“หญิง ธิติกานต์” ย้อนเล่าป่วยหนักวัณโรคนานนับปี สุดช้ำเจอผู้ชายเกาะสูบเงิน

"หญิง ธิติกานต์" ย้อนเล่าป่วยหนักวัณโรคนานนับปี สุดช้ำเจอผู้ชายเกาะสูบเงิน

นักร้องเสียงดี หญิง ธิติกานต์ ที่วันนี้เจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทาง รายการคุยแซ่บ Show ทางช่องวัน31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร ถึงเมื่อครั้งเกือบได้ออกอัลบั้มแรกแต่ดันป่วยเป็นวัณโรคลงปอด แถมยังโดนผู้ชายเกาะสูบเงินอีกต่างหาก

หญิงโตขึ้นมาในสลัม?

หญิง : “ใช่ค่ะ ตอนที่หญิงจำความได้ก็คืออยู่กรุงเทพฯ แล้ว พ่อ แม่เป็นเด็กต่างจังหวัดที่อยากมาดิ้นรนหรืออยากจะมีความสำเร็จในชีวิตตัวเองในกรุงเทพฯ แต่พอมาแล้วคือเด็กที่ไม่มีความรู้ ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลย ไม่มีญาติอยู่ในกรุงเทพฯเลย เขาก็ต้องมาอยู่สลัมกัน หญิงก็โตมาในสลัม”

เท่าที่จำความได้ เติบโตมาลำบากขนาดไหน?

หญิง : “เท่าที่หญิงจำได้ มันจะเป็นบ้านไม้ที่มีทางเดินเป็นไม้ ข้างๆ ก็จะมีน้ำๆ หน่อย ฝาบ้านก็เป็นไม้ แล้วเราก็อยู่กันแบบนั้น แล้วตอนเป็นเด็กแม่บอกว่าสิ่งที่หญิงได้กินดีที่สุด คือน้ำปลาร้า”

นอกจากน้ำปลาร้าแล้ว ยังขอข้าวที่วัดกินด้วย?

หญิง : “ชีวิตเราไม่ได้มาดีปุบปั๊บจนถึงช่วงที่เราเริ่มโต เรียนประถม พ่อแม่ ยังคงเป็นลูกจ้าง รับจ้างทั่วไป รายได้มันก็ไม่ได้เยอะ ก็เลย ใกล้ๆ บ้านเรามีวัดนิ ก็เลยเดินไปที่วัดไปขอข้าววัดกิน แล้วเอามาแบ่งพ่อกับแม่ด้วย” 

ตอนที่เราเป็นเด็ก เราเป็นพี่คนโต เราแบ่งเบาภาระพ่อแม่ยังไง?

หญิง : “เราทำได้เต็มที่ก็คือล้างจาน ถูบ้าน กวาดบ้าน ซักผ้า อันนี้คือสิ่งที่เด็กคนนึงคิดว่าน่าจะช่วยพ่อ แม่ ทำได้ เคยแบ่งเบาภาระด้วยการทอดปลา ปรากฎว่าไม่เคยทำน้ำมันลวกมือ เดือดร้อนพ่อแม่พาไปหาหมออีก”

แล้วอายุเท่าไหร่ แอบหนีพ่อ แม่ไปร้องเพลง?

หญิง : “หลังจากนั้นมาเรื่อยๆ เรารู้สึกว่าเราชอบร้องเพลง ร้องที่โรงเรียนเพื่อนชม แล้วตอนนั้นเริ่มมีประกวดร้องเพลง อายุ 14 เข้า 15 ก็เลยแอบคุยกับป้า ป้าหนูอยากไปประกวดร้องเพลง พาไปหน่อยได้ไหม ไม่กล้าบอกแม่กลัวแม่ด่า เพราะแม่ค่อนข้างที่จะดุกับหญิง ก็เลยไม่กล้าคุยกับแม่ ก็เลยแอบไปกับป้า เสื้อผ้าถามว่ามีไหม ไม่มีใส่ชุดพละไปประกวดร้องเพลง ในวันนั้นได้เข้ารอบ วันนั้นยังไม่ได้เงิน ได้เป็นของ ได้กางเกงในมา”

แล้วมาได้เงินตอนไหน?

หญิง : “รอบที่เข้าทีวีแล้วถึงจะได้เงิน”

จากนั้นก็คือเริ่มตระเวนประกวด?

หญิง : “ถูกต้อง ตอนแรกๆ ไม่ชนะเลย เพราะว่าเราไม่มีประสบการณ์ ตื่นเต้น เลือกเพลงไม่ถูก ร้องยังไง แล้วพอหลังๆ มาเราเริ่มรู้แล้วว่าไปเวทีแบบนี้เราควรจะร้องแบบนี้ เจอครูเพลงท่านนี้เราควรจะร้องเพลงสไตล์นี้”

เงินก้อนแรกที่ประกวดร้องเพลงได้เท่าไหร่?

หญิง : “ก็มีที่ฟาร์มจระเข้ ได้ 3 หมื่น ในยุคนั้นเวทีจะเยอะมาก ตามงานวัด ตามห้าง ตามสวนสัตว์จะมีการจัดประกวดร้องเพลง”

ก้าวเข้ามาเป็นนักร้องได้ยังไง?

หญิง : “ประกวดร้องเพลงมาเรื่อยๆ ถามว่ามีคนมาติดต่อเยอะไหม เยอะมากว่าจะให้ทำนู่น นี่นั่น ประเภทที่บอกว่าพรุ่งนี้ให้ไปเซ็นสัญญา แล้วมาบอกยกเลิกเราวันนี้ก็ยังมี หรือบางทีไปถึงไม่ออกมาคุยกับเราก็มี เราก็โอเค ไม่เป็นไร มันอาจจะไม่ถึงเวลา อาจจะไม่ใช่วาสนาของเรา เราก็ประกวดร้องเพลงมาเรื่อยๆ จนมาเจอลุงตุ๊กกับป้าแป๊ว แกก็มาแนะนำว่าลองทำเดโม่เสนออาร์สยามไหม เราก็เลยปรึกษากับพ่อ แม่ ว่าที่ผ่านมาเราก็ผิดหวังมาไม่ใช่น้อย”

“เพราะฉะนั้นมีคนมาเสนอโอกาสให้เราโดยที่เราไม่ต้องไปเสียเงิน เสียทองอะไร มันก็คว้าเอาไว้ดีกว่า ก็เลยทำเดโม่เสนออาร์สยาม แต่ไม่ใช่ว่าเสนอปุ๊บเขาจะรับปั๊บนะคะ เขาก็มีการมาบอกว่าทำไมร้องเพลงแบบนี้ ร้องเพลงไม่ดีเลย อย่างนี้จะไปเป็นนักร้องได้ยังไง ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้เซ็นสัญญา แต่ไปร้องเพลงประกอบละคร วันนั้นมีการถ่ายเอ็มวีด้วย ผู้ใหญ่บอกว่าร้องเพลงใช้ได้เลย รู้ตัวหรือเปล่าเดี๋ยวเขาจะเรียกมาเซ็นสัญญา แล้วหลังจากนั้นไม่เกินอาทิตย์ผู้ใหญ่เรียกเข้าไปเซ็นสัญญา”

วันนั้นดีใจขนาดไหน?

หญิง : “ดีใจจนแบบพูดไม่ถูก มันดีใจจนแบบอึ้ง พูดไม่ออก”

เราเริ่มกลับไปดูแลพ่อ แม่ได้?

หญิง : “คิดว่าแบบนั้น มันคือฝันของเรา เราเห็นพี่ๆ ที่เขาเฉิดฉาย เขาดูแลตัวเอง เขาดูแลพ่อ แม่ ดูแลคนครอบครัวได้ เราก็ไฝ่ฝันแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอเราได้มาเซ็นแล้วเนี่ย เราเริ่มที่จะได้เพลงมาทำอัลบั้มชุดแรก เราก็ซ้อมๆ แต่พอเข้าห้องอัดปุ๊บหญิงเริ่มมีอาการป่วย ตอนแรกไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ทำไมมันไอหนักหนา และปรากฎว่าหญิงไอออกมาเป็นเลือด แล้วมันออกมาเยอะมาก แล้วหญิงตกใจมากว่าหญิงเป็นอะไร หญิงจะพูด หญิงจะทำอะไร มันไหลออกมาหมด จนหญิงไปหาหมอ หมอบอกว่าหญิงเป็นวัณโรคลงปอด”

เราไปติดมาจากไหน?

หญิง : “พอมาไล่ไทม์ไลน์คนในครอบครัวเราก็ไม่เป็น แต่ตอนนั้นมีพี่ที่มหาลัยเราเป็นวัณโรคแล้วเขามานั่งอยู่ข้างๆ หญิง ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้ว่าวัณโรคมันสามารถติดด้วยการแพร่เชื้อทางอากาศได้”

วัณโรคลงปอดมันขนาดไหน มันสามารถดึงชีวิตเราได้เลยไหม?

หญิง : “ตอนนั้นแทนที่เราจะได้รีบทำงาน รีบมีอีลบั้มออกมา รีบที่จะมีงานคอนเสิร์ตเข้ามา มันก็ต้องหยุดไปเกือง 2 ปี เฉพาะกินยาอย่างเดียว 6-7 เดือน ห้ามขาด หมอบอกว่าถ้าขาดแม้แต่วันเดียวโรคอาจกลับมาที่ตัวคุณได้ แล้วมันจะดื้อยา”

ตายได้ไหม?

หญิง : “ตายได้ เท่าที่หญิงทราบวัณโรคสามารถอยู่ในทุกส่วนของร่างกายเราได้ อย่างในตอนนั้นหญิงกำลังจะออกอัลบั้มชุดแรก  มีพี่นักร้องคนนึงดังมากทางใต้ เป็นข่าวว่าวัณโรคขึ้นสมองเสียชีวิต แล้วตอนนั้นเราวัณโรคลงปอด เห้ย…เราจะตายหรือเปล่า”

แล้วตอนรักษาเรายังไม่ได้เป็นศิลปิน เราเอาเงินที่ไหนรักษา?

หญิง : “ตอนนั้นมี 30 บาท”

ต้องเบรก 2 ปี แล้วเงินที่ใช้ในครอบครัวมาจากไหน?

หญิง : “ในระหว่างนั้นหญิงก็คือรับงานร้องเพลงด้วย งานละ 500-1000 บาทสมัยก่อน ช่วงที่ป่วยมันต้องหยุด แต่ช่วงที่กินยาได้ 1-2 เดือน เลือดมันก็ไม่ไหลแล้ว ก็พยายามที่จะไปทำงาน”

ไม่ได้ออกอัลบั้มเสียใจขนาดไหน?

หญิง : “เสียใจค่ะ เพราะว่ามันก็คือเสียเวลาที่เราจะได้ดูแลครอบครัว แล้วช่วงนั้นแม่ต้องไปขับแท็กซี่ด้วยเพราะต้องมาช่วยกัน”

ทางค่ายว่ายังไงบ้าง?

หญิง : “ณ ตอนนั้น เขาก็มีศิลปินในสังกัดเยอะ แต่ทางค่ายก็ให้กำลังใจเรา บอกให้รีบรักษาตัวให้หาย”

แล้วพอเราได้ทำเพลง ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไง?

หญิง : “ดีใจ ฝันที่เป็นจริง”

ตอนนั้นเพลงดังมาก แต่พ่อกลับไม่สบาย?

หญิง : “ตอนแรกพ่อยังไม่ป่วย แต่เขาไม่ดูแลสุขภาพ แล้วเป็นคนที่ใช้แรงงานมาตั้งแต่หนุ่มๆ ก็เลยรู้สึกว่าร่างกายเขาก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เราพยายามแระคับประคอง แต่เราก็เพิ่งมารู้ว่าเจาเป็นเบาหวาน ความดัน หัวใจ แล้วล่าสุดเคยน็อกเข้าโรงพยาบาล แล้วเป็นวัณโรคลงทางเดินปัสสาวะ แล้วแจ็กพอร์ต หมอบอกว่าพ่อไตเหลือข้างเดียวแล้ว”

3 เดือนที่แล้วคุณแม่ป่วย?

หญิง : “เส้นเลือดในสมองแตก แล้ววันนั้นหญิงไม่อยู่ แม่โทรมา คุยไม่รู้เรื่อง โชคดีมากวันนั้นมีเพื่อนแม่มาเอาซองกฐินที่บ้าน เราเลยโทหารถโรงพยาบาล แต่ไม่มีรถว่าง ไม่มีใครมารับ หญิงก็เลยบอกว่าคุณน้ารบกวนหน่อย ไปส่งแม่หญิงที่โรงพยาบาลหน่อย โชคดีเขาพาไป แล้วคุณหมอบอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้อีกไม่เกิน 1 ชม. แม่คุณมีโอกาสไม่รอด ก็ต้องผ่าตัด คุณหมอบอกว่าอาจจะเดินไม่ได้ พูดไม่ได้ ติดเตียง มันทำให้เรารู้สึกห่อเหี่ยว แม่ได้ยินเขาร้องไห้เลย ซีกขวาทั้งซีกไม่สามารถขยับตัวได้ เราก็พยายามทำกายภาพให้”

เห็นว่ามีปาฏิหาริย์คุณแม่ดีขึ้น?

หญิง : “เขาไม่สามารถกินได้ เพราะต้องใส่สายยาง หมอยังต้องใส่สายปัสสาวะอยู่ เราไปเอาน้ำมนต์มาอาบให้แม่ รุ่งขึ้นเราพาไปหาหมอ หมอหนูอยากรู้ว่าแม่หนูฉี่เองได้หรือเปล่า ช่วยถอดออกให้หนูหน่อยเถอะ ถ้าแม่ฉี่เองได้ก็ดีไป แต่ถ้าฉี่เองไม่ได้หนูจะกลับมาหาหมอให้หมอใส่เข้าไปเหมือนเดิม ปรากฎว่าแม่กลับมาฉี่ได้ด้วยตัวเอง”

เขาบอกว่าสวยๆ แบบนี้มีผู้ชายมาเกาะด้วย?

หญิง : “อันนี้ต้องออกตัวก่อนว่าขอเล่าเรื่องที่ผ่านมาแล้วกัน จริงๆ แล้วหญิงไม่อยากพูดถึงเขาหรอก เพราะว่าต่างคน ต่างมีชีวิตของกันและกันแล้ว”

เผื่อเป็นบทเรียนให้สาวๆ ที่ดูอยู่?

หญิง : “คือตอนนั้นหญิงเลิกกับอีกคนนึง โดยที่จิตใจตัวเองมีความรู้สึกว่ามันยังไม่สามารถอยู่กับตัวเองได้ เลยต้องหาใครสักคนนึงเข้ามา มันทำให้เราไม่ได้ไตร่ตรองอะไรให้ดีก่อน แล้วก็คิดว่าคนที่เขาพูดดี ทำดีกับเรา มันอาจจะเป็นเปลือกนอกก็ได้นะ พอมานึกย้อน เรารีบคุยกับเขาเกินไป ก็คบกันประมาณ 2 ปี”

แล้วสิ่งที่เราสูญเสียไปมีอะไรบ้าง?

หญิง : “พอมานึกย้อนดูสิ่งที่หญิงสูญเสียมากที่สุดเลยคือเวลาในชีวิตที่เสียไป เงินด้วย หน้าที่การงาน เพื่อนเราก็ไม่มี ณ ตอนนั้น”

คือคบเขาแล้วทิ้งทุกคนเลยเหรอ?

หญิง : “เราไม่สามารถไปหาใครได้ เขาค่อนข้างห้าม แต่ถ้าจะไปฉันต้องไปด้วยทุกที่”

ขี้หึง?

หญิง : “มันไม่มีเหตุผล หญิงยังงงว่าคนแบบนี้มันมีในโลกจริงๆ”

เขาทำร้ายร่างกายด้วย?

หญิง : “มีค่ะ อาจจะไม่ได้รุนแรงมาก คือถ้าทำหญิง หญิงชี้หน้าว่าเลยตอนนั้น เขาก็อาจจะไปลงที่สิ่งของแทน แล้วตอนนั้นหญิงเพิ่งออกรถเบนซ์มา เขาเตะประตูรถหญิงบุบเลย”

เห็นบอกว่าเขาเอาเงินเราด้วย?

หญิง : “หญิงไม่ได้นับว่าเท่าไหร่ แต่เขาบอกว่าถ้าเงินอยู่กับเรา เดี๋ยวเราจะใช้หมด เอาบัตร ATM เราไปเก็บไว้”

เขาเอาเงินเราไปดาวน์รถให้สาวอื่นจริงเปล่า?

หญิง : “อันนี้หลังจากที่เราจบกับเขาไปแล้ว แล้วเราขึ้นไปดูสถานที่ก่อสร้างของเราที่เชียงใหม่ แล้วคนงานที่คุมงาน เขาบอกว่าสรุปคุณหญิงเลิกกับเขาแล้วใช่ไหม เราก็บอกเลิกไปแล้ว เขาก็บอกผมมีอะไรจะพูด ตอนนั้น ตอนที่คุณหญิงไม่อยู่ ตอนทีาคุณหญิงไปร้องเพลงที่ออสเตรเลีย เขาพาผู้หญิงคนนึงมานะ แล้วเขาก็บอกว่าเนี่ยรถคันนี้ผมก็เป็นคนดาวน์ให้เขา เราก็เลยบอกว่าจริงเหรอ แต่ ณ ตอนนั้นหญิงไม่ได้คิดอะไรแล้ว เพราะว่าเลิกไปแล้ว แต่รู้สึกว่าการที่คุณไม่ได้ทำงานเลย เงินที่คุณเอาไปใช้ คุณจะเอามาจากไหน”

แล้วจบสวยไหม?

หญิง : “ไม่ค่อยสวย เราอยากจะเลิกกับเขาตั้งนาน ถ้าใครที่ไม่ได้เป็นเราหรือไม่เจอสถานการณ์แบบนี้ อาจจะคิดว่าทำไมไม่เลิก เชื่อไหมบางทีนั่งกินข้าวกันอยู่ เอาปืนมาวางเพื่ออะไร เขารู้ว่าหญิงไม่อยากอยู่กับเขา แต่เอาปืนมาวางตลอด”

แล้วตอนเลิกไม่กลัวเหรอ?

หญิง : “ก็คือมันคงสุดแล้วจริงๆ ตอนนั้นเราได้ยินมาว่าทางเขาไปนินทาเราสาดเสีย เทเสีย เสียมากๆ แล้วพยานยืนยันบอกว่าจะไปไหม เดี๋ยวพาไป เราก็เลยเอาจุดนี้มาเป็นข้อเลิกกับเขา เราก็หนีอย่างเดียว หนีแล้ว ไม่เอาแล้ว”

ปัจจุบันเรามีแฟนคนใหม่แล้ว?

หญิง : “ค่ะ ที่จริงรู้จักกันนานแล้วเป็น 10 ปีแล้ว เป็นเพื่อนกัน แต่ว่าไม่ได้คุยอะไรกัน จนมาวันนึงมันคงถึงเวลาที่เรามีโอกาสได้คุยกันหรือสานต่อกัน ถามว่าเขาน่ารักยังไง หญิงจะบอกว่าหญิงโชคดีที่ได้เจอคนที่เป็นคน เขาเป็นคนเสมอต้น เสมอปลาย”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

Next Post

"เฌอเบลล์" ตัดใจห่างแฟนหนุ่ม แพลนวิวาห์ชะงัก ถูกมองออกตัวแรงขอผู้ชายแต่งงาน

เสาร์ พ.ย. 14 , 2020
หลังจากที่นักแสดงสาว เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน ได้สร้างคว […]