เส้นทางหักเห! “ออกัส วชิรวิชญ์” เล่าชีวิตหลังความผิดหวัง เมื่อความฝันถึงทางตัน

หากพูดถึงนักแสดงหนุ่มดาวรุ่งสุดฮอตขวัญใจสาวๆ ยุคนี้ หนึ่งในนั้นคงมีชื่อของพระเอกยิ้มสวย ออกัส-วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ ที่แจ้งเกิดจากผลงานซีรีส์โดนใจวัยรุ่น เลิฟซิค เดอะซีรีส์ รักวุ่น วัยรุ่นแสบ และคว้าใจแฟนๆ โดยเฉพาะสาวๆ ไปครองทั่วบ้านทั่วเมืองจากบท “อาสี่” จากละครฮอต “กรงกรรม” 

ด้วยเสน่ห์ที่เหลือล้นทำให้ตอนนี้เจ้าตัวฮอตฮิตติดลมบน แถมยังขึ้นแท่นพระเอกเต็มตัวในละคร “แม่ครัวคนใหม่” ออกอากาศทางช่อง 3 เอาใจแฟนละครอยู่ในขณะนี้

และเมื่อ sanook.com มีโอกาสได้เจอหนุ่ม ออกัส จึงพลาดไม่ได้ที่ต้องขอพูดคุยถึงผลงานละครชิ้นล่าสุด พร้อมถึงพูดคุยถึงชีวิตที่ผ่านมาที่น่าสนใจเพราะเจ้าตัวมีความฝันที่หักเห จากเป้าที่ตั้งไว้อยากเป็นนักเทนนิสระดับโลก สู่ การเป็นพระเอกว่าเป็นยังไงมายังไง ไปฟังหนุ่มออกัสเล่ากันเลย

ละครเรื่องนี้มีกระแสตั้งแต่ยังไม่เริ่มออนแอร์เลย เห็นกระแสบ้างไหม?

“เรื่องบูลลี่ใช่ไหมครับ จริงๆ อยากให้ลองดูละครก่อน ผมว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่หลายๆ คนคิด มันไม่ได้มีการเหยียดหรืออะไร ถามว่าตกใจกับกระแสที่ออกมาไหม ผมไม่ได้ตกใจเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยได้ติดตาม ด้วยความที่กัสถ่ายละคร แล้วก็ทำงานเยอะ แต่ได้ยินมาบ้างว่ามีกระแสแบบนี้เกี่ยวกับละคร รู้ว่ามีแต่ไม่ได้รู้เยอะว่ามีแค่ไหน ผมว่ารอดูในละครดีกว่าครับ ด้วยเนื้อเรื่อง ด้วยคาแร็กเตอร์ของนากเอกเขาต้องเป็นแบบนั้น เขาปลอมตัวเข้ามาบ้านพระเอกเพื่อดูว่าพระเอกเป็นคนยังไง ก็เลยต้องปลอมตัวเป็นแม่บ้าน”

เรื่องนี้เป็นรีเมค เรามองว่าน่าสนใจจุดไหนบ้าง?

“ด้วยเนื้องเรื่องต้องคล้ายเวอร์ชั่นแรกอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้จะถูกปรับออกมาให้เหมือนซีรีส์ ให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ ดูง่ายขึ้น สนุกขึ้น มุขต่างๆ ก็จะทันสมัยมากขึ้น เป็นโรแมนติก คอมเมดี้ที่ดูได้เรื่อยๆ ทุกเพศ ทุกวัย อย่างเรื่องความกุ๊กกิ๊กของพระ นาง ก็จะมีให้ได้เห็น เพราะความสัมพันธ์ของคู่นี้เป็นความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละตอน โดยที่ต่างคนต่างไม่รู้ตัวว่าเรารู้สึกอะไรกัน”

ประกบคู่ “น้ำฟ้า ธัญญภัสร์” เต็มๆ ครั้งแรกสนุกสนานแค่ไหน?

“ก่อนหน้านี้อยู่ในเรื่องเดียวกันใน “กรงกรรม” แต่ไม่ได้เจอกันเลย ตอนนี้เล่นกับน้ำฟ้าจนชินว่าเขาเป็นไฝดำไปแล้ว เขาน่ารักดี เหมือนเด็กผู้ชายคนนึงที่เราเล่นด้วย บางทีก็ลืมไปว่าน้องเป็นผู้หญิง(หัวเราะ) แล้วคาแร็กเตอร์ไฝดำก็มีความเป็นเขาสูงมาก เพราะน้องจะแก่นๆ ไม่ได้มีความเป็นผู้หญิงมากมายร่วมงานด้วยสนุกดีครับ”

น้ำฟ้า ในบท ไฝดำ

เรื่องเป็นพระเอกช่อง 3 เต็มตัวเรื่องแรก ตื่นเต้นไหม?

“ตื่นเต้นครับ ทำให้รู้ว่าการเป็นพระเอกไม่ใช่ง่ายๆ เลย ต้องมีความรับผิดชอบมากๆ เหนื่อยกว่าเดิม กดดันกว่าเดิม เพราะการเป็นพระเอกต้องมีเราเกือบทุกซีน เพราะฉะนั้นต้องทำการบ้านเยอะๆ ครับ เรียกว่าหนักเหมือนกันครับ ถามว่าคาดหวังกับเรื่องนี้ไว้ยังไงบ้าง ก็คาดหวังนะครับ คาดหวังว่าคนจะชอบสิ่งที่เราทำ หวังว่าทุกคนจะมีความสุขครับกับละครเรื่องนี้”

เห็นว่าออกัสจริงๆ ไม่ได้มาสายวงการบันเทิงเลย แต่เป็นเด็กสายกีฬา?

“ใช่ครับ จริงๆ ผมเป็นนักกีฬามาตั้งแต่เด็ก เป็นนักเทนนิสแล้วก็เลือกทางกีฬาเป็นอาชีพ แต่ด้วยไปเจอทางตัน เรามองแล้วว่าเราไประดับโลกได้ยาก แล้วพอเราไม่มีทางสำหรับกีฬาแล้ว ตอนนั้นกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยได้โควต้าเทนนิส ระหว่างรอก็ว่างอยู่คุณแม่เลยลองให้ไปแคสติ้งงานดู ช่วงนั้นผมเองผิดหวังจากเทนนิสมา ก็เลยคิดว่าโอเค เราทำอะไรก็ได้ คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วมั้ง ตอนนั้นไปแคสติ้งเลิฟซิคเดอะซีรีส์ ครั้งแรกที่ผมทำอะไรแบบนั้นเลย แล้วก็ได้งานมา”

จุดไหนที่เราบอกว่าเป็นทางตัน สำหรับเส้นทางนักเทนนิส?

“ตอนนั้นผมก็เป็นนักเทนนิส แข่งระดับเยาวชน ไปทัวร์แข่งต่างประเทศ แต่ก็ไม่ได้อันดับกลับมาเลย ก็เลยทำให้กลับมาดูตัวเองว่าฝีมือเรามันไม่ถึง โอกาสที่จะไประดับโลกแทบไม่มีเลย แต่ด้วยความที่เราฝึกหนักมากก่อนไปแข่ง ฝึกประมาณ 7 ปี เรามุ่งมั่นมาก แต่สุดท้ายเจอทางตันก็เลยผิดหวัง เจ็บมาก  อย่างที่เขาว่ากันว่ารักมากก็เจ็บมาก

ตอนตัดสินใจเลิกเล่นเทนนิส ทำใจยังไง เพราะเป็นสิ่งที่เรารักมาก?

“ก็เสียใจอยู่ครับ ถึงขนาดที่แบบเอาไม้เทนนิสฟาดพื้น จนหัก เหมือนพระเอกเอ็มวีเลย (หัวเราะ) เรื่องจริงเลยนะ แข่งแพ้กลับมาแล้วฝนตก ออกมาหน้าบ้านร้องไห้ เอาไม้เทนนิสฟาดพื้นจนหัก ผิดหวัง เสียใจ รู้ตัวเองแล้วว่าเราพยายามมาเยอะ และหลอกตัวเองมาเยอะแล้ว เราคงต้องพอแล้ว

ความผิดหวังทำให้เราเสียความมั่นใจในตัวเองไหม?

“เป็นเหมือนกันนะครับ รู้สึกว่า โห! ขนาดสิ่งที่เราคิดว่าเราเก่งที่สุดของเราแล้ว เรายังทำได้ไม่ดีเลย ถ้าแบบนั้นเราคงไม่เหลืออะไรแล้ว แล้วพอมาเล่นซีรีส์ มาลองงานแสดงเราก็คิดว่าเราไม่ได้เก่ง เล่นก็ไม่ดี สรุปตอนนั้นไม่มีไรดีสักด้านเลย”

ตอนนั้นเกลียดการเล่นเทนนิสไปเลยหรือเปล่า?

“เกลียดเลย ขยาด ไม่จับไม้เทนนิสเลย แต่สุดท้ายเมื่อเราโตขึ้น มันทำให้เรารู้ว่าความผิดหวังครั้งนั้นมันสอนและให้อะไรเราเยอะมาก เทนนิสสอนให้เรามีความรับผิดชอบ มีความอดทน การตัดสินใจ กีฬาสร้างทักษะอะไรหลายๆ อย่างให้เกิดขึ้นกับตัวเรา ตอนนั้นที่เราผิดหวังผมเคยเกลียดมัน แต่ตอนนี้ผมต้องขอบคุณเทนนิสด้วยซ้ำที่ทำให้เราเป็นคนที่มีเป้าหมายในชีวิต ถ้าไม่มีเทนนิสก็คงไม่มีผมที่เป็นผมในวันนี้

และพอเราผิดหวังจากตรงนั้น เราได้มาเรียนรู้เส้นทางใหม่ เราได้เรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วชีวิตเรามันไม่ได้มีแค่สิ่งเดียวที่เราถนัด เราอาจจะถนัดหลายอย่างก็ได้เพียงแค่เรายังไม่มีโอกาสได้ลองทำ”

ออกัส กับเทนนิส กีฬาที่รัก

เสียดายไหม กับเส้นทางที่เราเดินจากมา?

“ก็ไม่เชิงนะ เพราะตอนนี้ผมก็มีความสุขกับปัจจุบันที่เป็นอยู่แล้ว จริงๆ ก็เคยมองกลับเหมือนกันนะว่า ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำแบบนั้น แบบนี้ ถ้าเราทำอาจจะมีทางประสบความสำเร็จได้ ตอนนั้นเราอาจจะเครียดกับมันเกินไป เรากดดัน และทำให้เราเองไม่มีความสุข เราลืมเอ็นจอยกับมัน ลืมมีความสุขกับสิ่งที่เรารัก ถ้าเราทำมันด้วยความสุขมันน่าจะออกมาดี ถ้าย้อนกลับไปเราคงประสบความสำเร็จได้นะ แต่ว่าสุดท้ายแล้วเมื่อเราเดินมาตรงนี้ ก็คือ จุดนี้แหละครับที่ดีที่สุด”

แล้วตอนนี้รู้สึกยังไงกับงานในวงการ ชอบไหม?

“ชอบแล้วครับ เพราะกัสรู้สึกว่ามันสนุก งานของเราเราไม่รู้ว่าคนจะชอบแค่ไหน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา คือ เรามีความสุขกับการได้ออกไปถ่ายละคร ได้พัฒนาตัวเองกับทุกบทบาทที่ได้รับ ตอนนี้กัสมองแค่ว่ากัสมีความสุขกับการทำงานแต่ละวันมากกว่ามองว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน ผมภูมิใจในตัวเองที่เห็นตัวเองในมอนิเตอร์ ได้เห็นตัวเองมีพัฒนาการในอาชีพที่เรากำลังทำ  ผมไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะต้องไปอยู่จุดไหนในวงการเพราะผมเข้าใจว่าวงการนี้มีขึ้นมีลง ไม่มีอะไรแน่นอน เอาแค่ว่าโฟกัสกับสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขดีกว่าครับ

ก่อนจะก้าวเข้ามาสัมผัสวงการบันเทิงเรามีมุมมองต่อวงการนี้ยังไง?

“ต้องบอกตรงๆ ว่าผมไม่ได้มองไว้เลย เพราะว่าอย่างที่บอกกัสทุ่มเทเรื่องกีฬามากๆ และตั้งแต่เด็กแม่ไม่ให้ดูละครเพราะกลัวติดละครแล้วนอนดึก แต่โตมาให้เล่นละครเฉยเลย งงมาก (หัวเราะ) กัสเลยกลายเป็นเด็กที่ไม่ค่อยรู้เรื่องวงการ อย่างเมื่อก่อนตอนเด็กๆ มีงานโฆษณาที่แม่มาถามว่าอยากทำไหม ทำได้ไหม ผมจะตอบอย่างเดียวเลยว่า “ไม่ได้” ไม่มีทางเลย ห้ามให้กัสไปทำอะไรเด็ดขาด เพราะกัสเป็นคนขี้อายมาก ไม่มีทางเข้าวงการบันเทิงแน่นอน แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ”

วงการบันเทิงยุคโซเชียล อยู่ยากไหม?

“อืม.. ผมว่าก็ยากนะ ยากในบางส่วนที่เวลาทำอะไร หรือ แสดงความคิดเห็นอะไรเราต้องค่อนข้างระวัง ก่อนจะทำอะไรต้องคิดเยอะๆ บางทีคนเราอาจจะอยากทำอะไรที่มีความสุข แต่บางครั้งทำไปแล้วการนำเสนอของเราอาจจะไม่ถูกใจใครหลายคน พอไม่ถูกใจอาจจะกลายเป็นว่าเราผิดก็ได้

ผมว่าบางทีการแสดงออกบางอย่างในโซเชียลมันก็เป็นค่านิยมเหมือนกันนะ ว่าทำแบบนี้หมายความว่าดี ทั้งที่ที่จริงแล้วเราแค่ใช้ชีวิตของเราเองโดยไม่จำเป็นต้องทำตามในโซเชียลเพื่อเอาไปอวดใครก็ได้ กัสเลยไม่ค่อยทำอะไร ไม่ค่อยเล่นโซเชียลเท่าไหร่ (หัวเราะ)”

“เมื่อก่อนกัสอาจจะมีบ้างนะที่มีคนเตือนผ่านแม่มาว่าอย่าแสดงความรู้สึกเยอะ เมื่อก่อนเรามีปัญหาเรื่องความรัก เราไม่มีที่ระบาย อาจจะระบายลงโซเชียลด้วยแคปชั่นสั้นๆ เพราะเหมือนเป็นที่ระบายที่เดียวที่เราจะทำได้ แต่คนที่เขามองเข้ามาเขาอาจจะเป็นห่วง หรือ สงสัยว่าเราเป็นอะไร แม่ก็มาบอกกัสว่า เนี่ย คนอื่นเป็นห่วง เราก็โอเค ต้องลบใช่ไหม แต่พอเราโตมาเราก็รู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องโพสต์อะไรหรอก เรามีความสุขกับตัวเองได้”

เคยเจอใครเข้าหาแบบแปลกๆ ไหม?

“ก็มีบ้างครับ เป็นคนที่ส่งข้อความมาหาทางช่องทางโซเชียลต่างๆ แล้วพูดคุยกับเราเหมือนรู้จักกัน แต่จริงๆ เราไม่รู้จักเขา แล้วก็ไม่ได้ตอบอะไรเขาด้วย เขาก็ส่งมาคุยเป็นเรื่องเป็นราว มีบอกว่าเขากำลังจะไปซื้อคอนโด เดี๋ยวเราจะได้อยู่ด้วยกันสองคนแล้วนะ (หัวเราะ) เราก็ เห้ย! อะไร เหมือนเขาคุยกับเราแต่เราไม่ได้คุยกับเขา แต่เขาก็ยังคุยอยู่”

ออกัส วชิรวิชญ์

พักเรื่องจริงจังมาคุยเรื่องสาวๆ กันบ้างดีกว่า ตอนนี้มีสาวหรือยัง?

“ไม่มีเลย มีแต่คนไม่เชื่อ (หัวเราะ) ทุกวันนี้กัสเจอความสุขที่เกิดจากตัวเอง ได้ตื่นเช้ามาวิ่ง ได้ดูแลสุขภาพ ได้มีความสุขกับครอบครัวคนรอบข้าง ซึ่งมันดีมากๆ กลายเป็นว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้กัสอยู่กับตัวเองได้ เราก็ไม่รู้ว่าถ้ามีแฟนจะเป็นยังไง จะมีความสุขแค่ไหน ก็เลยไม่ได้หา หรือ ว่าอยากจะมีแฟนอะไรขนาดนั้น ผมไม่มีแฟนมาเป็นปีแล้ว จริงๆ การมีความรักเป็นสิ่งที่ดีนะ เพราะความรักทำให้เรามีความสุขถ้าเราเจอคนที่ใช่ แต่ถ้าไม่ใช่ก็ทุกข์เปล่าๆ

คนที่ใช่สำหรับออกัสต้องเป็นแบบไหน?

คนที่ใช่ถ้าเจอเดี๋ยวก็จะรู้เอง (ยิ้ม) เมื่อก่อนอาจจะมีลิสต์ว่าบุคลิกภายนอกต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ภายในต้องเป็นแบบนี้ๆ แต่สุดท้ายกัสคิดว่าคงไม่ได้ตามนั้นทั้งหมด เราต้องเจอ ต้องใช้เวลาด้วยกันจริงๆ ว่าเคมีเราเข้ากันได้ไหม ความคิดตรงกันหรือเปล่า แล้วลิสต์ที่ต้องมีภายนอกมันจะค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ (หัวเราะ) คนที่จะเข้ากับกัสได้น่าจะเป็นคนที่ดูแลตัวเอง ไม่ต้องชอบกีฬาแบบเราหรอก แค่ดูแลตัวเองเพราะเราก็เป็นคนดูแลตัวเองครับ”

เป็นหนุ่มช่างเลือกหรือเปล่า?

“ก็น่าจะพอสมควรนะ ไม่งั้นคงไม่โสดนาน (หัวเราะ)”

สุดท้ายแล้วอยากฝากอะไรถึงแฟนๆ บ้าง?

“ผมขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาตลอดนะครับ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักกัสก็อยากให้ลองติดตามผลงานของกัสดู และก็ฝากผลงานชิ้นต่อๆ ไปด้วยนะครับเพราะผมก็ตั้งใจในงานทุกๆ อย่าง ขอบคุณครับ”

เป็นนักแสดงรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความมุ่งมั่นไม่แพ้ใครๆ แถมฝีมือยังเข้าขั้นจนได้ใจแฟนๆ ไปเต็มๆ สำหรับใครที่เป็นแฟนของหนุ่มคนนี้ก็อย่าลืมส่งกำลังใจไปรัวๆ กับละครที่หนุ่มออกัสเต็มที่สุดๆ “แม่ครัวคนใหม่” รับรองว่าไม่ผิดหวัง

Next Post

"หญิงลี ศรีจุมพล" ไม่ได้ปรารถนาเป็นดาวค้างฟ้า มีเพลงดังเหมือนถูกหวย ชีวิตนี้อาจไม่ถูกแล้วก็ได้

พุธ มี.ค. 10 , 2021
กลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้งหลังจากได้กำลังดีๆ จ […]