สรุปงาน WWDC 2021 กับการเผยโฉมเวอร์ชั่นใหม่ของระบบปฏิบัติการฝั่ง Apple

WWDC 2021 เริ่มอย่างเป็นทางการมาพร้อมกับการเปิดตัว Software ใหม่อย่างมากมาย แต่จะมี Hardware ใหม่ด้วยหรือไม่นั้นทีม Hitech ขอสรุปสั้นๆ ดังนี้

iOS15

การเปลี่ยนแปลงแรกมีการพูดถึง iOS กันก่อนโดยมีความน่าสนใจตั้งแต่ฟีเจอร์มากมายเช่น

  • Facetime Call
    • จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ Spatial Call แบ่งออกว่าเป็นคลื่นพูดอย่างไร และมีการเพิ่มการปุ่มสำหรับตัดเสียงรบกวนออกไปได้
    • Video จะมีการแบ่งเป็น Group Video ใครพูดอยู่ก็จะทำให้รู้ว่าใครพูดอยู่
    • Portrait Mode ละลายหลังเวลาคุยสาย
    • ตั้งเวลาให้คุณมาพูดคุยได้และสามารถใช้งานผ่านเว็บไซต์รองรับทั้ง Android และ Windows ได้
    • SharePlay สามารถแชร์เพลงที่คุณฟังอยู่ให้กับเพื่อนของคุณได้ด้วย และสามารถตั้งได้ถึง 5 เพลง และสามารถ เลื่อนไปเละลงถัดไป, แชร์หนังที่คุณดูอยู่ก็ได้ และสามารถพิมพ์ข้อความไปได้ และสามารถส่งออกไปยัง Apple TV ได้ด้วย และเปิดเป็น API ให้นักพัฒนาสามารถลงไปพัฒนาได้ เช่น Disney+, Huru เป็นต้น คาดว่าอนาคตจะมีการแชร์เกมระหว่างที่คุณเล่นหรือ แชร์สกรีนผ่าน Face Time

  • Message
    • เพิ่มเติมในเรื่องของการเรียงภาพให้ดูเป็นระเบียบ
    • ใช้ฟีเจอร์ SharePlay ส่งภาพ, อัลบั้ม, ข่าวสารผ่าน Apple News ไปยัง Message ให้กับเพื่อนคุณได้
    • ล็อคข้อความสำคัญให้คุณค้นหาได้ง่าย
  • Focus จะรวมให้เกิดการใช้งานได้ไม่ยุ่งกว่าเดิม
    • Notification Summary มีการแบ่งหมวดหมู่ได้มีระเบียบมากขึ้น
    • ตั้งเวลาไม่ให้ข้อความรบกวนนอนได้
    • แบ่งหมวดหมู่การแจ้งเตือนระหว่างวัน เพื่อแยกชัดเจนระหว่างการทำงาน, เวลาส่วนตัว, เวลานอน หรือการออกกำลังกาย
    • ตั้งครั้งเดียวจะทำให้ควบคุมได้ทุกอุปกรณ์
  • Live Text
    • สามารถ Copy จากภาพออกมาได้เลย และยังสามารถใช้ในการค้นหาได้
  • Spotlight จะสามารถแสดงผลในการค้นหาภาพและรวมถึงฟีเจอร์อื่นๆ มาแบบครบเครื่องกว่าเดิม

  • Photo Memory สร้างคงวามทรงจำด้วยการกำหนดรูปแบบเพลงการแสดงผล โดยคุณจะเลือกเอง หรือ ให้ระบบเลือกก็ได้
  • Wallet จะเพิ่ม Digital Key ทั้งรถยนต์, ห้องพัก, ประตูบ้าน รวมถึงบัตรเข้าออฟฟิศคุณได้ด้วย และ บันทึกใบขับขี่
  • Maps จะมีการแสดงผลในรูปแบบของ Maps แบบใหม่ แต่ว่ายังรองรับในบางประเทศ แต่ที่ใหม่จริงคือ สามารถส่องค้นหาแผนที่ได้จากนอกโลก และซูมเข้าไปได้มากชขึ้น และยังสามารถแสดงผลรายละเอียดถึงตึกและพิกัดที่สำคัญและเปลี่ยนตามสภาพแสงเช่นกลางคืนจะเปิดไฟด้วย แถมแสดงว่าแยกไหนมีไฟแดง
  • AirPods
    • Conversation Boost จะมีการเพิ่มฟีเจอร์ในการทำให้ได้ยินเสียงได้มากขึ้น เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องของการได้ยิน
    • รองรับการค้นหาหูฟังผ่าน Find My รองรับแค่ AirPods Max และ AirPods Pro ที่ตามหาได้คล้ายกับการใช้ AirTags
    • Spatial Audio ปรับคุณคุณภาพเสียงได้ดีมากขึ้น
    • รองรับเทคโนโลยี Dolby ATMOS

สามารถอ่านสรุป! iOS 15 ในงาน WWDC 2021 มีอะไรใหม่บ้าง? ได้ที่นี่

iPad OS 15

  • Widget
    • มีการปรับปรุงในเรื่องการแสดงผล Widget ใหญ่มากขึ้น ลากเข้ามาวางได้ง่าย รองรับกับการใช้แนวนอน
    • แสดงสามารถขยาย Widget ตามที่เราเห็นว่าสำคัญได้
    • เพิ่ม App Library ใน iPad OS พร้อมกับจัดการหน้าจอและย้ายหน้าจอการแสดงผลได้ด้วย

  • MultiTaksing
    • รอบนี้เพิ่มให้การแสดงผลได้ทั้งหมดหลากหลายจอ โดยเปิดได้พร้อมกัน 2 หน้าจอ และมีปุ่มกด แถมยังเปิดได้มากถึง 4 โปรแกรมสลับไปมา
    • ใช้ปุ่มควบคุมผ่าน Keyboard ในการสลับหน้าจอไปมา
  • Note
    • Quick Note หากคุณใช้ Apple Pencil สามารถเรียกให้ Note ขึ้นมาแค่ลากจากมุมหน้าจอขึ้นมาและสามารถเลือกบันทึกข้อมูลได้ง่ายมากขึ้น และยังสามารถสลับหน้าจอไปหน้าจออื่นก็จะมีการซ่อน Quick Note กลับมาหน้าที่เกี่ยวข้องก็แสดงกลับมาด้วย
  • Translate
    • เพิ่มฟีเจอร์การแปลโดยอัตโนมัติ หรือ Auto Translate ฟังแล้วแปลภาษาได้ทันทียิ่งกว่าวุ้นแปลภาษา รองรับทั้ง iOS, macOS และ iPad OS ซึ่งฟีเจอร์นี้ Android มีมานานแล้ว ไม่เชื่อโหลด Google Translate

นอกจากนี้ยังมี Swift Playground ให้คุณสร้าง Apps ได้เอง และเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวอย่าง Mail และ Safari สามารถซ่อน IP Address ระหว่างเข้าเว็บผ่าน Privacy Report สามารถแสดงผลว่ามีการใช้งานอะไรระหว่างวัน รวมถึง Siri ก็มีการเปลี่ยนเสียงเป็นผู้ชายก็ได้ และตั้งค่าต่างๆ ได้แม่นยำมากขึ้น  

iCloud สามารถตั้งให้มีการ Recovery คืนค่า Account ได้ และ Legacy Contact เพื่อให้เพื่อนของเรา หรือ คนสนิท เข้าใน iCloud ได้ต้องเห็นชอบจากผู้ใช้งานก่อน และ เปิดตัว iCloud+ รองรับทั้งการค้นหาอย่างปลอดภัย (Privacy Relax) ซ่อนว่าไม่เห็นว่าจะเป็นอะไร และมีการสร้างอีเมลหลอกขึ้นมา เพื่อซ่อนอีเมลจริงของเราได้ และยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อกับ HomeKit Security Video ของกล้องวงจรปิดแบบไม่จำกัด โดยไม่กินพื้นที่

Health

  • Walking Steadiness จะมีการจับเรื่องของกว้างเดือนเพื่อบอกว่าเราเดินลงตัวแค่ไหน และบอกว่าการเดินของเรานั้นเป็นอย่างไร
  • Trend บอกว่ากระแสของว่าในการใช้ชีวิตของเรานั้นเนอย่างเกี่ยวกับการออกกำลังกายและการกิน นอกจากนี้ยัง ยังสามารถส่งให้หมอได้ดูว่าเราทำอะไรบ้างระหว่างวัน
  • Family สามารถแชร์เรื่องข้อมูลสุขภาพของคุณได้บานและมีการแจ้งเตือนเกี่ยวกับเรื่องของชีพจรสูงกว่าปกติของคนในบ้าน เป็นต้น
  • และยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมายโดยเฉพาะ Lab เป็นต้น

watchOS 8

จะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมฟีเจอร์มากมาย แต่เน้นใกล้ตัวมากขึ้นเช่น

  • Refresh จะแสดงผลภาพที่ดูแล้วให้เกิดความผ่อนคลาย และผ่อนคลายมากขึ้น
  • ฟีเจอร์วัดการนอนวัดได้ลึกขึ้น โดยมีเรียกว่า Respiratory Rate ระหว่างการนอน
  • Fitness เพิ่มฟีเจอร์ในการค้นรูปแบบการออกกำลังกายผ่านเซเลปชื่อดัง บนมือถือ แต่ในตัวนาฬิกาจะเพิ่ม ออกกำลังกาย Tai Chi และ Pilates เข้าไป
  • เพิ่มภาพที่คุณชอบในการแสดงผลเป็นหน้าปัดนาฬิกาได้ด้วย ปรับขนาดได้ด้วย Digital Crown
  • Photos สามารถแสดงผลภาพผ่าน Apple Watch ได้ และแชร์ออกไปยังเพื่อนของเรา, Message หรือ Mail พร้อมกับเขียนข้อความ ทั้งเสียงหรือการวาดที่จอ Apple Watch ก็ได้

สามารถอ่านสรุป! watchOS 8 ในงาน WWDC 2021 มีอะไรใหม่บ้าง? ได้ที่นี่

HomeKIT เน้นการปรับปรุงให้สามารถใช้งานได้ง่ายมากขึ้น และ และทำงานผ่าน iOS / iPadOS สามารถให้เพื่อนรับชมพร้อมกับผ่าน SharePlay แถมยังให้ Apple Watch ติดต่อกับ HomeKIT รองรับทั้งการดูว่ามีใครมาที่บ้านเรา ปลดล็อคได้ หรือจะสั่ง Apple TV ให้เปิดไฟในบ้านได้ด้วย

macOS Monterey

คือชื่อใหม่ของ Mac หรือเป็นเวอร์ชั่น macOS 13 มีการอัดแน่นอย่างมากเช่น

  • Universal Control สามารถให้ Touchpad, Mouse ของ Mac ควบคุมมผ่าน iPad ได้ และใช้พิมพ์ข้อความผ่าน iPad และรองรับการ Drag and Drop ข้ามไปมาระหว่าง iPad หรือ Mac ได้
  • AirPlay To Mac นอกจากการส่งเพลง, ภาพยนตร์ไปยังหน้า Mac ได้แล้วยังสามารถแสดงผลหน้าจอ iPad, iPhone เข้าไปยัง Mac ได้พร้อมกัน
  • Shortcut สามารถกดเลือก Shortcut ที่คุณตั้งไว้เช่นการเปิด Apps พร้อมกันได้, ลากไป File ส่งเข้า Message ได้
  • Safari ปรับปรุงให้ทำงานได้เร็วขึ้นปรับปรุงให้ปุ่มต่างๆ นั้นซ่อนอยู่ที่ 3 ปุ่ม (Extension) เพิ่มการแสดงผลแบบซ่อนเป็น Taskbar ปรับให้ Tab จะอยู่ด้านบนและแบ่งออกเป็น Tab Group เวลาที่ต้องการเปิดพร้อมกัน และใช้งานข้ามอุปกรณ์ และสามารถใส่ใน Message ส่งออกไปได้ด้วย แต่ภาพรวมเน้นความเบามากขึ้น ส่วนใน iPad จะใกล้เคียงกับ macOS ที่หน้าตา และ iOS จะย้าย Taskbar ไปไว้ด้านล่าง เน้นการใช้งานแบบ Swipe มากขึ้น
  • รองรับฟีเจอร์แบบเดียวกับ iPad OS และ iOS 15

สำหรับนักพัฒนา

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยเทคโนโลยีสำหรับนักพัฒนาเพื่อให้ทำ Apps ออกมาได้สุดล้ำเช่นการแสดงผลภาพแบบ 3D และสามารถแสดงผลได้จริงมากขึ้น, Swift จะทำให้การเขียน Code ทำได้ง่าย และมี XCode Cloud จะเป็นการนำ Apps ขึ้นไปบน Cloud เพื่อให้เกิดการทดสอบได้หลากหลายอุปกรณ์ พร้อมกับช่วยกันแก้ปัญหาแบบเป็นทีมได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน โดย Xcode Cloud เปิดให้ทดลองแบบจำกัดแล้ววันนี้ พร้อมให้ใช้งานพร้อมกันในปีหน้า

และ Apps Store จะมีการเพิ่มการเปลี่ยน icon ได้พร้อมกับตัวอย่างในแบบวิดีโอ และมีการเพิ่ม In-Apps Event จะแสดงผลได้ว่าใน Apps มีกิจกรรมอะไรตอนนี้ หรือมีอะไรแนะนำเช่นใน Disney มีหนังใหม่ก็สามารถแสดงผลได้

เท่ากับงานนี้เกิดมาเพื่อนักพัฒนาโดยแท้จริง แต่ละ Apps จะมีกำหนดในการปล่อยให้ใช้งาน ในเวอร์ชั่น Developer Beta แล้ววันนี้ ส่วน Public Beta จะเกิดขึ้น กรกฎาคม และ ตัวจริงคาดว่าจะปรากฏในช่วงปลายปีเช่นเคย

คำเตือน : สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ต้องรู้เรื่องฟีเจอร์เยอะแนะนำให้ลงในเวอร์ชั่น Public Beta หรือ ตัวเต็มเพราะในเวอร์ชั่น Developer Beta อาจจะยังคงมีปัญหาที่จะส่งผลให้ทำให้คุณใช้งานไม่ราบรื่น โปรดพิจารณาในข้อนี้ให้ดีนะครับ

Next Post

สรุปมาให้แล้ว กับทุกฟีเจอร์ใน iOS 15 มีอะไรน่าสนใจบ้าง? มาดูกัน

อังคาร มิ.ย. 8 , 2021
เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วครับสำหรับอีเวนท์ใหญ่ประ […]

คุณอาจชอบ