallet กำลังจะ “คืนชีพ” นั่นเป็นเพราะในอดีตกูเกิลก็เคยมีแอปฯ Google Wallet มาแล้ว ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 ต่อมาในปี 2018 Google Wallet เดิมถูกนำไปรวมกับแอปฯ Android Pay แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Google Pay ที่กำลังใช้กันทุกวันนี้นั่นเอง

นั่นแปลว่า แอปฯ Google Wallet เวอร์ชันใหม่จะทำหน้าที่เสมือนกับกระเป๋าสตางค์จริง ๆ ของเรา ที่ปกติเราจะเก็บพวกบัตรประชาชน บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรสมาชิกห้างร้านต่าง ๆ บัตรรถโดยสาร ตั๋วคอนเสิร์ต บัตรฉีดวัคซีน รหัสดิจิทัล Car Key และอื่น ๆ อีกมากมายไว้ในที่เดียวให้อยู่ในรูปของดิจิทัล เรียกใช้ได้ด้วยการเปิดหน้าจอสมาร์ทโฟนเท่านั้น โดย Google Wallet จะมาแทน Google Pay ในเร็ว ๆ นี้ กล่าวคือ แอปฯ Google Pay จะถูกอัปเดตให้เป็น Google Wallet เพื่อเป็นตัวช่วยในการจัดระเบียบบัตรต่าง ๆ รวมถึงดูแลการใช้จ่ายให้สะดวกและปลอดภัยขึ้น

ที่สำคัญยังใช้งานเชื่อมโยงกับแอปฯ อื่น ๆ ของกูเกิลได้ด้วย เช่น Calendar Map และ Gmail เพื่อทำการแจ้งเตือนเมื่อมีการใช้จ่าย หรือแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงเวลาของเที่ยวบิน งานคอนเสิร์ต เป็นต้น

เปลี่ยนบัตรออฟไลน์ให้ออนไลน์ เรียกใช้ในรูปแบบดิจิทัล

การกลับมาของ Google Wallet จะช่วยให้ชีวิตในยุคดิจิทัลของเราสะดวกสบายมากขึ้นไปอีก เพราะฟังก์ชันของมันจะไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจ่ายเงิน โอนเงินโดยไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไป แต่ควบคู่ไปกับการจัดเก็บบัตรต่าง ๆ ที่เราเคยพกกันนับสิบใบให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลบนแอปฯ เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระค่าบริการต่าง ๆ โดยไม่ต้องพกตัวบัตร และยังรองรับการจัดเก็บกุญแจดิจิทัลสำหรับสำนักงานหรือโรงแรม บอร์ดดิ้งพาสขึ้นเครื่องบิน บัตรฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 หรือแม้กระทั่งตั๋วเข้าคอนเสิร์ต หรือบัตรผ่านอื่น ๆ ที่สร้างขึ้นในรูปแบบดิจิทัล

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะกูเกิลเผยว่าตัวแอปฯ Google Wallet นี้ยังรองรับการจัดเก็บบัตรประชาชนในรูปแบบดิจิทัลด้วย ทว่าบัตรประชาชนเป็นเอกสารทางราชการที่ใช้ยืนยันตัวบุคคล จึงต้องได้รับการยอมรับจากหน่วยงานราชการของแต่ละประเทศก่อน ซึ่งกูเกิลเองก็กำลังพูดคุยกับรัฐบาลหลาย ๆ ประเทศในการหารือเรื่องเปลี่ยนแปลงบัตรประชาชนของพลเมืองให้สามารถลงใน Google Wallet ได้ โดยจะเริ่มใช้ที่สหรัฐอเมริกาก่อนเป็นที่แรก

อย่างไรก็ดี เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของเราเกือบทุกอย่างถูกนำไปผูกกับตัวแอปฯ เพื่อแลกกับการไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องพกกระเป๋าสตางค์ ข้อมูลทั้งหมดก็จะถูกนำเข้าสู่ระบบออนไลน์ หลายคนจึงกังวลเรื่องความปลอดภัย หากแอปฯ ทำข้อมูลเหล่านี้หลุด แต่ทางกูเกิลก็ให้ความไว้วางใจว่าไม่ต้องกังวลไปว่าของข้างในจะหาย เพราะเชื่อมั่นว่าระบบจะมีความปลอดภัยสูง หากจะเข้าไปจัดการจัดข้อมูลการใช้งานด้วยตนเอง ต้องผ่านการเข้ารหัสและยืนยันตัวตนก่อน

ภาพจาก Google

ปัจจุบัน แอปฯ Google Pay มีบริการใน 42 ประเทศ และถือเป็น Digital Wallet หลักของผู้ใช้งานใน 39 ประเทศ (ยังไม่มีประเทศไทย) โดยผู้ใช้งานใน 39 ประเทศจะได้รับการอัปเดตแอปฯ Google Pay ให้เป็นแอปฯ Google Wallet ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ที่จะถูกแยกการใช้งานออกเป็น 2 แอปฯ โดย Google Pay จะยังคงเป็นแอปฯ ที่เน้นการชำระเงินเหมือนเดิม ในขณะที่ Google Wallet จะเน้นไปที่การจัดเก็บบัตรในรูปแบบดิจิทัล ส่วนในอินเดียจะยังใช้ชื่อแอปฯ Google Pay เหมือนเดิม

ส่วนในประเทศไทยนั้น ในเวลานี้ Google Wallet ยังมาไม่ถึง แต่เราจะได้ใช้งานแอปฯ ที่ว่ากันหรือไม่และเมื่อไรก็ต้องคอยดูการขยายตลาดของกูเกิลกันต่อไป แต่แค่ดูจากบริการในหลาย ๆ ประเทศแล้ว ก็นับว่าแอปฯ Google Wallet เป็นอีกหนึ่งแอปฯ ที่มีความน่าสนใจ และตอบโจทย์ชีวิตยุคดิจิทัลของเราได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม อนาคตเราจะสามารถพกบัตรประชาชนไว้ในแอปฯ บนมือถือได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับทางการด้วยเช่นกัน

ข้อมูลจาก Android Central, YouTube : Google, Tech Crunch

Next Post

HG Semiconductor Introduces New Strategic Investor

พฤหัส พ.ค. 19 , 2022
HONG KONG, May 19, 2022 – (ACN Newswire via […]