บัตรสำหรับช้อปปิ้งออนไลน์ควรเป็นอย่างไร แคสเปอร์สกี้แนะวิธีซื้อสินค้าออนไลน์ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

การระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของทุกคนหลายรูปแบบ จากการวิจัยของแคสเปอร์สกี้เมื่อปีที่แล้ว ผู้ใช้ออนไลน์จำนวนมากกว่าสามในห้า (64%) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้วิธีการช้อปปิ้งออนไลน์

ผู้บริโภคหลายคนสนุกกับการช้อปปิ้งจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์ที่ได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการทดสอบแกดเจ็ตต่างๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยต้องมาก่อน ทุกคนเลยต้องปรับตัว เช่น การออกไปซื้อของเพียงเดือนละครั้ง ที่ประเทศสิงคโปร์เราได้รับโปรโมชันรายเดือน ขึ้นอยู่กับธนาคารและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ผู้บริโภคจึงใช้ประโยชน์จากร้านค้าออนไลน์โดยการใช้ส่วนลดในแต่ละเดือน

แต่อย่างไรก็ตาม การช้อปปิ้งก็มาพร้อมกับความเสี่ยง ตั้งแต่ต้นปี 2021 แคสเปอร์สกี้ได้สกัดกั้นความพยายามโจมตีรวม 708 เหตุการณ์ในหกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คิดเป็น 50% ของจำนวนการโจมตีธนาคารออนไลน์บนมือถือที่ถูกบล็อกในปี 2020 ทั้งปี (ทั้งหมด 1,408 ครั้ง) นอกจากนี้แคสเปอร์สกี้ยังตรวจสอบและบล็อกการโจมตีที่เพิ่มขึ้น 60% โดยใช้ธนาคารออนไลน์บนมือถือที่เป็นอันตรายที่พบในภูมิภาค

นายเซียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “ผมก็ได้เจอความเสี่ยงเหล่านี้ด้วยตัวเองเช่นกัน ผมได้รับข้อความพร้อมลิงก์สำหรับใช้ติดตามพัสดุ ขณะที่กำลังซื้ออาหารกลางวันให้กับครอบครัว ก่อนหน้านี้ผมเพิ่งสั่งโต๊ะสำหรับใช้ทำงานที่บ้าน ผมจึงคิดว่าข้อความที่ได้รับเป็นของจริง ผมคลิกลิงก์แล้วก็เจอลิงก์ฟิชชิ่ง โชคดีที่โทรศัพท์ผมมี Kaspersky Internet Security อยู่ และบล็อกการคุกคามได้ทันที”

นอกเหนือจากความสำคัญของการมีโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยที่จะช่วยเมื่อเกิดเหตุไม่ทันตั้งตัวได้อย่างทันท่วงที ผู้ใช้จำเป็นต้องทบทวนเรื่องบัตรต่างๆ ที่ใช้สำหรับการซื้อของออนไลน์ เพราะเงินในบัญชีอาจสูญหายได้จากลิงก์ที่เป็นอันตราย

เรามาดูกันว่าบัตรที่ใช้ในการช้อปปิ้งออนไลน์ของคุณควรมีลักษณะอย่างไร

บัตรเครดิตคือทางเลือกที่ดี

บัตรเครดิตไม่ได้ปลอดภัยมากกว่าบัตรเดบิต แต่สามารถระงับธุรกรรมที่เป็นอันตรายได้ง่ายกว่า ธนาคารมีแผนการประกันและระยะเวลาผ่อนผันซึ่งช่วยให้คุณแจ้งเตือนธนาคารได้หากคุณพบธุรกรรมที่น่าสงสัย ดังนั้นอย่าลืมจับตาดูยอดคงเหลือในบัตร รายการธุรกรรมล่าสุด และเปิดการแจ้งเตือนธุรกรรม

สำหรับบัตรเดบิต การสูญเสียเงินจะถูกดึงออกจากบัญชีของคุณโดยตรง นั่นหมายถึงคุณกำลังสูญเสียเงินของคุณเอง และการขอคืนมักจะใช้เวลานานกว่าเมื่อเทียบกับบัตรเครดิต ที่คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายรายการที่น่าสงสัยจนกว่าการสอบสวนของธนาคารจะเสร็จสิ้น

บัตรสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์โดยเฉพาะ และกำหนดยอดขั้นต่ำ

บัตรแยกต่างหากสำหรับการใช้จ่ายออนไลน์โดยเฉพาะเท่านั้นเป็นการเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น ในกรณีที่บัตรถูกละเมิด คุณจะสามารถยกเลิกบัตรได้อย่างง่ายดายโดยไม่กระทบกับบัญชีธนาคารหลัก เพียงแค่ต้องแน่ใจว่าหากคุณพบเห็นรายการที่น่าสงสัย ให้ติดต่อธนาคารทันทีเพื่อยกเลิกธุรกรรม ยิ่งคุณดำเนินการเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น

หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับการมีอีเมลเฉพาะสำหรับการใช้จ่ายออนไลน์โดยเฉพาะเช่นกัน ซึ่งจะจำกัดจำนวนข้อความสแปมที่คุณจะได้รับ และลดความเสี่ยงในการเปิดอีเมลที่อาจเป็นอันตราย ซึ่งปลอมแปลงให้เป็นการส่งเสริมการขายได้อย่างมาก

ควรใช้บัตรเครดิตที่มีวงเงินต่ำ หรืออาจตั้งวงเงินให้ต่ำตามรูปแบบการใช้จ่ายของคุณก็ได้ เพื่อให้ไม่สร้างผลกระทบทางการเงินมหาศาลหากถูกอาชญากรไซเบอร์ละเมิดก็จะใช้เงินได้ในจำนวนที่จำกัดเท่านั้น

เก็บข้อมูลบัตรเป็นความลับและปลอดภัย

รายละเอียดบัตรที่บันทึกไว้ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอาจเพิ่มความสะดวกในการใช้จ่าย หากแต่การละเมิดข้อมูลที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็ช่วยเตือนเราเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลทางการเงินให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ยิ่งคุณแชร์และบันทึกข้อมูลออนไลน์มากเท่าใด ความเสี่ยงต่อตัวคุณเองและการเงินก็จะสูงขึ้นเช่นกัน

แคสเปอร์สกี้ขอแนะนำโซลูชันความปลอดภัยที่มีการป้องกันฟิชชิ่งและการฉ้อโกงออนไลน์ เช่น Kaspersky Internet Security ที่มีฟีเจอร์ Safe Money รายงานภัยคุกคามโมบายสำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2021 ของแคสเปอร์สกี้ สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบการโจมตีที่เพิ่มขึ้น 60% โดยใช้ธนาคารบนมือถือที่เป็นอันตรายที่ตรวจพบและบล็อกในภูมิภาคนี้

Next Post

Eisai Presents Late-Breaker Updates on Lecanemab Clinical, Biomarker and Safety Data from Phase 2b Study Core and Open-Label Extension

พฤหัส พ.ย. 11 , 2021
TOKYO, Nov 11, 2021 – (JCN Newswire via SEAP […]