“จอย ชลธิชา” ว่าที่เจ้าสาว เล่าเส้นทางรัก “โต้ง ปัญญศักดิ์” แพ้ใจที่สุด เขาไม่ใช่คนเจ้าชู้

"จอย ชลธิชา" ว่าที่เจ้าสาว เล่าเส้นทางรัก "โต้ง ปัญญศักดิ์" แพ้ใจที่สุด เขาไม่ใช่คนเจ้าชู้

รายการ ถามสุดซอย Weekend ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 16.00 น. ช่องเนชั่น ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย ท็อป-ดารณีนุช โพธิปิติ วันนี้ (9 ม.ค. 64)  เปิดใจสัมภาษณ์ ว่าที่เจ้าสาว จอย-ชลธิชา นวมสุคนธ์ แม้จะมีเรื่องที่น่ายินดี แต่เจ้าตัวมีความกลัวแฝงอยู่ในใจ สิ่งนั้นคืออะไร

ชายหนุ่มที่โชคดีคือใคร ?
“ชื่อคุณโต้ง ปัญญศักดิ์ โลหะชาละ ค่ะ”

เจอกันได้ไง ?
“มีพ่อสื่อแม่สื่อค่ะ คือคุณปูไข่ พงศ์สิริ กับคุณเจี๊ยบ ชมพูนุช สองคนนี้เขาไปแอบเดตกันก่อน แล้วเขารู้สึกว่าจอยโสด อยากให้จอยมีแฟน กลัวเพื่อนเหงา จอยสนิทกับเจี๊ยบและรู้จักปูไข่อยู่แล้ว กับปูไข่สนิทกันมาก่อน เพราะอยู่แก๊งหม่อมน้อยด้วยกัน ฝ่ายปูไข่เขาก็เล่นไอจีแล้วเลื่อนๆ ไปแล้วเจอรูปจอยกับพี่โต้งอยู่ต่อกันในฟีดพอดี”

เคยรู้จักโต้งมาก่อนไหม ?
“ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยว่าผู้ชายคนนี้คือใคร ไม่ได้อยู่ในวงโคจรเดียวกันในชีวิตเลย พอเขาเห็นฟีดเราสองคนต่อกัน เขาก็บอกว่าสองคนนี้เหมาะกันมาก แล้วรูปที่เห็นต่อกันคือแต่งตัวคล้ายกัน แนวเดียวกัน เขาก็รู้สึกว่าน่าจะแนะนำให้รู้จักกัน ทางปูไข่ก็ไปถามทางพี่โต้งว่าโสดอยู่เปล่า มีแฟนหรือยัง”

ไม่ใช่พรหมลิขิต แต่ปูไข่ลิขิต มีการส่องมา ไลฟ์สไตล์น่าจะแมตซ์กัน ?
“ใช่ๆ เขาคิดเอง ไม่ถามเรา (หัวเราะ)”

เขานัดเราเจอกันยังไง ?
“เหมือนนัดเดตกันนี่แหละค่ะ ทางเจี๊ยบบอกจอยว่ามีพี่ผู้ชายคนนี้นะโสดอยู่ สนใจหรือเปล่า ตอนนั้นเราสวยมากคุณแม่ เราโสด มีผู้ชายรุมล้อมเยอะมาก เป็นสิบๆ คนเลยค่ะ มันคุยแล้วโอเคบ้าง เด็กกว่าบ้าง ส่วนใหญ่เป็นคนนอกวงการ บางทีคุยไม่รู้เรื่อง เป็นไฮโซบ้าง พอคุยแล้วมันไม่เจอคนที่มีเคมี ไม่คลิกซะที”

คุยไว้เผื่อคนไหนตรงกับเรา ไม่ได้ปิดกั้น ?
“ไม่ได้ปิดกั้น แต่ก็ไม่ได้ให้ความหวัง ส่วนใหญ่แชทกันมากกว่า ไปเดตก็น้อยมาก แล้วก็ไปแบบมีเพื่อนไปด้วย เราก็โสด ไม่ได้คบใครทั้งนั้น”

โสดนานไหมก่อนเจอคุณโต้ง ?
“เกือบปีได้ค่ะ”

พอนัดเจอไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรมากนัก ?
“ไม่ชอบแกเลยตั้งแต่แรก หน้าตาได้อยู่ ดูดีที่สุดแหละตั้งแต่คุยๆ มา คนนี้โอเค แต่พอเจอปุ๊บ ตอนแรกบอกว่าถ้าอยากเดตกัน แลกไลน์คุยกันก่อนไหม เรามองว่าเราก็ดารา เรามีชื่อเสียง จะให้ไปเจอใครก็ไม่รู้ เดี๋ยวมีข่าวฉันเสียนะ เราก็ลองคุยไลน์กันก่อนไหม ฝั่งผู้ชายบอกไม่ ต้องเจอตัวก่อน เราก็รู้สึกว่าเขาเยอะเหมือนกัน (หัวเราะ)”

ทำไมยอมไป ? 
“ก็เสียไม่ได้ ทางฝั่งปูไข่เขารับประกันว่าพี่คนนี้โอเค ก็ไม่เป็นไร เราก็ไป แล้วเอาเจี๊ยบและปูไข่ไปด้วย ปูไข่ก็เอาเพื่อนไปอีก 2 คน แก๊งเรามี 5 ทางเขาก็ไม่ธรรมดา มีเพื่อนมาด้วย ตอนแรก 2 เป็น 3 สักพัก 5-6 คน เหมือนเอาเพื่อนมาช่วยดูตัวเอง”

เป็นความประทับใจแรกเลยไหมในตอนนั้น ?
“ไม่เลยค่ะ นั่งตรงข้ามกันก็จริง แต่เราไม่ได้คุยกับเขาเลย เราคุยกับเพื่อนเขา ซึ่งนั่งข้างๆ เขาเป็นผู้ชาย ตัวเขาก็คุยกับเจี๊ยบ ซึ่งเป็นเพื่อนเรา เราสองคนไม่คุยกันเลย”

เขินเหรอ ?
“เขินด้วย มีฟอร์มทั้งคู่ เรารู้สึกว่าเธอจะมาจีบฉันก็คุยก่อนสิ ทางนั้นเขาก็เก๊ก ว่าเราไม่ธรรมดานะ ไม่รู้ปูไข่ไปแนะนำว่าเราจะไปจีบเขาหรือยังไง (หัวเราะ) ต่างคนต่างแบบ ยังไง ไม่เกิน 20 นาที เจี๊ยบกลับ เราก็ยกโขยงกลับกันหมดเลย แล้วก่อนกลับไม่ได้แลกเบอร์ ไม่ได้แลกไลน์ มันเกิดจากเจี๊ยบบอกว่าพี่เอาโทรศัพท์มาเลย เดี๋ยวหนูแลกเบอร์ให้ เราก็โอเค แลก จบ กลับ ไม่ได้คิดอะไร แล้วเจี๊ยบก็ถามว่ามึงๆ พี่เขาส่งมาหาหรือเปล่า เราก็บอกว่าไม่ เขาคงไม่ชอบมั้ง แล้วก็ตัดจบไป”

เพราะยังมีในมือเป็นสิบ ไม่ได้แคร์ ?
“ใช่ (หัวเราะ) ไม่ได้เสียหายอะไร ก็จบกันไป เขาก็เงียบหายไป เราก็ไม่ได้คิดอะไร”

แล้วมาสานต่อกันยังไง ?
“ก็ผ่านไปหลายวัน อยู่ดีๆ เขาทักไลน์มา หายไป 2-3 วันได้ เราก็อ้าว ทักมาแล้ว เขาก็ถามว่าทำอะไรอยู่ ไปไหน วันนี้ทำงานไหม”

เป็นช่วงวันแรกที่ได้เจอกัน แต่การเปลี่ยนใจคบเป็นแฟน ใช้เวลาหลังจากนั้น หรือมีจุดเปลี่ยนยังไง ?
“หลายเดือนเลยนะ เราก็คุยมาเรื่้อยๆ เริ่มรู้สึกว่าคุยกับพี่โต้งแล้วเรารู้สึกดี เริ่มไปตัดสายสัมพันธ์กับคนอื่นก่อน (หัวเราะ) ไม่อยากเป็นคนดูไม่ดี เราไม่สานต่อกับคนอื่น เพื่อมาคุยกับพี่โต้งคนเดียว ก็ 4-5 เดือนอยู่”
 
แต่ก่อนคบโต้ง เราเคยมีแฟนมาก่อน ?
“ใช่ ถ้านับเป็นแฟนจริงจัง 2 คนก่อนหน้านี้”

ความกลัวของเราคืออาถรรพ์เลข 7 บอกเขาไหม?
“มาบอกทีหลังค่ะ เขาก็ขำ พอเราเป็นแฟนก็ถามว่าพี่มีแฟนมากี่คนด้วยความเป็นผู้หญิง เขาบอกเขาจำไม่ได้ เหมือนไม่ได้นับ ตามประสาผู้ชาย เราก็บอกว่าเรามีแฟนมา 2 คน แล้วทุกคนเลิกตอน 7 ปีหมดเลย”

ความรักหลังคบหา ถูกอกถูกใจ ระหว่างทางมีอุปสรรคไหม ?
“ท้อมาก จนไม่อยากเดินต่อ ตอนคบกับพี่เขาเราอายุ 29-30 เรากำลังมองหาคู่ชีวิต เพราะเราทำงานดูแลตัวเองมาตลอด เราอยากมีใครสักคนที่เวลาเราเหนื่อย ท้อ เราเอนหลังไปพิงได้ เราบอกเขาตั้งแต่ช่วงแรกที่คบกัน ว่าถ้า 3 ปีพี่ไม่คิดจะแต่งงานกัน ก็เป็นเพื่อนกันดีกว่า เป็นประโยคที่จอยพูดกับพี่โต้งตลอด เพราะพอเราคบกันมาสักระยะ เรามองว่าเราสามารถร่วมชีวิตกับผู้ชายคนนี้ได้ตลอดทั้งชีวิต”

อายุห่างเท่าไห ร่?
“6-7 ปีค่ะ ก็ตั้งธงว่าถ้าคบ 3 ปีแล้วไม่รอดก็ไม่เอาแล้วนะ แต่คบเขามา 7 ปี (หัวเราะ)”

เลยโค้งที่เราตั้งธงไปได้ยังไง ?
“ช่วง 3 ปีแรก เหมือนช่วงเดตมากกว่า ทำความรู้จักนิสัยกันและกัน 3 ปีแรกหนักหน่วงมาก เรามีไลฟ์สไตล์เหมือนแต่มันก็ต่าง เขาเป็นผู้ช้าย ผู้ชายที่ใช้ชีวิตแบบสุดโต่ง เขาติดเพื่อนหนักมาก ปาร์ตี้ เราก็เข้าใจชีวิตผู้ชายอายุ 30 กว่าๆ ที่เต็มที่อยู่ เราทำงานมาตั้งแต่เด็ก เรารู้สึกว่าเราโตมาก เรามีความรับผิดชอบสูงมาก เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาอะไรแบบนี้ แล้วแฟนคนก่อนๆ ของจอย ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบนี้ เราเลยไม่มีแฟนที่มีชีวิตแบบเขาเลย ไม่มีประสบการณ์เลย ผู้ชายที่เป็นแบบนี้มาก่อน”

เขายอมเราไหม ?
“เขาก็ไม่ยอม เขาเป็นประเภทถ้าเขาไม่ผิดเขาจะไม่ขอโทษ”

เคยขอเลิกไหม ?
“มี หลายครั้ง (หัวเราะ) หนักๆ ประมาณครั้งสองครั้งที่เราทนไม่ไหว จอยพูดขึ้นมา เขาก็ตกใจเหมือนกัน พอทะเลาะจอยจะบอกว่าโอเค วันนี้ขอเจอหน่อย อยากคุย อยากเคลียร์ อยากคุยให้รู้เรื่อง”
 
สาเหตุเกิดจากอะไร?
“อย่างเหตุการณ์หนึ่งที่จอยจำได้ และพี่เขารู้สึกผิด คือจอยเป็นไมเกรนหนักมากช่วงนั้น ขับรถแล้วต้องหิ้วถุงไปด้วย อาเจียนไปด้วย วันนั้นถ่ายละครเสร็จก็เข้าโรงพยาบาลฉีดยาเรียบร้อย หมอให้กลับไปพักผ่อน พี่เขาก็รู้ตลอด เราถึงบ้านสามสี่ทุ่มเราอยู่คนเดียว เขาก็บอกว่าโอเค นอนนะ เดี๋ยวพี่จะออกไปหาเพื่อน ในมุมเขามองว่าอยากให้เราพักผ่อน ถ้าเขามาหาเราอีก เราจะไม่ได้นอน ในความรู้สึกเขาอยากให้เรานอน ถ้าพี่มาคุณก็ไม่ได้นอน ต้องลุกขึ้นมาคุยหรืออะไรแบบนี้ มันเป็นมุมมองผู้ช้ายผู้ชายกับผู้หญิ้งผู้หญิง เราก็เลยเรียกเคลียร์ว่าแบบนี้ไม่โอเค ถ้าพี่ยังใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ ไม่ได้คิดว่าอนาคตเราจะใช้ชีวิตด้วยกัน จอยว่าเราหยุดความสัมพันธ์ไว้ตรงนี้และเป็นเพื่อนกันดีกว่า เขาเป็นพี่ที่ดีคนนึง เพื่อนเขาก็น่ารักกับเราทุกคน เราไม่อยากสูญเสียตรงนี้ ถ้าวันหนึ่งเราเลิกกันไม่ดี เราจะเสียมิตรภาพดีๆ รอบตัวไปด้วย เราไม่อยากได้อะไรแบบนั้น โตแล้วก็คุยกันได้ เขาว่ามันแค่เข้าใจกันคนละมุมมอง ก็ปรับความเข้าใจกัน เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เป็นช่วงปรับตัว เพราะเขาก็ไม่เคยเจอผู้หญิงที่เป็นแบบเรา”

เราเป็นยังไง อธิบายตัวเอง ?
“เราไม่ได้ระเบียบจัด แต่เรามีวินัย ด้วยความที่เราทำงานแบบนี้ ตื่นกี่โมง ออกจากบ้านกี่โมง ต้องไปถึงที่ทำงานกี่โมง ด้วยความที่เราใช้ชีวิตเป็นตารางเวลา ส่วนเขาเป็นคนใช้ชีวิตไม่ค่อยเป็นตารางเวลาเพราะเขาเป็นเจ้าของกิจการ อยากใช้ชีวิตอะไรก็ได้ แต่เรามองว่าไม่ได้ เราไปจู้จี้กับเขา บางทีเราก็รู้สึกว่าเราไปจู้จี้ทำไม ไม่ใช่เรื่องของเรา”

เห็นว่าพี่โต้งเป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ จนเราเดาไม่ได้ ?
“เหมือนว่าแฟน แต่เขาเป็นคนไม่คิดอะไรเลย (หัวเราะ) มีบุญมาก เป็นคนคิดน้อยมาก บางทีเรางอนจนไม่รู้จะงอนยังไง เขาไม่เอาความเครียดมาใส่ตัวเอง อะไรไม่จำเป็นเขาตัดทิ้งเลย อะไรต้องมาปะทะ เล็กๆ น้อยๆ หยุมหยิมเขาไม่คิดเลย”

ต่างกันเยอะมาก ?
“มาก เราคิดทุกเรื่อง แต่เขาไม่คิดอะไรเลย”

ปรับตัวนานไหมกว่าจะเข้ากันได้ ?
“เคยทะเลาะจนเขาพูดว่าคุณจะงอนอะไรพี่นักหนา พี่ทำอะไรผิดอีกแล้ว ทุกครั้งที่เรามีปัญหา เขาจะคิดว่าเขาผิดอะไร เขางง มันไม่ใช่เรื่องใครผิดใครถูก เราพยายามบอกว่าเป็นแค่เรื่องที่เราหาตรงกลางไม่เจอ เขาก็เลยบอกว่าเอาแบบนี้ ต่อไปมีเรื่องอะไรให้คุยตรงๆ แมนๆ เลย”

สิ่งที่กลัวคืออาถรรพ์ 7 ปี แฟนทั้ง 2 คนที่ผ่านมาคบกันเจออาถรรพ์ 7 ปีไหม ?
“ทั้งสองคน 7 ปีเลิกกันตลอด”

พอมาถึงคุณโต้ง กว่าจะเดินทางมาถึงปีที่ 7 ถือความหวาดกลัวหวั่นไหวอะไรไว้บ้า ง?
“มันแอบคิดนะ จะบอกว่าเราไม่คิดเลยเป็นไปไม่ได้ ครั้งแรกเขาเจ้าชู้ มีคนอื่น บอกเลิกเรา อันนั้นโอเค เข้าใจได้ คนที่สองเกิดจากเรา ว่ามันไม่ใช่แล้ว เราเป็นคนบอกเลิก เดินออกมา พอคนที่ 3 ก็เริ่มมีหวั่นๆ โอเคเรื่องมือที่สามตัดทิ้งไปได้เลย เพราะเขาไม่เจ้าชู้เลย เราและเขาไม่เจ้าชู้อยู่แล้วก็ตัดทิ้งไปเรื่องนั้น แต่มันเกิดความนอยด์ว่าเราจะอยู่กับผู้ชายคนนี้ไปได้มากน้อยขนาดไหน มันจะมาเองว่าเฮ้ย ปีที่ 7 แล้วเหรอ ทุกอย่างผ่านมารวดเร็วมาก”

เคยไปบนไหม ?
“ไม่มี ไม่กล้าขออะไรเลย เพราะเคยไปขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หนึ่งเกี่ยวกับเรื่องความรัก ทุกคนน่าจะรู้ว่าที่ไหน ครั้งแรกขอว่าถ้าเขาเป็นคู่เราให้เขากลับมา เขากลับมาค่ะ ไปขออีกที ถ้าเขาไม่ใช่คู่เราให้เขาเดินไป เขาไปเลยค่ะ (หัวเราะ) ก็เลยไม่กล้าขออะไรอีกเลย”

กลัวอาถรรพ์ 7 ปี เพราะกลัวเราจะเสียเขาไป ?
“ใช่ เรากลัวเรานั่นแหละจะทนไม่ไหว เรากลัวเราเองนั่นแหละจะเดินออกมา”

อะไรทำให้รู้สึกคลายทุกอย่าง เราทนไหว พร้อมก้าวข้ามปีที่ 7 ?
“ความเสมอต้นเสมอปลายค่ะ หนึ่งในจุดที่จอยยึดคือเขาไม่เจ้าชู้ ความเสมอต้นเสมอปลายของเขา เขาเป็นคนแบบนี้ คิดดี ไม่มองโลกแง่ร้าย ไม่เป็นคนยิบย่อย ก็มองกลับมาว่าถ้าเราไม่ไปยิบย่อยกับเขา เราก็ไม่มีปัญหานะ ก็ไม่ทะเลาะกัน เพราะส่วนใหญ่เรื่องที่ทะเลาะกันเป็นเรื่องจากเราที่คิดและเอาไปใส่กับเขา”

มีวิธีแก้ ซึ่งไม่ได้เป็นวิธีมู ?
“ไม่กล้ามูค่ะ กลัว เราอย่าไปกดดันมันทั้งเขาและเรา เรารู้แล้วแหละว่าเราจะแต่งงานกับคนนี้ หรือผู้ชายคนนี้จะแต่งกับเราหรือเปล่าก็แล้วแต่ อย่าไปกดดัน ไม่ไปสร้างความกดดันให้เขา และสร้างความกดดันให้เรา มันเกิดความเครียดทั้งสองฝ่าย พอเครียดปุ๊บมีเรื่องอะไรก็ตีกันได้ทุกเรื่อง”

ทำไมไม่รอหลัง 3 ปีแล้วแต่งเลย ทำไมลากกันมาจน 7 ปีถึงมาขอแต่ง ?
“ตอนแรกเราขีดเส้นไว้ 3 ปี แต่พอคบมาเรื่อยๆ เรามองสถานการณ์หลายๆ อย่าง แต่เราก็คุยกันมาเรื่อยๆ นะคะว่าเราจะแต่งงานกันหรือเปล่า เขาบอกว่าพี่แต่งงานกับคุณอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นมันมีความไม่พร้อมอะไรหลายๆ อย่าง ตัวเราเองก็ไม่ได้พร้อมหรอก แค่เป็นการพูดไปว่าจะแต่งงานกัน”

วิธีการแก้คืออย่าไปกดดัน ?
“ใช่ค่ะ อย่าไปเพิ่มความกดดันให้กับเขา”

ไอจีเห็นลงภาพแหวน วันนี้ใส่มาไหม ?
“ไม่ได้ใส่ค่ะ คืนคุณแม่ไปแล้ว”

เหมือนขอแต่งงานแบบเซอร์ไพรส์ ?
“จริงๆ มีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้สักตุลาคม เป็นวันเกิดคุณพ่อเขา คุณแม่เป็นคนมาขอ เขาไม่มีแบบแต่งงานกับพี่นะ ไม่มี (หัวเราะ) แต่วันนั้นคุณแม่เป็นคนมาพูด เราก็ตกใจ แต่ก็คิดว่าเป็นการพูดเล่น เพราะเหมือนมีญาติๆ นึกว่าเขาแซว ทานข้าวที่บ้านเขา ญาติๆ ก็ถามเมื่อไหร่จะแต่งงาน แม่เขาก็พูดว่าปีหน้าให้แต่ง อันนั้นตอนตุลาคมปีที่แล้วใช่ไหมคะ เราก็คิดว่าพูดเล่น แซวเล่น ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องจริง พอผ่านมาสักอาทิตย์ สองอาทิตย์ คุณแม่ก็เรียกไปคุย ว่าเดี๋ยวปีหน้าจะให้แต่งงานแล้วนะ เรียกคุยพร้อมกันทั้งพี่โต้งและจอย แล้วก็นัดคุณพ่อจอยมาสู่ขอ สู่ขอไปเรียบร้อยตั้งแต่ต้นธันวาคม”

จอยกลัวการมีลูก ?
“จริงๆ เรารักเด็กด้วยกันทั้งคู่ ใจไม่ได้กลัวการมีลูก มีได้ค่ะ อยากมี แต่ด้วยสถานการณ์อะไรตอนนี้หลายๆ อย่าง เชื่อว่าหลายคู่ก็มีความคิดคล้ายๆ กัน กลัวเขาโตมาเจออะไรแบบนี้ ชีวิตมันยากขึ้น การแข่งขันในการเข้าโรงเรียนก็สูง โรคภัยต่างๆ เรากลัวแทนเขา กลัวเขาแข็งแรงไม่พอ ถามว่าอยากไหมก็อยาก แต่ว่าอยากพร้อมมากๆ ไม่เหนื่อยเราทั้งคู่”

ไม่ได้แต่งปุ๊บเปิดอู่ปั๊บ ?
“ใช่ค่ะ”

ยังอยู่ในวงการไหม ?
“ยังอยู่ค่ะ แต่งงานแล้วก็ยังอยู่ ทำงานเหมือนเดิมนี่แหละค่ะ”

พี่โต้งไม่ขอเหรอว่าอย่าทำงาน ?
“โห พี่โต้งเขาไม่กล้าหือกับหนูหรอกค่ะ (หัวเราะ) จอยรักงานมาก”

ต่อจากพี่โต้งคืองาน ?
“เหมือนงานมาก่อนว่าที่สามี (หัวเราะ) เขาก็ไม่น้อยใจเลย เขาอยากให้เราทำงานเยอะๆ ด้วย ส่วนเขาน่าจะครอบครัว เรา และงาน เราก็ยินดี อันดับสองเหมือนกัน(หัวเราะ)”

เป็นแม่พันธุ์ที่เพียบพร้อม ดูแลร่างกาย ความคิดความอ่าน พร้อมหมดแล้ว ?
“ค่ะ (หัวเราะ)”

จอย ชลธิชา เปิดใจในรายการ ถามสุดซอย Weekend

ที่บอกว่าเขายอมจอยทุกอย่าง คืออยู่ใต้อาณัติเรา ?
“คือเราเป็นคนชอบจัดแจง จัดการตามประสาผู้หญิง เขาก็บอกว่าคุณทำเลย เรื่องงานก็เหมือนกัน อยากจะฟ้อง อย่างที่ทราบว่าจะหมั้นในเดือนกุมภาพันธ์ และแต่งในช่วงพฤศจิกายน แต่ตอนนี้สถานการณ์โควิดก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ล่าสุดไปคุยกับคุณแม่ถ้ายังไม่มีการปิดหรืออะไร ยังจัดวันเดิมอยู่ แต่คนในวันหมั้นไม่น่าจะเยอะอยู่แล้ว น่าจะโอเค และเว้นระยะห่าง โต๊ะกินข้าวก็ให้มีระยะห่าง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน”

กำหนดการคือ 20 กุมภาพันธ์ ?
“ค่ะ หมั้นเล็กๆ ในครอบครัว รดน้ำจะไปอยู่วันแต่ง อันนี้เป็นการแลกแหวนไว้เฉยๆ ตามฤกษ์”

มีมุมมองความรักยังไง ?
“จริงๆ จอยผ่านความรักมาทุกรูปแบบ ความรักแบบเด็กๆ อกหักครั้งแรก หรือเราไปบอกเลิกเรา จอยว่ามันต้องหาคนที่พอดีกัน อยู่ด้วยกันเหมือนก๋วยเตี๋ยวที่กินเข้าไปแล้วรสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ดไม่เปรี้ยวไม่หวานเกินไป มันต้องพอดีกันและกัน ถ้าเรารู้ว่าเขาเป็นผู้ชายร้อนมาก เราก็ต้องเย็นให้เป็น หรือบางทีเราร้อนเขาก็ต้องเย็น มาร้อนทั้งคู่ก็ระเบิด ต้องพอดีและมีความอดทนด้วยกันทั้งคู่ หลังจากนี้คือการเริ่มต้นใหม่ของทั้งคู่ เปิดหนังสือเล่มใหม่ ตื่นขึ้นมาเราต้องเจอผู้ชายคนนี้ตลอดหลังจากนี้ในชีวิตของเรา เราต้องปรับตัวเรา เขาต้องปรับตัวเขาให้เดินไปด้วยกันได้ ไม่ตีกัน ให้พอดีๆ กัน อะไรที่หวานเกินไปจะอยู่ได้ไม่นาน อะไรที่เลี่ยนเกินไปก็จะน่าเบื่อ ต้องมีขึ้นๆ ลงๆ ให้ชีวิตมีสีสัน สนุกสนาน”

อยากบอกอะไรถึงพ่อสื่อแม่สื่อ ?
“(หัวเราะ) สองคนนี้ตื่นเต้นและลุ้นกว่าเรา วันที่โทรไปบอกว่าจะแต่งงานเขาตกใจมาก ว่าเรื่องจริงใช่ไหม ก็ต้องขอบคุณทั้งปูไข่และเจี๊ยบที่อยู่ข้างๆ มีปัญหาก็แชร์ตลอด และขอบคุณที่แนะนำให้รู้จักว่าที่สามีนะคะ (หัวเราะ) ก็ลุ้นอยู่ว่าหลังจากคู่เรา ต้องเป็นคู่เขาแล้วนะ เขาเป็นคู่น่ารัก อยากให้ลงเอยกัน”

ธีมชุดเป็นชุดไทยไหม ?
“งานหมั้นเป็นชุดเดรสธรรมดา เดี๋ยวค่อยไปชุดไทยตอนรดน้ำ”

Next Post

"กันต์ กันตถาวร" พ่อบุญทุ่ม! ถอยรถราคา 6 ล้าน ให้เมียขับ ว่าที่คุณแม่เซอร์ไพรส์แทบเป็นลม

จันทร์ ม.ค. 11 , 2021
จัดใหญ่จัดเต็มเอาใจคุณภรรยาสุดๆ สำหรับ กันต์ กันตถ […]