“น้ำฝน กุลณัฐ” เปิดความจริงของชีวิตดีๆ ที่คนอิจฉา เผยปมเกือบแตกหักสามีเพราะโควิด-19

"น้ำฝน กุลณัฐ" เปิดความจริงของชีวิตดีๆ ที่คนอิจฉา เผยปมเกือบแตกหักสามีเพราะโควิด-19

โลดแล่นในวงการบันเทิงมายาวนาน จากนางเอกสาวขวัญใจแฟนๆ สู่ตำแหน่งผู้จัดละครสุดแซ่บ สำหรับสาว น้ำฝน กุลณัฐ สาวสวย มากความสามารถ ที่ผันตัวมาเป็นผู้จัดแบบเต็มตัวมาหลายปี ส่งผลงานเด็ดๆ ออกมาให้แฟนละครติดตามอยู่เสมอ อย่างล่าสุดเพิ่งปล่อยผลงานชิ้นใหม่กับละครเฉือดเฉือนครบรส “เพลิงภริยา” ออกอากาศทางช่อง 8 โดยเจ้าตัวควบทั้งตำแหน่งผู้จัดและยอมแสดงให้กับละครที่ตัวเองจัดเป็นเรื่องแรก จนทำเอาคิวแน่นเอี๊ยดงานเต็มไม้เต็มมือไปหมด

ไฟแรงขนาดนี้ พลาดไม่ได้ sanook.com ขอบุกไปหาผู้จัดสาว เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวการทำงานในตอนนี้ พร้อมกับคุยเรื่องราวชีวิตครอบครัวของเธอที่สาวๆ หลายคนอิจฉา ยกให้สาวน้ำฝนเป็นผู้หญิงที่ชีวิตดี๊ดีกับสามี “จอร์แดน วินเทอร์” ที่เขาว่ากันว่าเป็นเศรษฐีพันล้านนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

ผลงานชิ้นล่าสุด “เพลิงภริยา” ท้าทายแค่ไหน? 

“เรื่องนี้หินตั้งแต่การวางตัวละครเลย เพราะตัวละครแต่ละคนเขามีเส้นเรื่องของเขา ถ้าขาดตัวใดตัวหนึ่งเรื่องมันจะไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเหมือนทุกเส้นเรื่องสำคัญทั้งหมด นักแสดงทุกคนสำคัญหมดทำให้ต้องอาศัยนักแสดงเบอร์ใหญ่ๆ หน่อยเพื่อที่จะให้เขาเอาบทนั้นๆ อยู่ เพราะถ้าเอาบทไม่อยู่คนจะไม่เชื่อ รวมถึงดีเทลในเรื่องของสถานที่ต่างๆ ที่เราใช้ถ่ายทำก็ต้องหาที่ที่เหมาะสมจริงๆ ก็เรียกว่าเราทำงานกันหนักทุกส่วนจริงๆค่ะ”

ทำไมถึงตัดสินในเล่นละครตัวเองได้?

“ไม่มีใครรับเล่นเลยตัวนี้ (หัวเราะ) เอาจริงๆ จะว่าไม่มีใครรับก็ไม่ได้ แต่ว่าด้วยนักแสดงวัยประมาณเราเขาก็มีข้อจำกัดหลายๆ เรื่อง บางคนอาจจะมีลูก แล้วบทนี้มันเครียดมาก ส่วนตัวฝนเองฝนรู้สึกอยากเล่นบทนี้ตั้งแต่ตอนอ่านเรื่องแล้ว เป็นตัวละครที่มีมิติมากๆ โดยส่วนตัวชอบ แต่ก็ไม่อยากเล่นละครที่ตัวเองจัดเราก็พยายามหาคนมาเล่น แต่ยังไงก็ไม่ลงตัวสักที จนทีมงาน นักแสดง หุ้นส่วนเขาบอกว่า ต้องเป็นฝนแหละ (หัวเราะ)”

บทที่รับก็แรง ผู้จัดก็ต้องทำ เครียดมากไหม?

“เวลาเข้าฉากเราก็บอกทุกคนว่าเราไม่ใช่ผู้จัดนะ เราอยากเต็มที่เพราะบทนี้ช่วงพีคๆ ของเขาเลย คือ เขาจะไม่ปกติ จะเป็นบ้า ถูกขังอยู่ในบ้านมืดๆ 18 ปี แล้วก็โดนให้กินยาหลอนประสาททุกวัน เพราะฉะนั้นมันหนักมาก ตอนนั้นที่ฝนเล่นก็คืออัดติดๆ กันเลย 4 วัน จนทาเรียลูกสาวที่เขามาดูเขาร้องไห้ บอกว่าไม่ให้แม่แอคติ้งแล้วเพราะเขากลัว (หัวเราะ)”

“ส่วนความเครียดที่เราต้องควบทั้งสองอย่างในเวลาเดียว คือ เวลามีปัญหาอะไรในกองเราต้องแก้ ในขณะที่แสดงก็ต้องแสดง เหมือนต้องจัดการหลายอย่างในเวลาเดียว รวมทั้งเวลาเราแสดงออกมาเราก็ไม่รู้ว่าเราเล่นดีหรือไม่ดีเพราะคนในกองจะไม่กล้าพูดกับเรา ก็ยังไงก็ให้คนดูเป็นคนตัดสินเลยดีกว่าค่ะ”

น้ำฝนจากละครเพลิงภริยาน้ำฝนจากละครเพลิงภริยา

ผันตัวมาเป็นผู้จัดหลายปีแล้วเป็นยังไงบ้าง?

“ตอนนี้เราก็โอเคค่ะ เรื่องแรกกดดันสุดเพราะเรานึกภาพไม่ออก เราเคยแต่อยู่เบื้องหน้าและศึกษาจากการเป็นคนเบื้องหน้า พอมานั่งเป็นผู้จัดจริงๆ มันต้องใช้ความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เยอะเหมือนกัน ตอนนี้ก็โอเค เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน ส่วนงานเบื้อหงหน้าก็ยังไม่ทิ้งหรอกค่ะ เพราะงานตรงนี้ยังมีเสน่ห์ที่เราชื่นชอบอยู่ แต่เราก็อาจจะมีข้อจำกัดมากขึ้น เพราะเราเป็นแม่ อาจจะมีเวลารับงานได้ไม่เต็มที่เหมือนเมื่อก่อน”

ทำงานแน่นมีเวลาให้ครอบครัวบ้างไหม?

“มีค่ะ ครอบครัวก็เป็นตัวแปรสำคัญในการรับงานของฝน เพราะเราไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว และทางสามีฝนเขาก็เป็นคนให้ความสำคัญเรื่องครอบครัวมาก ซึ่งฝนก็มองว่ามันเป็นเรื่องที่ดี ในหนึ่งสัปดาห์เราแทบจะนับครั้งได้เลยนะที่เขาจะไม่กินข้าวกับเรา เลิกงานแล้วก็กลับมากินข้าวที่บ้าน เขาชอบให้เราทำกับข้าว ถามว่าวันนี้มีอะไรกิน ทำอะไรมาเขาก็กินหมด (ยิ้ม)”

สามีดูเป็นผู้ชายอบอุ่นมาก?

“เขาคงชอบบรรยากาศความเป็นบ้าน ความพ่อแม่ลูกค่ะ ซึ่งเป็นอะไรที่เขาทำแล้วเราสัมผัสได้”

ในขณะที่เราเป็นผู้หญิงทำงานเยอะแต่สามีอยากให้อยู่บ้านแบบนี้มีปัญหาบ้างหรือเปล่า?

“ฝนเป็นคนทำงานเยอะ ขนาดตอนท้องยังออกไปทำโน่น ทำนี่ หาเรื่องออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน จนสามีเขาบอกว่า อยู่บ้านบ้างไหมเนี้ย?  ฝนก็บอกเขาว่าขอออกไปข้างนอกเพราะเราเบื่อ เขาไม่ได้บอกให้เราหยุดทำงานนะ แต่เขาบอกว่า ขอให้อยู่บ้านบ้างได้ไหม แต่เราก็มีความเป็นแม่นะ ไปส่งลูกรับลูก กลับมาเก็บบ้าน ทำอะไรให้เขาทาน ในขณะที่เราก็มีกิจกรรมของเราด้วย”

“แต่ถามว่าเรามีปัญหาในครอบครัวไหม ไม่มีหรอกค่ะ ข้อดีของสามีฝนเลย คือ เขาเป็นคนบ่นแล้วจบ เขาไม่จุกจิก ไม่พูดถึงอดีต บวกกับตัวเราเองก็ไม่ใช่คนจุกจิก เราก็มองว่าเขาอยู่กับเรามา 5 วัน มีวันหยุด 2 วัน เขาจะไปกับเพื่อนก็คงไม่เป็นไรเราก็เลยไม่ค่อยมีอะไรทะเลาะกันเท่าไหร่”

ภาพของเราหลายคนมองว่าเป็นผู้หญิงที่ชีวิตดีจนน่าอิจฉา จริงๆ แล้วชีวิตที่ว่าดีนั้นดีจริงไหม?

“ฝนว่าเป็นชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปนั่นแหละค่ะ แต่ต้องบอกก่อนนะคะว่า แฟนฝนไม่ได้เป็นเศรษฐี อย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่เราก็ไม่ได้ฐานะยากจน เราอยากได้อะไรเราก็ได้ แต่ไม่ได้ถึงขนาดว่าอยากได้เครื่องบินก็ได้ขนาดนั้น (หัวเราะ) เราไม่ได้ขัดสน แต่เราก็ไม่ได้รวยถึงขนาดมีรถ 3 คัน 4 คัน เราไม่ได้ชอบใช้เงินฟุ่มเฟือยฟู่ฟ่า แต่ก็ไม่ได้ลำบากลำบนค่ะ”

“ตั้งแต่ท้อง “ทาเรีย” เป็นคนแพ้ท้องประหลาดมากเพราะตอนแพ้จะเหม็นกระเป๋าหนัง กระเป๋าแบรนด์เนมที่บ้านใช่ไม่ได้สักใบ ถือไม่ได้เลยเพราะเหม็น ไปเมืองนอกแฟนใส่แจ็กเก็ตหนังเราก็เหม็น ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำให้ตั้งแต่ท้องทาเรีย จนคลอดไม่ได้ถือกระเป๋าหนังเลย ถือแต่ถุงผ้าลดโลกร้อน และตั้งแต่ท้องไม่อยากช็อปปิ้งอะไรเลย หน้าก็ไม่แต่ง ใส่แต่ชุดธรรมดา สบายๆ”

น้ำฝน กุลณัฐน้ำฝน กุลณัฐ

พอคลอดก็โฟกัสแต่ลูก ซื้อของก็ซื้อแต่ของลูก เพิ่งจะมาเริ่มซื้อของให้ตัวเองตอนลูกเข้าขวบที่ 3 และช่วงที่ผ่านมา ช่วงโควิดแฟนก็กังวลเรื่องเชื้อต่างๆ ก็พายกันย้ายไปอยู่หัวหิน 2 เดือน และต้องบอกว่านั่นไม่ใช่บ้านเรานะคะ เราเช่าบ้านอยู่ เราไม่ได้มีบ้านอยู่หัวหิน อย่าเข้าใจผิด (หัวเราะ)”

“แต่ถามว่าเป็นชีวิตที่ดีไหม เรารู้สึกว่าก็เป็นชีวิตที่สบาย ไม่ลำบาก และเราไม่ได้รู้สึกโลภ ไม่เคยอยากรวยเป็นพันล้าน เราจะให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพมากกว่า แฟนฝนเขาบอกว่า เขาไม่เคยคิดว่าเขารวยนะเพราะเงินที่เขามีถ้านับเป็นเงินไทยอาจจะดูเยอะ แต่พอเป็นดอลลาร์ มันไม่ได้เยอะนะ และเขาเป็นคนละเอียดมากเรื่องการใช้เงิน”

เพราะเราไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยมาตั้งแต่ไหนแต่ไรด้วยหรือเปล่า?

ถามว่าเรามีความอยากได้อยากมีไหม เราก็อยากแหละแต่ว่าฝนเคยพูดกับสามีว่าฝนอยากมีเงินสักร้อยล้านเพราะเราจะได้ใช้เงินไม่ค่อยคิดอะไรมาก แต่สามีฝนบอกกลับมาว่า ไม่จริงหรอกฉันมีแล้วฉันยังคิดอยู่เลย คำพูดเขามันทำให้เราฉุกคิด แล้วเขาสอนอะไรฝนเยอะมากเลย เขาบอกว่าชีวิตคนเราเหมือนกราฟ มีขึ้นก็ต้องมีลง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเธอต้องเซฟเงินเอาไว้ อย่างนาฬิกาที่เขาใช้ เชื่อไหมว่าเขาใช้มาตั้งแต่อายุ 19 ตอนนี้เขาอายุ 48 เขาใช้มาเรือนเดียวเพราะแม่เขาซื้อให้ ทุกอย่างที่เขาซื้อมีเหตุมีผลทั้งหมดเลย เราก็ซึมซับวิธีคิดของเขามาเรื่อยๆ”

แสดงว่าสามีไม่ใช่สายสปอยด์?

“เราก็แอบซื้อเอา (หัวเราะ) แต่ถ้าฝนจะขอทั้งทีฝนจะขอหนักๆ แบบขอของขวัญวันเกิด 5 ปี อะไรแบบนี้ แต่เอาจริงๆ เราขออะไรเขาก็ให้นะ ยังไม่เคยขอเครื่องบินเลยยังไม่รู้ว่าจะให้มั้ย (หัวเราะ) ก็ถือว่าสามีสปอยด์อยู่ แต่สปอยด์แบบสมเหตุสมผล”

 โมเมนต์หวานๆ ระหว่างสามี ภรรยาล่ะ ยังมีกันอยู่ไหม?

“ไม่มีเลย สามีเป็นคนไม่โรแมนติก มีแต่เรานี่แหละ ต้องไปแสดงความหวานกับเขา แบบคิสหน่อยอะไรอย่างงี้ กอดนอนกอดหน่อย ส่วนคุณสามีจะแบบทื่อๆ แค่รักไหมเรายังต้องถาม (หัวเราะ) พอเราถามเขาก็ถามกลับว่าจะเอาอะไร ตามปกติสามี ภรรยาแหละค่ะ เราก็พยายามไม่ให้จืดจางกัน แต่เราเป็นตัวของตัวเองกันมากขึ้น มีอะไรที่เรารู้สึกไม่โอเคเราก็พูด อะไรที่เราทำไม่ดีเราก็ขอโทษกัน”

อยู่กันมาเคยทะเลาะกันใหญ่ๆ บ้างไหม?

“ยังนะ ที่มีเคยทะเลาะกันแรงที่สุดคือเรื่องโควิด เหตุการณ์ คือ เขาต้องบินไปทำงานที่อเมริกา ตอนนั้นโควิดยังไม่ระบาดหนักไปถึงฝั่งยุโรป เราก็เห็นแล้วว่ามีโควิดนะ แต่เราก็ไม่อยากจะไปห้ามเขาเพราะเขาเตรียมงานของเขาไว้เรียบร้อยแล้ว เขาบอกว่าเขาต้องไป เราก็ให้เขาไป พอเขาบินไปถึงอยู่ได้ 3-4 วัน นิวยอร์กมีผู้ติดเชื้อพุ่งเลยสามหมื่นคนวันแรก”

“เขาก็โทรมาบอกว่าเนี้ย เขานอนอยู่โรงแรม ไม่รู้ว่าตอนนี้รับเชื้อมาหรือยัง เขาเล่าให้ฟังว่าเมืองเหมือนซอมบี้เลย เหมือนเมืองร้าง และพอระบาดปุ๊บเมืองเขาล็อกดาวน์ในทันที เขาก็นอยด์ กังวลไปหมด เขาเลยตัดสินใจบินกลับก่อนที่อเมริกาจะห้ามบินออกและไทยจะห้ามบินเข้าประเทศ”

น้ำฝนและครอบครัวน้ำฝนและครอบครัว

“พอเขากลับมาเขาก็กักตัวอยู่ที่ออฟฟิศฝนไม่ให้เขาเข้าบ้าน วินาทีที่ทะเลาะกัน คือ ตอนก่อนที่เขาจะบินกลับมา เขาก็โทรมาสั่งฝนว่าให้ฝนไปซื้อของมาตุน แต่เราอยู่เมืองไทยเราเห็นว่าบ้านเรายังไม่ถึงขั้นต้องตุนของ เราก็บอกเขาว่าเชื่อฉันเถอะว่ายังไงเมืองไทยก็มีของกิน เราไม่ต้องตุนหรอก ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็ไปเอาเครื่องกรองน้ำเอาน้ำมากรองก็ได้”

“เขาก็พูดกลับมาว่า ไม่ได้ ยังไงก็ต้องซื้อ ต้องโน่น ต้องนี่  เหมือนเขาสติแตก แล้วก็โมโหใส่เรา พูดกับเราแรงๆ ค่อนข้างหยาบคายแบบไม่เคยพูดมาก่อน เราก็ไม่รู้จะพูดยังไง จนเราก็โมโห แล้วบอกเขาเลยว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ฉันจะไม่ทำอะไรให้คุณเลย แล้วก็วางหูใส่เลย จนเหมือนวันต่อมาเขาก็ส่งข้อความมาขอโทษ เรียกว่าเหตุการณ์นี้เป็นการทะเลาะกันที่หนักสุดในชีวิตคู่แล้ว ก็เกือบแต่หักเพราะโควิดนี่แหละค่ะ”

สนุกสนานมากกับการพูดคุยในวันนี้ สุดท้ายแล้วน้ำฝนอยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ของเราบ้างไหม?

“ก็อยากฝากละคร “เพลิงภริยา” ไว้ด้วยนะคะ เพราะเรื่องนี้สนุก ครบรส มีทั้งสุข เศร้า ดราม่า มันส์ๆ มุ้งมิ้งก็มี รวมทั้งนานๆ ที ฝนจะกลับมาเล่นละครด้วย มาดูผู้จัดเล่นละครแล้วช่วยกันตัดสินหน่อยค่ะว่าเป็นยังไงบ้างนะคะ”

เป็นยังไงกันบ้าง สำหรับชีวิตดีๆ สไตล์ น้ำฝน กุลณัฐ และสามี ที่เจ้าตัวเน้นย้ำเลยว่า “ไม่ใช่เศรษฐีพันล้าน”อย่างที่หลายคนเข้าใจ ใครที่คิดถึงสาวน้ำฝนก็อย่าลืมติดตามผลงานของเธอทั้งงานผู้จัดและงานแสดงรับรองว่าเธอคนนี้ยังมีอะไรแซ่บๆ ออกมาให้ชมกันอีกรัวๆ แน่นอน

Next Post

พาตะลึงอีกแล้ว "เอมี่ กลิ่นประทุม" ทำทะเลเดือดกับบิกินี่ตัวจิ๋วสีแดงเพลิง

เสาร์ พ.ย. 14 , 2020
เอมี่ กลิ่นประทุม พาแซ่บอีกแล้วมากับชุดบิกินี่สีแด […]