“ไบรท์ พิชญทัฬห์” เปิดใจน้ำตาคลอ คิดถึงคุณแม่ เผยยิ้มสุดท้ายก่อนที่จะจากกันตลอดกาล

สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก สำหรับผู้ประกาศข่าวสาว ไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ หลังจากได้สูญเสีย คุณแม่มนทิรา จันทร์พุฒ วัย 67 ปี เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ผ่านมา หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยด้วยโรคมะเร็ง

ล่าสุดช่วงเย็นของวันนี้ (24 มี.ค.) ไบรท์ พิชญทัฬห์ ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนด้วยความเศร้าโศกว่า

เป็นยังไงบ้างวันนี้ ?
ไบรท์ : “คิดถึงนะ คิดถึงมากเลย (น้ำตาคลอ)” 

เชื่อว่าคุณแม่จะต้องภูมิใจในไบรท์มาก ?
ไบรท์ : “ก็คงเป็นความคิดถึงค่ะ คือการจากลาทุกการจากลามันเจ็บปวด ทุกข์ทรมานทั้งใจยิ่งการจากลาจากคนที่เรารักที่สุดแล้วด้วย (เสียงสั่น) มันก็คงเจ็บปวดกับทุกข์แบบทวีคูณ แต่จริงๆ ถ้าเกิดมองในทางกลับกันบางทีไบรท์ก็คิดนะว่าไบรท์บอกลาแม่คนเดียว แต่แม่ต้องบอกลาคนที่แม่รักทั้งหมดเลย คิดว่าจริงๆ แล้วแม่ก็อาจจะยากกว่าเรา ลูก 2 คน พ่ออีกหนึ่งคน ไหนจะน้องๆของแม่อีก ก็คงต้องใช้เวลาค่ะ จริงๆ กับแม่นะคะที่เขาจะได้ไม่ต้องเจ็บปวด ไม่ต้องทุกข์ทรมานจากอาการปวดจากโรคมะเร็งอีกต่อไป”

เข้มแข็งและต่อสู้กับมันยังไง ?
ไบรท์ : “แม่เป็นมะเร็ง 20 ปี แต่ก็จะมีช่วงที่ได้พักช่วงที่ได้รักษาแบบเข้มข้นหนักหน่วง ผ่าตัดใหญ่ ช่วงฟื้นฟู ช่วงสบายดีเลย แต่ช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ดูเหมือนเป็นช่วงของการพักผ่อนมันจะสั้นกว่าช่วงอื่นๆ มันจะมีแค่ช่วงการรักษาที่ยาวนานกับช่วงของการฟื้นฟูที่ทอดเวลาออกไป แต่แม่ก็คือแม่ ไม่เคยร้องไห้ ถ้าเขาจะร้องไห้จะร้องเพราะเขาเจ็บเขาปวด ร้องไห้เฉพาะเรื่องเฉพาะหน้าไม่ได้ร้องไห้ว่าฉันเป็นมะเร็งฉันกำลังจะตาย แม่เป็นคนที่จิตใจเข้มแข็งมาก ผ่าตัดใหญ่ๆในช่วง 20 ปีโดยเฉพาะผ่าตัดใหญ่อย่างเดียว ที่ต้องเอาอวัยวะออกไปหรือเอาลำไส้มาต่อเป็นถุงปัสสาวะอยู่ที่หน้าท้อง เฉพาะผ่าตัดใหญ่ๆ แบบนี้ประมาณ 3 ครั้ง นอกนั้นก็มีผ่าตัดเล็กๆ อีกมากมาย แม่ก็อึดมาก แม่เข้มแข็งมาก เราก็ผ่านมันมาได้ทุกครั้ง”

ไบรท์ : “จนมาถึงครั้งนี้ที่แม่เข้าโรงพยาบาลนานที่สุดเลย เกือบ 6 เดือน ตอนที่เข้าโรงพยาบาลเราคิดทุกครั้งแม้ตัวแม่เองเขาก็คิดแหละเขารู้เหมือนเราผ่านเส้นของความตาย ถ้าพูดกันตรงๆ มาหลายรอบพอมารอบนี้ก็คิดแหละแต่เราก็แอบหวังว่ามันคงจะผ่านไปได้เหมือนทุกครั้ง เพราะตอนที่แม่เข้าโรงพยาบาลรอบนี้แค่เป็นไข้อย่างเดียว คิดว่าน่าจะติดเชื้อ แต่ปรากฏว่ามีเรื่องอื่นๆ ตามมาอีกมากมายที่เราต้องกู้มันขึ้นมาจนกระทั่งช่วงหลังก็คือคุยกับคุณหมอว่าเอาเป็นว่าให้แม่สบายที่สุดดีกว่า ไม่ทุกข์ทรมานกับการป่วยดีกว่า รวมถึงไม่เจาะนู้นเจาะนี้ไปทำหัตถการที่แม่เขาต้องเจ็บซ้ำอีก เขาก็จะได้พักสบายๆ อย่างแท้จริงค่ะ”

ได้คุยกับคุณแม่ครั้งสุดท้ายยังไงบ้าง ?
ไบรท์ : “ไบรท์คุยกับแม่ทุกวันนะ คือไบรท์กับแม่สนิทกันมาก แม้กระทั่งเมื่อกี้ไบรท์บอกก็ยังแซวแม่ว่า แม่เห็นไหม แม่เป็นเซเลปนะเนี่ยเห็นไหมนักข่าวมาเต็มเลย พวงหรีดก็มีเต็มเลย และช่วงที่แม่อยู่โรงพยาบาลทางการแพทย์บอกว่าถึงแม้แม่จะหลับตาอยู่ตลอดเวลา แต่หูเป็นประสาทสัมผัสสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ ดังนั้นเราพูดอะไรไปเขาได้ยิน ไบรท์ก็จะพูดเล่านู่นนี่ให้เขาฟัง อย่างที่ไปงานแถลงข่าวโดเรมอน ไบรท์ก็เล่ายังซ้อมพากษ์เสียงให้เขาฟังเลยว่าเหมือนไหม แล้วแม่เป็นอะไรดี ให้แม่เป็นโดเรมอนแล้วกันนะ เพราะแม่มีกระเป๋าวิเศษที่หน้าท้อง ก็แซวเขา พูดกับเขาทุกวันค่ะ จนพักหลังๆ มานี้เขาก็ไม่ค่อยมีแรงที่จะพูดโต้ตอบกับเรา”

แม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบยังไง ?
ไบรท์ : “ยิ้ม ยักคิ้ว พยักหน้า อะไรไม่เอาก็จะส่ายหน้า รอยยิ้มแม่นี่แหละที่ทำให้มันผ่านไปได้แต่ละวัน แม้กระทั่งวันจากกันเขาก็ยิ้มให้ (เสียงสั่น)”

เหมือนเป็นรอยยิ้มสุดท้ายของความทรงจำที่ดี ?
ไบรท์ : “ตอนที่เราถอดเครื่องทั้งหมดออกแล้ว มองไปที่เขาก็คือเขายิ้มให้ เขาไม่รู้สึกตัวแล้วค่ะตอนนั้น คือเราถอดเครื่องอะไรเสร็จหมดแล้ว โต๋ก็เห็นเนอะ ก็คงเป็นการจากไปที่แม่อยากจะบอกเราว่าคนที่อยู่ต่อแม่ยังยิ้มเลย ลูกก็ต้องยิ้ม”

ที่ผ่านมาเราถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดแล้วใช่ไหม ?
ไบรท์ : “ไบรท์เต็มที่ที่สุดแล้วค่ะ เต็มที่มาโดยตลอด ทุกครั้งของการป่วยแม่ ทุกหัตถการที่ต้องเข้าเครื่อง MRI, TC Scan, ฉายแสง ไบรท์เลิกรายการแล้ววันไหนแม่มีนัดหมอไบรท์ไปด้วยทุกครั้ง ช่วงที่แม่เข้าโรงพยาบาลก็คือเลิกรายการไบรท์ก็ไปทุกวัน ไปคุยกับคุณหมอ ไปดูแม่ คืออยู่กับเขาตลอด”

ตลอด 20 ปี เราได้เห็นความเข้มแข็งของผู้หญิงคนนี้ยังไงบ้าง ?
ไบรท์ : “ไบรท์ว่าเขาเข้มแข็งเกินกว่าที่ใครจะนึกถึงค่ะ ไบรท์เองยังนึกว่า โห… ถ้าเป็นเราล่ะ เอาจริงๆ วันที่ไบรท์รู้ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้าย ไบรท์บอกเขาว่าขอให้ไบรท์เข้มแข็งได้ครึ่งหนึ่งของแม่ (เสียงสั่น) เพราะเขาเก่งมากๆ จริงๆ ค่ะ”

โต๋ : “ถ้าถามผมว่า ไบรท์เต็มที่กับที่มาแค่ไหน ผมจะตอบว่าผมภูมิใจในตัวไบรท์มากครับ เขาเต็มที่มาก ทุกๆ หัตถการไบรท์เข้าด้วยทุกครั้ง ไบรท์นั่งเฝ้าทุกครั้ง จะแสกนเป็นชั่วโมงหรือ 2-3 ชั่วโมง ไบรท์ก็จะนั่งรอข้างนอกทุกครั้ง ทุกๆ ยาที่คุณแม่ต้องรับประทาน ไบรท์จะรู้ว่าเพื่ออะไร ใช้ยังไง รู้ทุกอย่าง ผมเลยภูมิใจในตัวเขามาก เหมือนที่แม่พูดครับ ความกตัญญูที่เขามีมันจะเป็นสิ่งดีกลับสู่ตัวเขาเอง”

ได้มีคำพูดให้กำลังใจกันบ่อยไหมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ?
โต๋ : “ผมว่ามันเป็นการเรียนรู้ไปด้วยกัน การเจอความยากลำบาก ตัวไบรท์เองยังไม่รู้ในการต้องรับมือกับการจากลา ผมเองก็ต้องเรียนรู้เติบโตไปด้วยกัน กับการที่เราต้องอยู่ข้างๆ ว่าเราควรทำอะไร เราควรเป็นยังไง มันก็เป็นเส้นทางหนึ่งที่โตไปด้วยกันครับ เราก็พูดกันตลอด ว่ามองไปข้างหน้านะ แล้วเดี๋ยวเดินไปด้วยกันนะ”

จากนี้ก็จะดูแลกันเต็มที่ ?
โต๋ : “ดูแลกันอยู่แล้วครับ และผมคิดว่า เหมือนที่คุณแม่พูดว่า เราเป็นคนดี ความดีก็จะคุ้มครองเรา เราเป็นคนกตัญญู ความกตัญญูก็จะเป็นพรกลับมาสู่เรา ในฐานะลูกด้วย ก็ต้องดูแลกันต่อไป เป็นวันแรกหลังจากที่คุณแม่จากไป ไบรท์เขารักคุณแม่มาก เขาก็จะเจ็บปวด คิดถึงมาก เป็นเรื่องปกติธรรมดาครับ แต่เราก็จะต้องอยู่ด้วยกันครับ แล้วเดี๋ยวมันจะค่อยๆ ดีขึ้น”

ไบรท์ : “คงต้องใช่เวลาค่ะ แต่ก็บอกแม่นะ บอกเอาไว้แล้วตั้งแต่วันสุดท้ายค่ะ บอกว่าถ้าแม่เห็นลูกร้องไห้เนี่ย ไม่ต้องเป็นห่วงนะ มันร้องไห้เพราะว่ามันเศร้า เพราะว่ามันสูญเสีย แต่แม่เนี่ย ต้องเอาใจช่วยลูกนะ ให้ลูกผ่านมันไปได้ ไบรท์บอกเขาแบบนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง เพราะไบรท์กลัวว่าเดี๋ยวเขามาเห็นไบรท์ร้องไห้ แล้วเขาจะเป็นห่วง ก็เลยบอกว่าถ้าร้องไห้ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ร้องไห้เพราะคิดถึงแม่ ร้องไห้เพราะว่ามันเศร้าค่ะแม่ ก็บอกเขาไว้แบบนี้”

เราจะกลับไปเริ่มงานวันไหน เพราะเห็นว่าขอลาเพื่อมาดูแลแม่
ไบรท์ : “ก็เดี๋ยวคงรอให้งานทั้งหมดเสร็จก่อนนะคะ ไบร์ทสวด 7 วัน แล้วก็เผาวันรุ่งขึ้น ก็จะลอยอังคาร เดี๋ยวดูว่าถ้าสภาพจิตใจพร้อม เพราะว่าแม่ก็คงอยากให้ไปทำงานแหละ เพราะปกติแม่เป็นแฟนข่าว แม่ดูรายการทุกวันตอนเช้า”

เห็นที่ สรยุทธ ลงรูป แล้วเราเข้าไปคอมเมนต์ว่าขอบคุณที่พี่ยุทธมาเยี่ยมแม่ ?
ไบรท์ : “คือวันที่พี่ยุทธออกจากเรือนจำ มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ ตอนเช้าไบรท์ก็เจอกันกับพี่ยุทธ แล้วบ่ายวันนั้นไบรท์ไปโรงพยาบาล ไปเยี่ยมคุณแม่เลย แล้วพี่ยุทธก็ตามมาเยี่ยมแม่ในวันแรกที่พี่ยุทธออกมาจากเรือนจำเลย ซึ่งอันนี้ไบรท์บอกพี่ยุทธว่าไบรท์ขอบคุณจากใจจริงๆ แล้วช่วงนั้นแม่เขายังพอสื่อสารได้ ตอนแรกแม่หลับ พอพี่ยุทธเข้ามาจับแขนแม่ แล้วก็บอกว่าแม่ครับ ผมสรยุทธนะครับ ทีนี้ด้วยเสียงพี่ยุทธ แม่ก็ลืมตาขึ้นมา พอพักหนึ่งพี่ยุทธก็พูดอีก ผมสรยุทธนะครับแม่ ปรากฎว่าแม่ยิ้มให้พี่ยุทธเลย แม่ครับผมออกมาแล้ว แม่ไม่ต้องห่วงนะ ผมมาช่วยน้องแล้ว (เสียงสั่น) น้องไม่เหนื่อยแล้วนะ แม่ก็ยิ้มแล้วก็พยักหน้า 3 ที แล้วพอสักพักหนึ่ง ก็หลับไป เหมือนเขามาแว๊บหนึ่ง ถูกปลุกขึ้นมาแป๊บหนึ่ง พี่ยุทธก็เลยโอเคไม่กวนแม่แล้วดีกว่า เดี๋ยวปลุกอีกแม่ก็ตื่นขึ้นมาอีก”

ไบรท์ : “ก็คือตั้งแต่บ่ายวันอาทิตย์เลยค่ะ แล้วพอวันรุ่งขึ้นคือวันจันทร์ แม่ก็เริ่มหลับมากขึ้นๆ ยังแซวกันอยู่เลย ว่าแม่รอพี่ยุทธหรือเปล่า เพราะว่าก่อนหน้านี้ไบร์ทบอก 14 มีนาคม พี่ยุทธออกมาแล้วนะคะแม่ ก็ยังแซวกันอยู่เลย แล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา วันสุดท้ายของแม่ พี่ยุทธก็มาในช่วงเวลาสุดท้ายพอดี เอาจริงๆ ไบรท์กำลังปล่อยโฮหนักเลย พี่เขาเปิดประตูเข้ามาก็มากอด มาพูดปลอบใจ และก็มาบอกลาแม่ด้วย ในวันสุดท้าย”

อยากขอบคุณกำลังใจ ?
ไบรท์ : “คือไบรท์อยากขอบคุณตั้งแต่คุณหมอ ทุกๆ ท่านที่ดูแลแม่มาเป็นอย่างดี ทุกๆ ช่วงของการรักษาเลย อยากขอบคุณพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เจ้าหน้าที่ทุกหน่อยที่แม่ไปใช้บริการ ขอบคุณจากใจมากๆ จริงๆ ค่ะ เพราะว่าอย่างน้อยถึงแม้ว่าท้ายสุด ด้วยตัวโรคเราเอาชนะมันไม่ได้ แต่ทุกๆ ครั้งทุกๆ หัตถการ รวมถึงการวินิจฉัยของคุณหมอ มันทำให้แม่เขาได้มีเวลาอยู่กับเราเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ช่วง ดังนั้นไบรท์ขอบคุณหมอทุกๆ ท่าน คณะแพทย์ พยาบาลของโรงพยาบาลรามาธิบดีทุกๆ คนมากๆ จริงๆ และก็อยากจะขอบคุณแฟนข่าว แฟนรายการ ที่ติดตามให้กำละงใจไบรท์มาโดยตลอด ให้กำละงใจคุณแม่ ทุกช่วงที่ไบรท์ลงรูปเขาแล้วมีคนมาอวยพรหายเร็วๆ ไบรท์เล่าให้แม่ฟังตลอด แม่รู้ไหมในไอจีมีคนมาอวยพรเต็มเลยให้แม่หายเร็วๆ ไบรท์ขอบคุณทุกกำลังใจมากๆ ด้วย ที่ส่งมาทุกช่องทาง มันมีความหมายนะ และก็มันมากมายแม้กระทั่งวันนี้แม่ไม่อยู่แล้ว แต่กำลังใจก็มาต่อเนื่อง ขอบคุณมากๆ จริงๆ ค่ะ”

ถามถึงเงินทำบุญ ?
ไบรท์ : “เงินทำบุญ เนื่องจากการป่วยของแม่ตลอด 20 ปี แม่รักษากับโรงพยาบาลรามาธิบดี ไบรท์ก็คิดว่าอยากให้แม่เป็นสะพานบุญ เพื่อที่จะต้อยอดออกไปให้คนที่อยากจะมาร่วมไว้อาลัยกับแม่ ร่วมทำบุญกับแม่ได้ใช้โอกาสตรงนี้บริจาคเงินเข้ามูลนิธิรามาธิบดี ซึ่งมีหลายโครงการ แต่โครงการที่คุยไว้คือ ผู้ป่วยยากไร้โรคมะเร็ง ก็คือคนที่เป็นมะเร็งเหมือนกับแม่ แต่เขาไม่มีเงินที่จะรักษา ซึ่งไบรท์เข้าใจความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยกลุ่มนี้ว่าทุกข์ทรมานแค่ไหน ป่วยกายก็แย่พอแล้ว เงินจะรักษาก็ยังไม่มีก็เลยอยากให้แม่เป็นสะพานบุญ ถ้าใครอยากไว้อาลัยกับแม่”

ไบรท์ : “ร่วมทำบุญกับแม่ก็ร่วมบริจาคผ่านทางมูลนิธิรามาธิบดีได้เลย ที่งานก็มีเจ้าหน้าที่มาตั่งโต๊ะอยู่แล้ว และท่านไหนอยากจะให้กับทางครอบครัว เงินนี้ ไบรท์คุยกับทางวัดเหมือนกัน ว่าจะเอาไปทำบุญต่อเช่นกัน อย่างเช่นจะไปซื้อเก้าอี้ให้คนนั่งฟังธรรม คณะสงฆ์ที่จะมาเทศน์สอนคนอย่างนี้ อยากให้เกิดผลส่วนนี้ ให้แม่ได้เป็นสะพานบุญ ทุกคนได้ทำบุญกับแม่ด้วยค่ะ”

ลอยอังคารที่ไหน ?
ไบรท์ : “ยังไม่ได้คุยกันในครอบครัวเลยว่าจะไปลแยที่ไหนกันดี แต่แม่เป็นพื้นฐานเป็นคนเรียบง่าย อะไรก็ได้ ให้มันเรียบง่าย เขาเป็นคนชอบแบบนั้นอยู่แล้ว เราก็คงไม่ได้ไปถึงตรงนู้นตรงนี้ ก็คงดูที่เรียบง่ายที่สุดตามที่แม่เป็นมาโดยตลอดค่ะ”

Next Post

Oxford GAV Conservation Venture Studio Appoints William I.Y Byun to Build Presence across Asia

พฤหัส มี.ค. 25 , 2021
Oxford, UK / SEAPRWire / Mar 25, 2021 / &#821 […]