แกะกล่องลองเล่นหูฟัง “Samsung Galaxy Buds2” เสียงดี ใส่สบายเพลิน พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ANC

สวัสดีครับ…กลับมาพบกับรีวิวสินค้าใหม่อีกครั้ง สำหรับบทความนี้เป็นคิวของหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดของ Samsung ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปในอีเว้นท์ล่าสุดไปพร้อม ๆ กับ Samsung Galaxy Z Fold3 5G, Samsung Galaxy Z Flip3 5G และ Samsung Galaxy Watch4  นั้นเองครับ ^^

สำหรับใครที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับพรีเมียม ในราคาที่เอื้อมถึงผมว่า Samsung Galaxy Buds2 คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ค่อนข้างดีเลยครับ 

วันนี้ทีม Hitech จะมาเจาะลึกทดลองใช้งานจริงมาเล่าให้คุณรับชมกันครับ มันจะเจ๋งจริงหรือไม่ มาดูกันครับ !!!

Samsung Galaxy Buds2 เป็นหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดที่โดดเด่นด้วยการให้เสียงที่ทรงพลังดุดัน และตัดเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ด้วยเทคโนโลยี Active Noise Cancellation (ANC) และมาพร้อมกับ Driver ขนาด 10 มิลลิเมตร พร้อมกับไมโครโฟนเทคโนโลยีจัดหนัก

โดยไมโครโฟนสามตัวในหูฟังแต่ละข้างในการดักจับคลื่นเสียงด้านนอก เพื่อลดเสียงรอบข้างและเพิ่มคุณภาพเสียงอย่างครบถ้วนทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะอยู่ข้างนอก หรือตามคาเฟ่ ร้านอาหาร ก็ยังเพลิดเพลินกับการฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์ได้อย่างชัดเจน

แกะกล่องส่องอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง    

  • หูฟังไร้สาย Samsung Galaxy Buds2
  • เคสสำหรับใส่หูฟังและเป็น Charging Case
  • จุกซิลิโคนสำรอง
  • สายชาร์จไฟ USB-C
  • คู่มือการใช้งาน

รูปลักษณ์ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Buds2 เรียบหรู… คลาสสิค

ก่อนจะไปเทสต์เสียงนั้น ผมขออนุญาตพาคุณผู้อ่านไปชมรูปลักษณ์ภายนอกของ Samsung Galaxy Buds2 กันก่อนดีกว่า… บอกได้คำเดียวว่าดูดีเอามากๆ

ตัวเคสมาพร้อมกับดีไซน์ทรงเดียวกับ Galaxy Buds Live และ Galaxy Pro นั่นหมายความว่าสามารถหาเคสแบบทรงเดียวมาใช้ได้เลย พร้อมกับโลโก้ของ Samsung ที่สกรีนไว้อย่างเด่นชัดมากเลยครับ แต่แค่ไม่ว่าจะซื้อสีไหน กล่องที่เห็นจะเป็นสีขาวทั้งหมด จะรู้ว่าเป็นสีอะไรก็ต้องเปิดกล่องขึ้นมาเท่านั้นครับ

 ด้านใต้มีสเปกบอกและเป็นที่อยู่ของ Wireless Pad เท่ากับหูฟังรุ่นนี้รองรับระบบชาร์จไฟไร้สายได้นั่นเอง

รอบตัวหูฟังออกแบบเป็นสีขาวดูสะอาดตามากและมีการเว้นระหว่างบนล่างเพื่อบอกว่ามันสามารถเปิดได้นะ ด้านหน้าจะมาพร้อมกับไฟสถานะของกล่องเก็บหูฟังว่า เหลือไฟอยู่ที่ โดยบอกทั้งหมด 3 สถานะได้แก่ เขียว ไฟเต็ม, เหลือไฟเหลือ 50% และ แดง ไฟเหลือ 25% ส่วนกระพริบสีแดง แสดงว่าไฟเหลือน้อยกว่า 10% ควรชาร์จไฟ

ภายในกล่องจะมีหูฟังและขั้วชาร์จไฟหูฟัง สามารถบอกได้ว่าหูฟังนั้นมีไฟเหลือเท่าไหร่

 ด้านหลังของตัวเคสเป็นตำแหน่งของพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จไฟให้หูฟังนั่นเอง

 แถบแม่เหล็กสำหรับยึดติดฝาของตัวเคส เพื่อไม่ให้หูฟังหลุดออกจากกล่องหากคุณทำกล่องเคสตก


เมื่อเราเปิดเคสออกมาก็จะพบกับหูฟังทั้งสองข้างวางชาร์จอยู่พร้อมไฟบอกสถานะแบตเตอรี่การชาร์จแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน หากเป็นสีเขียวบ่งบอกว่าแบตเตอรี่เต็ม และหากเป็นสีแดงเป็นสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ของหูฟัง

เคสชาร์จ มาพร้อมกับไฟ LED บอกสถานะปริมาณไฟของหูฟัง

สำหรับในส่วนของตัวหูฟังนั้น Samsung Galaxy Buds2 เป็นหูฟังรูปทรงก้านสั้นแบบ in-ear พร้อมจุกยางที่สวมใส่สบาย ผลิตจากซิลิโคนที่ไม่มีสารพิษและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ จึงใช้งานได้อย่างไร้กังวล ดีไซน์ของหูฟังออกแบบเรียบง่าย แต่ที่ดูดปูดเพราะว่าภายในมี Driver ขนาด 10 มิลลิเมตร มีทั้ง Woofer และ Tweeter มาให้และจุกเป็นแบบ In Ear ขนาดเล็กใส่ได้ง่ายมากขึ้นไม่ดันหูมากนัก และเพื่อให้สมกับเป็นหูฟังน้องเล็ก สีสันก็มีให้เลือกครบครันเช่น สีให้เลือกทั้งสีขาว (White), สีม่วง (Lavender), สีดำ (Graphite) และ เขียว (Olive)

Galaxy Buds2 มีน้ำหนักเบา (ข้างละ 5 กรัม) และไม่หลุดร่วงง่ายแม้คุณจะมีไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งก็ตาม ปลอกหูฟังซิลิโคนมอบความนุ่ม ให้ความยืดหยุ่น มีให้เลือกถึง 3 ขนาดมอบความกระชับที่ลงตัวเพื่อเพิ่มประสบการณ์การรับฟัง

หูฟังแต่ละข้างมาพร้อมกับไมโครโฟน 3 จะตรวจจับเสียงรบกวนรอบข้างในขณะที่ Active Noise Canceling จะช่วยกำจัดเสียงที่ไม่ต้องการออกไป ซึ่งทำให้เสียงรบกวนภายนอกนั้นลดลงได้ถึง 98% รับรองโดย UL Verification

ซึ่งค่อนข้างที่จะใช้งานได้สบายๆ ใส่ได้นานๆ เพราะแนบกระชับกับสรีระหูของคน เสียบเข้าไปในรูหูอย่างง่ายดาย Samsung Galaxy Buds2 มาพร้อมรูปทรงของหูฟังสุดคลาสสิกแบบใหม่ ออกแบบมาเพื่อการสวมใส่ที่สบายมากขึ้น แม้สวมใส่ติดต่อยาวนานหลายชั่วโมงก็ตาม แทบไม่มีอาการปวดหูออกมาให้เห็นเลย

ที่สำคัญไม่หลุดร่วงง่ายขณะออกกำลังกาย และด้วยช่องลมที่ช่วยปรับสมดุลแรงดันและเพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในช่องหูของคุณ หูฟังนี้จึงพอดีกับหูของคุณอย่างเป็นธรรมชาติ จนทำให้คุณลืมไปว่าคุณสวมใส่หูฟังอยู่ และมีจุกให้ปรับขนาดได้ทั้งหมด 3 ขนาดด้วยกัน 

สวมใส่ลองใช้งานฟีเจอร์ของ Galaxy Buds 2

การเชื่อมต่อกับ Application บนมือถือ / PC

แนะนำว่าขอให้เริ่มต้นจากการโหลดแอปพลิเคชั่น Samsung Galaxy Wearable สำหรับระบบปฏิบัติการ Android และ Galaxy Buds สำหรับ iOS การเชื่อมต่อก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงเปิดฝาตัวหูฟังก็จะ Pairing กับสมาร์ทโฟนให้ทันทีโดยที่ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นเพียงแค่คุณต้องทำการเปิด Bluetooth ที่สมาร์ทโฟนเครื่องที่ต้องการเชื่อมต่อ

แต่ถ้าคิดว่าหมดแล้ว ยังครับ ยังมี App Galaxy Buds สำหรับคอมพิวเตอร์ Windows เมื่อดาวน์โหลดมาแล้วการทำงานเหมือนกับของมือถือ และ สามารถสลับไปยังมือถือผ่าน Samsung Account ได้ด้วย 

บนแอปฯ Galaxy Wearable จะสามารถปรับแต่งการทำงานของหู Galaxy Buds2 ได้ละเอียดขึ้น ทั้งการปรับแต่งเสียงอีควอไลเซอร์ในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ เสียงปกติ บูสต์เบส นุ่ม ไดนามิก ชัดเจน และบูสต์เทรเบิล แต่ไม่สามารถปรับแต่งเองได้

นอกจากนี้คุณยังสามารถสลับการใช้งานระหว่างอุปกรณ์ Galaxy ต่าง ๆ ของคุณจะง่ายกว่าเคยด้วย Auto Switch รับชมภาพยนตร์ในแท็บเล็ตหรือเล่นเพลงจาก Galaxy Buds2 ได้โดยไม่ต้องกดปุ่มมากมายให้วุ่นวาย หรือจะเป็นการสลับถ้าไม่ได้อยู่กับมือถือ ให้ Galaxy Watch 4 จัดการเองทั้งหมดได้

คุณสมบัตินี้สามารถใช้ได้กับ Galaxy Buds Live และ Galaxy Buds Pro ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถ Download Software แก้ปัญหา และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ได้ และยังมีฟีเจอร์เช็คว่าคุณใส่หูพอดีหรือไม่ พร้อมกับปรับความสมดุลของเสียงทั้งซ้ายและขวา

การด้วยการสัมผัส บริเวณฝั่งด้านนอกของหูฟัง Galaxy Buds2 สามารถใช้งานสัมผัสในการสั่งการได้ ดังนี้

  • แตะ 1 ครั้ง เพื่อเล่น หรือพักเพลง
  • แตะ 2 ครั้้ง เพื่อเล่นเพลงถัดไป หรือรับสายโทรศัพท์
  • แตะ 1 ครั้ง เพื่อเล่นเพลงก่อนหน้า
  • แตะค้าง เพื่อสลับการควบคุมเสียงรบกวน หรือปฎิเสธสายเรียกเข้า

แบตเตอรี่อึด…ใช้งานได้ยาวนานถึง 29 ชม.*

ไม่ว่าคุณจะเอาไว้ดูซีรีส์โปรด ไล่ฟังเพลงในเพลลิสต์ หรือเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมกลางแจ้ง Galaxy Buds2 ช่วยคุณเชื่อมต่อและรู้สึกสบายหูไปพร้อมกันได้ตลอดทั้งวัน และด้วยอายุแบตเตอรี่ที่ยาวนานช่วยให้คุณเล่นเพลงได้นานถึง 5 ชั่วโมง และอีก 18 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสที่ชาร์จไฟจนเต็ม แต่ถ้าเปิด ANC ตลอด ก็จะลดลงเหลือ 3 ชั่วโมง และฐานอีก 15 ชั่วโมงสำหรับการเปิด ANC และระบบการชาร์จไฟทำได้ง่ายทั้ง USB-C และสามารถวางผ่าน ชาร์จผ่าน Wireless Charging 

และแน่นอนว่า Galaxy Buds2 มาพร้อมกับมาตราฐานกันน้ำ IPX2 ใส่ออกกำลังกายได้ ไม่ต้องกลัวเหงื่อไหลเข้าไปข้างใน สามารถนำไปใช้งานนอกสถานที่ หรือกิจกรรมเอาท์ดอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ได้เวลาทดลองเสียงในว่าจะฟังเพลงหรือใช้สายคือดีย์

ส่วนเรื่องความสามรถในเรื่องของการช่วยตัดเสียงรบกวนหรือที่เรารู้จักกันดีอย่าง Active Noise Canceling หรือ ANC ที่มีใน Samsung Galaxy Buds2 ก็ทำออกมาได้ดีเช่นกัน เพราะเขาเคลมมาว่ามันสามารถช่วยตัดเสียงรบกวนได้อย่างดี

โดยที่ไมโครโฟนด้านในและด้านนอกสามารถจับเสียงรบกวนได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย (อันนี้เท่าที่ลองใช้งานคือตอนเข้าโสู่โหมด ANC ทันเงียบจริงๆ ครับ) แต่ถ้าต้องการให้เสียงภายนอกเข้ามา ก็จะมีฟีเจอร์ Ambient Sound ได้ถึง 3 ระดับตามรูปแบบที่คุณต้องการ

คุณภาพเสียง / ไมโครโฟน 

ด้านคุณภาพเสียงถือว่ามีการใช้ Driver ขนาด 10 มิลลิเมตร ใหญ่กว่า Galaxy Buds Plus แต่เป็นรอง Galaxy Buds Pro คุณภาพที่ออกมาให้คุณภาพเสียงครบเครื่องและสามารถปรับแต่งผ่าน Apps ที่ได้บอกไปข้างบน ทั้งนี้และเมื่อใช้งานเล่นเกม สามารถเปิด Lab เข้าสู่ Game Mode จะพบว่า ไม่มีอาการ Delay ให้เห็น ส่วนการดู Series ก็มีฟีเจอร์ให้เสียง 360 องศาให้คุณภาพเสียงที่ดี แต่ถ้าไม่เปิด ก็ยังมีคุณภาพดีแยกซ้ายขวาได้ไม่ต้องห่วงเรื่องอาการ Delay เช่นเดียวกัน

ไมโครโฟนใช้สนทนาคมชัดหรือไม่

หูฟัง Samsung Galaxy Buds 2 มีระบบ Machine Leaning ในการลดเสียงรบกวนเวลาโทรศัพท์ และยังมีการติดตั้งไมโครโฟน และ VPU (Voice Pick Up Unit) ทำให้เสียงที่ได้ใส่กว่าเดิม และไมโครโฟนเป็นแบบ Beamforming มาให้ด้วย

ทั้งหมดที่ทำให้เสียงพูดออกมาคมชัดแม้ว่าจะอยู่สถานการณ์ไหนก็ตาม ยกเว้นเข้าที่สถานที่เสียงดังมากๆ อย่าง Concert มันจะเบาเสียงลงไปได้ประมาณหนึ่งนะ แต่ใช้ประชุมออนไลน์ถือว่าดีมากในเรื่องการเก็บเสียงครับ

โดยรวมแล้วถือว่าคุณภาพเสียงที่ออกมาเมื่อฟังเบื้องต้น ให้เสียงเบสดี และเสียกลางถือว่าลงตัว เพราะรองรับกับคุณภาพเสียงที่จัดว่ารองรับรูปแบบเสียงค่อนข้างมาก จนเรียกว่าครบเลยก็ว่าได้ คุณภาพของไมโครโฟนก็มีการตัดเสียงได้ดีเพราะมีไมโครโฟนแทบจะรอบตัวหูฟังเลยครับ (ตรงนี้ผมว่าเรื่องของเสียงดีหรือไม่ดีของแต่ละคนไม่เท่ากัน)

คุณภาพไมโครโฟนหากมีสายเรียกเข้าหรือโทรออก ผมว่า Samsung Galaxy Buds Pro เป็นหูฟังอีกรุ่นที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีมากๆ ในเรื่องของการใช้สายไม่ว่าจะเป็นการโทรออกหรือการรับสายสำคัญและต้องพูดคุยหรือประชุมสำคัญ ไมโครโฟน 3 ตัว จะช่วยรับเสียงคู่สนทนาได้ชัดเจน ได้ยินเสียงที่ตัวเองพูดชัดขึ้น และมีการตัดเสียงรบกวนออกไปจากทั้ง 2 ฝั่ง ช่วยให้สนทนาได้อย่างราบรื่น 

คุณไม่ต้องกังวลถึงปัญหาของการได้ยินเสียงหรืออีกฝั่งไม่ได้ยินเสียงจนทำให้คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะเท่าที่ผมทดลองใช้งานจริง มันสามารถใช้งานเรื่องดีได้ดีมากๆ …และยังสามารถใช้งานหูฟังรุ่นนี้ข้างเดียวได้นะครับ เพราะบางจังหวะเราอาจต้องการใส่หูฟังเพียงข้างเดียวเท่านั้นตอนใช้งาน 

เอาเป็นว่าถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผมละกันครับ ถ้าใครไม่แน่ใจก็สามารถแวะเวียนไปทดลองของจริงกันได้ที่ Samsung Shop ได้เขามีของจริงให้เราได้เล่นกัน)

สรุปหลังได้ทดลองเล่น Samsung Galaxy Buds2 อย่างเป็นทางการ

สำหรับเราแล้วหากให้เลือกหูฟังของฝั่งแอนดรอยด์มาไว้ใช้งานสักรุ่น Galaxy Buds คือคำตอบในดวงใจ ส่วนทางฝั่งแอปเปิลเราคงต้องยกตำแหน่งนี้ให้กับ AirPods เขาไป…

แน่นอนว่าหูฟัง Galaxy Buds2 รุ่นนี้มาพร้อมความโดดเด่นในหลาย ๆ ตามแบบฉบับของ Samsung ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์ หรือเสียงที่สามารถทำออกมาได้ดีเหมาะสมกับราคาที่วางจำหน่ายเมื่อเทียบกับฟีเจอร์และสเปกขนาดนี้

อีกเรื่องที่สำคัญมากของการใส่หูฟังแบบนี้คือหลาย ๆ คนกังวลว่าหากต้องใส่ใช้งานต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานๆ จะมีปัญหาหรือไม่ เท่าที่เราได้ทดลองใช้งานก็ยังสบายหูอยู่นะ แม้สวมใส่ติดต่อยาวนานหลายชั่วโมงก็ตาม

ที่สำคัญไม่หลุดร่วงง่ายขณะออกกำลังกาย และด้วยช่องลมที่ช่วยปรับสมดุลแรงดันและเพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในช่องหูของคุณ หูฟังนี้จึงพอดีกับหูของคุณอย่างเป็นธรรมชาติ จนทำให้คุณลืมไปว่าคุณสวมใส่หูฟังอยู่ 

ในเรื่องของระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Canceling และไมค์สนทนาที่ทำได้ดีมาก แม้ว่าราคาจะไม่สูงมากเท่ากับรุ่นพี่ ๆ แต่ Galaxy Buds2 ก็จัดว่าจัดเต็มมากครับ หากใครต้องการหูฟังสำหรับไว้ประชุมออนไลน์เยอะ ๆ เราว่าตัวนี้ไม่เลวเลย

ส่วนตัวแล้วหลังการได้ทดลองเล่น Samsung Galaxy Buds2 พูดเลยว่ากระเป๋าสตางค์สั่นในทันที ยิ่งทำให้ตัดสินใจได้อย่างง่ายดายว่าจะจับจองเป็นเจ้าของหรือไม่ … และนี่คือ “Samsung Galaxy Buds2 ” หูฟังดี ๆ อีกรุ่นที่อยากให้คุณได้ลอง สำหรับใครที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับพรีเมียม ในราคาที่เอื้อมถึงตัวนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

ราคาและการวางจำหน่าย

หูฟังไร้สาย Galaxy Buds2 จะวางจำหน่ายในราคา 3,990 บาท ซึ่งถือเป็นราคาเปิดตัวที่เข้าถึงได้มากที่สุดในกลุ่มของหูฟัง Galaxy Buds ของซัมซุง มาในตัวเลือก 3 สี ได้แก่ สีแกรไฟต์, สีเขียว Olive และ สีม่วงลาเวนเดอร์ พร้อมด้วยอุปกรณ์เสริมสุดเก๋อีกมากมาย การหาซื้อง่ายทั้งออนไลน์และหน้าร้าน Samsung Store และวางจำหน่ายแล้วนะ

Next Post

เราสามารถลบ ‘ผู้ติดตาม (follower)’ ใน Twitter แบบเนียน ๆ ได้แล้ว

พุธ ต.ค. 13 , 2021
ผู้ใช้งาน Twitter จะสามารถควบคุมผู้ติดตามของตัวเอง […]