เปิดใจคู่รัก “กวาง-น้ำหวาน” คนที่ใช่เวลาจึงไม่สำคัญ เผยโดนตำหนิเซอร์ไพร์สแต่งงานไม่บอก

เปิดใจคู่รัก "กวาง-น้ำหวาน" คนที่ใช่เวลาจึงไม่สำคัญ เผยโดนตำหนิเซอร์ไพร์สแต่งงานไม่บอก

หลังจากเปิดตัวคบกัน สำหรับนักร้องหนุ่ม กวาง เอบีนอร์มอล หรือ ศิริศิลป์ โชติวิจิตร กับนักร้องสาว น้ำหวาน ซาซ่า หรือ น้ำหวาน พิมรา ท่ามกลางกระแสดราม่าแฟนเก่าและคบซ้อน แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็กุมมือกันแน่น จับมือกันไม่ปล่อยฝ่าอุปสรรคพร้อมกับพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นถึงความรักของทั้งคู่ที่มีให้ต่อกันจริงแค่ไหน ซึ่งทั้งกวาง และ น้ำหวาน ที่ได้มาเป็นแขกรับเชิญสุดพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ได้เล่าโมเมนต์หวานและปัญหาของความรักที่ทั้งคู่ฟันฝ่ามาพร้อมกับเผยว่าการเซอร์ไพรส์    ขอแต่งงานที่ไม่ได้ขอตามพิธีการ …

พ่อแม่บอกให้ใจเย็นๆค่อยๆดูคบกันสามเดือนแต่งงานเลย

กวาง : “(ยิ้ม) เราไม่เคยแต่งงานเราเลยไม่รู้ว่ามีพิธีขั้นตอนยังไง เราก็คิดแค่ว่าไปเซอร์ไพรส์กันแล้วขอแต่งงานมีช่วงแรกๆที่คุณแม่เขาไม่พอใจเหมือนกันแบบทำไมไม่มาคุยกันก่อน เพราะคุณแม่น้ำหวาน เขารู้พอข่าวเลย เพราะความที่เราไม่รู้จริงๆ แล้วเราก็มารู้ทีหลังว่าจริงๆเขาไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่ก่อน (คือต้องแอบไปคุย) แต่สุดท้ายด้วยความที่เราไม่รู้ก็ไปขอน้ำหวานแต่งงาน”

ก่อนที่จะมาถึงในวันดีๆที่จะแต่งงานกันนี้ มีข่าวออกมาต่างๆนานาๆ ตรงนั้นมันเป็นเครื่องพิสูจน์ส่วนหนึ่งของเราด้วยหรือเปล่า

กวาง : “เป็นอย่างหนึ่งเลยครับ ความเข้มข้นในการที่จะฝ่าฟันปัญหาไปคู่ปกติอาจจะใช้เวลา 1-2 ปี ในการที่จะผ่านเรื่องราวอันนั้น แต่สำหรับคู่เราตอนนั้นเราคิดแค่ว่าเราจะจูงมือกันยังไงให้ผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราสานสัมพันธ์กันเร็วมากขึ้นด้วย”

อะไรทำให้คิดว่าเราต้องแต่งงานกัน

กวาง : “ความคิดที่ว่าครั้งนี้มันไม่ใช่การทดลองแล้ว อันนี้เป็นอย่างแรกเลยที่ทำให้มั่นใจครับ แล้วโดยสภาพแวดล้อมเราด้วย อายุเราด้วย หน้าที่การงาน เราเจอคนที่ใช่แล้วด้วย เราเจอแล้ว เราเห็นภาพแล้ว เราเลยไม่รู้สึกว่ามันไม่มีเหตุผลที่จะต้องรออะไรอีกแล้ว เราคิดว่าหวานเขาก็พร้อมด้วย (คิดเองก่อนด้วย)”

น้ำหวาน : “แต่จริงๆ เขาก็มีพูดๆบ้างว่าระหว่างทางที่เราสองคนฝ่าฟันมาด้วยกัน เขาพูดกับเราว่าความรักครั้งนี้ เขาคิดจะจริงจังนะ เราก็คืดว่า .. เราจะได้แต่งงานแน่เลย (หัวเราะ) แต่ว่าในขณะเดียวกันเราก็รู้สึกว่าเขาให้เกียรติเรา เขาให้เกียรติครอบครัวเรากล้าที่จะพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน เพราะที่เรารู้จักกับเขามาอาจจะไม่นาน แต่เรารับรู้เรื่องส่วนตัวของเขาหลายอย่าง แต่พอเขาเปิดประเด็นมาแบบนี้เราก็รู้สึกว่าเราไม่ได้คบกันไปวันๆหรือเรื่อยๆนะ อันนี้ ดูเหมือนเป็นรักที่มีอนาคตเขาแสดงความจริงจัง จริงใจจากใจเขา”

เคยคิดว่าเขาจะขอแต่งงาน แล้วพอถูกขอแต่งงานภาพเป็นอย่างที่เราคิดไว้ไหม

น้ำหวาน : “ดูหนังมาเยอะค่ะ แต่เวลาที่หวานเห็นคนที่ขอแต่งงานกันทุกคนจะต้องแต่งตัวอลังการสวยงามดูพร้อมมาก แต่ของเราคือ พี่กวางโทรศัพท์มาหาเราตอนเช้าว่า มันมีเสื้อที่ส่งมาให้เราเป็นเสื้อคู่เรายังไม่ถ่ายลงไอจีให้เขาเลยเขาทวง เราเลยบอกเขาว่าเดี๋ยวหาก่อน เขาก็ย้ำว่าให้เราใส่มานะเขาก็ชวนให้เราไปกินข้าวร้านเพื่อนพอกินข้าวเสร็จเขาก็พาเราขึ้นไปด้านบน พอขึ้นไปด้านบนคือ ทุกคนก็จุดพลุจุดอะไร พอเราหันไปเห็นเพื่อนเราคือ ใช่เลยแน่นอนล่ะ”

กวาง : “ขั้นตอนการวางแผนนะครับ คือ ผมมีเพื่อนที่เขาจัด เวดดิ้งแพลนเนอร์ เลยปรึกษาคนนี้ว่าเขาจะจัดยังไงดีบ้าง เขาก็แนะนำไปร้านโน้น นี้ แต่เราคิดว่าเขาต้องรู้แน่ๆเลยเพราะไปร้านเว่อร์เขารู้แน่ เพราะปกติประจำแล้วเราจะเจอกันที่นี่ เหมือนเป็นแผนว่าเพื่อนมีเมนูใหม่ให้ไปลองหน่อย แล้วคือ ยากไปอีกตรงที่ว่า แหวน กับกวาง จะเจอกันตลอดเพราะบ้านเราอยู่ด้วยกันการไปหาแหวนคือ ยากมาก แล้วมีอยู่วันหนึ่งพอดีที่ หวาน เขาไปทำงานแล้วเราไปด้วยมีเวลาไม่ถึงชั่วโมงที่เราจะจะวิ่งไปซื้อแหวนที่พารากอน แล้ววิ่งกลับมาที่เซ็นทรัลเวิล์ด แล้วเอาแหวนไปเก็บในรถและต้องทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วย”

ในโมเมนต์นั้นคิดไหมว่าคุณพ่อคุณแม่จะดุแน่เลย

น้ำหวาน : “แวบแรกคิดเลยค่ะ กล้าพูดได้เลยว่า … ตายแล้ว พอยินดีกันเรียบร้อย ถ่ายรูปเสร็จ เราบอกพี่กวางตายแล้ว ต้องรีบบอกแม่ก่อนที่ข่าวจะออกไป แล้วคือ เราโทรหาแม่ “พี่กวางขอแต่งงาน” แม่พูดว่า “เดี๋ยวกลับมาคุยกันที่บ้าน”

กวาง : “พ่อแม่ผมก็รู้พร้อมกันวันนั้นเลยครับ”

พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายไม่รู้เลยเรื่องการเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน

กวาง : “ไม่รู้เลยครับ คือ ที่คุณแม่น้ำหวาน ให้ไปคุยที่บ้านกวางก็ไปด้วยวันนั้น ไปคุยกับคุณแม่เขา”

แล้วคุณแม่น้ำหวาน ตำหนิไหม

กวาง : “ตำหนิครับ ก็ยอมรับว่าเราด้วยความที่เราไม่รู้จริงๆ”

น้ำหวาน : “ถามว่าเขาโกรธไหม คือ คุณแม่เขารู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะเราเป็นลูกสาวคนเดียว เพราะฉะนั้น มันจะต้องมีการคุยแบบเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านี้ อันนี้เป็นเหมือนที่เด็กๆคุยกัน คุณแม่ยังไม่ได้คุยกับทางพี่กวางโดยตรงเลยเขาก็จะตำหนิมานิดหน่อย มีงอนๆนิดหน่อย”

ที่บ้านรู้สึกไหมว่าเร็วไปหรือเปล่า

น้ำหวาน : “รู้สึกเหมือนทุกคนว่าเร็วไป เขาอยากให้เราดูไปเรื่อยก่อนไม่ใช่แค่เราดูพี่กวางฝ่ายเดียว พี่กวางก็ต้องดูน้ำหวานเหมือนกันจริงๆน้ำหวานนิสัยใจคอเป็นยังไง เพราะเวลาไม่นานนิสัยจริงๆมันยังไม่ออกมา แต่สุดท้ายเมื่อเราตัดสินใจแล้วเราก็จะเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ ค่ะ”

แต่กว่าจะมาถึงวันดีๆแบบนี้ ทั้งคู่ก็ผ่านการทะเลาะกันมาเยอะ

กวาง : “ใช่ครับ เรื่องหลักเลยที่ทำให้เราทะเลาะกันซะส่วนใหญ่เลยคือเรื่องหึงหวง แต่ด้วยความที่เราเคยเป็นมาก่อนเราเลยเข้าใจมีวิธีคุยวิธีแก้กันมาเรื่อยๆ เราก็พยายามเตือนพยายามดุกับเขาให้เขารูปเข้ารอยคือการรักไม่ใช่การหวงกัน คือเขาเอามาปนกันหมดการที่รักกันฉันต้องหวงเธอที่สุด เธอคือต้องเป็นของฉันคนเดียว”

น้ำหวาน : “หลงตัวเองหรือเปล่าไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย”

กวาง : “เราก็ค่อยๆสอนเขาค่อยๆปรับเปลี่ยนครับ  คือหวานยังดีอย่างหนึ่งคือพอเขาอารมณ์เย็นลงเขายอมฟังครับ หรือตอนที่เขายังร้อนอยู่ที่เราพูดๆใส่กันคือเขาเก็บแล้วเขาเอาไปคิด แล้วมาเข้าใจทีหลัง แต่เราเข้าใจนะครับว่าคนเราเวลาทะเลาะกันเวลาเดือดๆมันฟังกันไม่รู้เรื่องหรอกครับ ให้เวลาเขากลับไปคิดหน่อย”

กวาง : “อีกอย่างคือน้ำหวานมโนเก่งสุดๆเลยครับ  ก่อนที่จะขอแต่งคิอ กราฟขึ้นสูงมาก แต่หลังจากที่ขอแต่งงานแล้วกราฟลงแล้วครับ แต่ตอนที่กราฟขึ้นมากๆเขาสามารถหยิบจับทุกอย่างมาคิดมาจินตนาการได้หมด อย่างเรา เคยไปแข่งรถที่ภูเก็ตแล้วเขาไปเจอรูปแฟนเก่าๆๆๆของเราลงรูปไปทะเล แล้วเขาคิดว่าเราไปด้วยกัน เราก็บอกว่าเธอ 80 เปอร์เซ็นต์ของโลกคือทะเล แต่เราเข้าใจเขาครับ เพราะเราเคยผ่านจุดหึงหวงแบบเขามาแล้ว”

ซึ่งการมาเจอกันของคู่นี้ ก็ไม่น่าจะมาเจอกันได้ แล้วมาเจอกันยังไง

น้ำหวาน : “คือ มีอยู่วันหวานต้องไปงานแล้วคือวันนั้นเราไปสายมากๆแล้วคือ พอเปิดประตูไปแล้วเราเจอแต่รุ่นใหญ่ๆทั้งนั้นเลย แล้วเราก็หันมาเจอพี่กวาง เราก็เลยแบบมีเพื่อนแล้ว พอเราเจอกันเราก็เลยได้คุยกัน”

กวาง : “ตอนเจอหวานตอนนั้นผมโสดแล้วครับ”

น้ำหวาน : “ตอนนั้นหวานมีแฟนอยู่ค่ะ”

น้ำหวาน : “แต่ตอนที่เราเจอกันตอนนั้นคือ เราไม่ได้คิดอะไรต่อกันเลย เพราะเราก็มีแฟน แล้วเรานึกว่าเขาแต่งงานแล้ว เราเลยถาม เขาบอกว่ายังเพิ่งเลิกกับแฟนแล้วคือเราเป็นคนชอบถามอยู่แล้ว คือ ตอนนั้นหลังจากงานเราก็พิมพ์คุยกัน”

กวางทำไมถึงได้เลือก น้ำหวาน เป็นที่ปรึกษา

กวาง : “คือกวาง เวลาจะปรึกษาใครเรื่องความรัก กวางจะไม่ปรึกษาคยในวงกลมของ กวาง จะปรึกษาคนที่อยู่นอกวงกลม คือ เราไม่อยากให้เรื่องพวกนี้วนกลับมาในระบบของเรา”

แล้วคุยไปเรื่อยๆแล้วอะไรคือจุดเปลี่ยนในใจว่า คนคนนี้ไม่ใช่ที่ปรึกษาอีกต่อไปแล้ว

กวาง : “ปกติกวาง ไม่เคยเริ่มมาจากการเป็นเพื่อนกับใครมาก่อนเลย ปกติจีบคือจีบ กับหวานพอมันเป็นเพื่อนกันมันเลยเหมือนไม่มีจุดที่จับมือตกลงว่าเป็นแฟน แต่กับหวานเขามีความใส่ใจรายละเอียดหลายๆอย่างของผม เวลาเราพูดอะไรไปวันนี้ ปรึกษาเรื่องนี้ เวลาผ่านไป 1-2 สัปดาห์เขาก็ยังจำรายละเอียดที่เราเล่าได้ เราเลยรู้สึกว่า คุยกับคนนี้เขาใส่ใจเราดี”

แต่ช่วงแรกๆที่เจอกัน น้ำหวาน ก็ยังมีแฟนอยู่

น้ำหวาน : “ใช่ค่ะ พอหลังจากเลิกกับแฟนพี่กวางก็มาคุยกัน เขาก็เข้ามาปลอบใจเพราะว่าช่วงเลิกกับแฟน ก็จะมีชื่อเขาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มันกลายเป็นว่ามีความเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้นด้วย ณ วันนั้น แต่ตอนนั้นเราไม่ได้มีการมานั่งตกลงว่าเป็นแฟนกันเลยนะคะ แต่เพราะเวลามันทำให้เราซึมซับกันแล้วกันมากกว่า”

แล้วอะไรคือตัวที่ทำให้เราตัดสินใจ ถูกใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ

น้ำหวาน : “สำหรับหวานรู้สึกว่า.. ความต่าง คือ เราต่างกันมากๆเขาเป็นคนลุย เป็นผู้ชายมากๆเขาชอบอะไรไมเหมือนหวานเลย แต่หวานจะผู้หญิงมากๆ เหมือนเขาบอกว่าซ้ายหวานจะไปขวาทันที แต่มันก็เป็นความแตกต่างซึ่งมันก็เป็นความแตกต่างที่ทำไมถึงลงตัวหวานก็ยังงงอยู่ถึงทุกวันนี้ แต่เราก็ตกลงกันว่า พี่ทำในสิ่งที่พี่ชอบ หวานก็จะไม่ฝืนทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ แล้วเรากลับมาเจอกันได้ สามารถอยู่ด้วยกันได้ค่ะ”

กวาง : “กวางว่าอันนี้น่าจะเป็นความต่างที่ทำให้เราอยู่ด้วยกันได้ เพราะตัวกวางเองไม่ชอบบังคับให้ใครทำอะไรอยู่แล้ว อย่าง กวางขับรถมอเตอร์ไซค์ไปไกลๆ หวานนั่งเครื่องไปเจอกันที่โน้นก็ได้ เพราะมอเตอร์ไซค์คือมันน่ากลัวด้วยหวานไปก็จะอึดอัด ถ้าเราไม่ชอบเรานึกภาพออกเลยถ้าเราทำสิ่งที่เราไม่ชอบ ไม่อินมันเบื่อ ก็เลยคุยกันว่าถ้าไม่ชอบไม่ต้องไป ไม่เป็นไรนะ ก็เลยทำให้หลายๆอย่างที่เราแตกต่างกันมากๆมันกลายเป็นการเข้ากันที่ลงตัวครับ”

สามารถชมคลิป ย้อนหลัง ได้ในรายการ CLUB FRIDAY SHOW ผลิตโดย CHANGE2561 ทาง ยูทูป

Next Post

ทั้งฟาดทั้งสอน "ติช่า" ตอบกลับชาวเน็ตหลังถูกกดดัน Call Out แสดงจุดยืนทางการเมือง

อังคาร ต.ค. 20 , 2020
ติช่า กันติชา ตอกกลับชาวเน็ตหลังเข้าไปกดดันให้แสดง […]